ชนิดของสารเสพติด
โทษของยาบ้า
ส่วนผสมของยาบ้า

โทษของกัลชา หลายคนคิดว่าการเสพกัญชานั้น ไม่มีโทษภัยร้ายแรงมากนัก แต่จากการศึกษาวิจัย พบว่า กัญชาเป็นยาเสพติดอีกชนิดหนึ่ง ที่มีอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพมากเกินกว่าที่คาดคิด อาทิเช่น 1. ทำลายสมรรถภาพทางกาย ผู้เสพกัญชาในปริมาณมาก ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใด ๆ ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน ความคิด และการตัดสินใจ รวมทั้งจะมีลักษณะ Amotivation Syndrome คือ การหมดแรงจูงใจของชีวิต จะไม่คิดทำอะไรเลย อยากอยู่เฉย ๆ ไปวัน ๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการทำงานเป็นอย่างมาก 2. ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การเสพติดกัญชามีผลร้าย คล้ายกับการติดเชื้อเอดส์ (HIV) กล่าวคือ กัญชาจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเสื่อมลง หรือบกพร่อง ร่างกายจะอ่อนแอและติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย 3. ทำลายสมอง การเสพกัญชาแม้เพียงในระยะสั้น ทำให้ผู้เสพบางรายสูญเสียความทรงจำ เพราะฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้สมองและความจำเสื่อม เกิดความสับสน วิตกกังวล และหากผู้เสพเป็นผู้มีอาการของโรคจิตเภท หรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป 4. ทำให้เกิดมะเร็งปอด เนื่องจากผู้เสพจะอัดควันกัญชาเข้าไปในปอดลึก นานหลายวินาที การสูบบุหรี่ยัดไส้กัญชาเพียง 4 มวน ซึ่งเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซอง หรือ 20 มวนนั้น สามารถทำลายการทำงานของระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ได้มากกว่าคนสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 5 เท่า และในกัญชายังมีสารเคมีที่เป็นอันตราย สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ 5. ทำร้ายทารกในครรภ์ กัญชาจะทำลายโครโมโซม ฉะนั้นหญิงที่เสพกัญชาในระยะตั้งครรภ์ ทารกที่เกิดมาจะพิการ มีความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ความผิดปกติของเซลส์ประสาทในสมอง ความผิดปกติของฮอร์โมนเพศและพันธุกรรม 6. ทำลายความรู้สึกทางเพศ กัญชาจะทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในชายลดลง ทำให้ปริมาณอสุจิน้อยลง ทั้งยังพบว่า ผู้เสพติดกัญชามักกลายเป็นคนขาดสมรรถภาพทางเพศ 7. ทำลายสุขภาพจิต ฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้ผู้เสพมีอาการเลื่อนลอย ฝันเฟื่อง ความคิดสับสน และมีอาการประสาทหลอน จนควบคุมตนเองไม่ได้ ซึ่งถ้าเสพเป็นระยะเวลานาน จะทำให้มีอาการจิตเสื่อม ส่วนผสมของยาบ้า การผลิตและการค้ายาบ้า แม้ว่าจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ยาบ้าก็มีระบบตลาดไม่แตกต่างจากระบบตลาดของสิ้นค้าอื่น ที่ประกอบ ด้วยผู้ผลิต ผู้บริโภคและพ่อค้าคนกลาง โดยเฉพาะเมือมีการระบาดรุนแรง และกว้างขวางทั่วประเทศปริมาณลูกค้าเพิ่มขึ้น อย่างมากมาย โดยเฉพาะกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) และการตลาด (Marketing) ที่จะผลิตยาบ้าและจำหน่ายยาบ้าให้เป็นที่ต้องการ ของผู้บริโภค จากข้อมูลการสุ่มตัวอย่างยาบ้าที่ได้จากการล่อซื้อและการจับกุมของ ป.ป.ส. ในปี 2539 พบว่า ในจำนวน 301 ตัวอย่าง ที่เก็บจากพื้นที่ 50 จังหวัดทั่วประเทศ จำแนกเป็นสีต่าง ๆ ได้ถึง 27 สี และมีสัญลักษณ์ทั้งสิ้น 20 สัญลักษณ์ ซึ่งทั้งสีและสัญลักษณ์ เหล่านี้จะถูกใช้เป็นตัวโฆษณาถึงคุณภาพและราคาของยาบ้าซึ่งขณะนี้ เป็นความเชื่อของผู้เสพว่า ยาบ้าชนิดสีเขียวจะมีคุณภาพดี ที่สุดโดยตั้งชื่อต่าง ๆ เช่น เขียวมรกต", เขียวปากถุง", "ม้ามรกต" หรือ "มฤตยูสีเขียว" เป็นต้น และถ้าหากมีสัญลักษณ์ WY/- แล้วยิ่งมีคุณภาพดี แต่จากการตรวจหาสารประกอบของยาบ้าแต่ละชนิด มักไม่พบความแตกต่างกันมากนัก ส่วนใหญ่ของยาบ้าใน ท้องตลาดมีส่วนประกอบของเมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์ ประมาณ 20-25 มิลลิกรัม หรือร้อยละ 20-30 คาเฟอีนประมาณ 45-55 มิลลิกรัม หรือร้อยละ 40-60 ที่เหลือเป็นแป้งและน้ำตาล ยาบ้าบางชนิดอาจจะมีอีฟีดีนผสมอยู่บ้าง โดยสารคาเฟอีนและอีฟีดีน ก็เป็นสารกระตุ้นประสาทจำพวกหนึ่ง แต่ออกฤทธิ์ไม่รุนแรงเท่าเมทแอมเฟตามีน ซึ่งถ้าชนิดใดมีเฉพาะสารคาเฟอีน หรือ อีฟีดีน โดยไม่มีสารเมทแอมเฟตามีนเราจะเรียกยาบ้าชนิดนั้นว่า "ยาบ้าปลอม" สำหรับลักษณะทางกายภาพของเม็ดยาบ้า จะมีขนาดเล็กและหนานิยมบรรจุใส่หลอดกาแฟ หรือห่อด้วยประดาษฟรอย โดยมี ราคาขายปลีกแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 80-120 บาทต่อเม็ด ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ ทำให้ราคาของยาบ้าลดลงตามกำลังซื้อของผู้บริโภค ยาบ้าในอดีตมีสารแอมเฟตามีน (Amphetamine) เป็นส่วนประกอบ ซึ่ง แตกต่างจากยาบ้าในปัจจุบัน ซึ่งเปลี่ยนเป็นสารเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) สารเมทแอมเฟตามีน ออกฤทธิ์ต่อ ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervoous system) รุนแรงกว่า สารแอมเฟตามีน แต่มีผลกระทบต่อระบบประสาท ส่วนนอก (Peripheral nervous system) น้อยกว่า ทำให้ ฤทธิ์ยามีผลต่อหัวใจและความดันเลือดน้อยกว่า ทำให้ผู้เสพพึงพอใจ ที่จะเสพสารเมทแอมเฟตามีนมากกว่า วิวัฒนาการของการผลิตสานในกลุ่มแอมเฟตามีน พัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ มีการผลิตสารเมทแอมเฟตามีน ออกมาในลักษณะผลิต (Crystallized form) ที่เรียกว่า ไอซ์ (Ice) มีลักษณะเป็นผลึกขาว เมื่อถูกความร้อน จะหลอมเหลวและกลายเป็นไอได้ง่ายขึ้น ไอของไอซ์จะไม่มีกลิ่น สามารถสูบได้ทั่วไป โดยไม่มีใครรู้ มีการระบาดแพร่หลาย ในกลุ่มวัยรุ่นในต่างประเทศ นอกจากนี้การผลิต สารเมทแอมเฟตามีนในรูปของไอซ์แล้ว ยังมีการดัดแปลงโครงสร้างทางเคมีของ สารในกลุ่มแอมเฟตามีนให้ออกฤทธิ์รุนแรง ตามที่ต้องการได้ สารดัดแปลง (Designer drugs) ที่เราพอจะคุ้นกัน อยู่ก็คือ ยาอี (Ecstasy) ซึ่งถูกลักลอบนำเข้าจาก ต่างประเทศ และเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นฐานะดี เพราะมีราคาแพง วัยรุ่นจะใช้ยาอีตามดิสโก้เธคหรือจัดปาร์ตี้ยาอีโดยเฉพาะ วิวัฒนาการของการผลิตยาเสพติดเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราจะต้องติดตามเพื่อจะได้ทราบถึงฤทธิ์ และอันตรายที่จะเกิดต่อร่างกาย แล้วจะได้หาวิธีบำบัดรักษา และมาตรการป้องกันกันต่อไป ลักษณะยาบ้าและบรรจุภัณฑ์ ยาบ้าบรรจุในหลอดพลาสติก ยาบ้าที่ขายให้กับผู้เสพ นิยมบรรจุใส่หลอดกาแฟหรือการห่อในกระดาษฟรอย โดยมีแหล่งขายตาม ร้านค้า บ้านเรือน สถานีบริการน้ำมัน ร้ายปะยาง เป็นต้น ยาบ้าที่มีสัญลักษณ์และสีต่าง ๆ ยาบ้าส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นเม็ดกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6.2-6.6 มม. หนาประมาณ 2.5-2.9 มม. น้ำหนักประมาณ 90-100 มก. โดยมีสัญลักษณ์และสี สรรต่าง ๆ หลายสิบแบบ ยาบ้าบรรจุใส่ถุง การขายส่งยาบ้าจะบรรจุใส่ถุง ด้วยจะเรียกกันเป็น "คอก" คอกละ 200 ตัว (เม็ด) ไอซ์ (Ice) เป็นผลึก (Crystallized form) ของเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) มีลักษณะเป็นเกล็ดใส มีจุดระเหยต่ำ จึงนิยมใช้เสพโดยวิธีสูบไอ ไอของไอซ์ไม่มีกลิ่น มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท