องค์ประกอบพื้นฐานของ EAGLE

  สร้างคนให้เป็นผู้พัฒนา คิดค้นเผยแพร่และนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างมีคุณธรรม

            EAGLE เป็นโปรแกรมกราฟิกเอดิเตอร์ซึ่งมีชั้นเลเยอร์ ( layers ) 255 ชั้น ถูกจัดเรียงด้วยตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง 255 

และแสดงบนจอภาพให้เห็นด้วยสีที่ต่างกันบนจอภาพ  ในการส่งออกพิมพ์มันสามารถที่จะผสมผสานระหว่างชั้นต่างๆได้

ในชั้นที่ต่ำกว่า 50 จะถูกใช้ทำงานพิเศษ เช่น ชั้นเหล่านี้จะมีข้อมูลที่สำคัญในการทำ autoroute

ชั้น ชื่อชั้น ความหมาย

แผ่นลายวงจร

1 Solder ด้านบัดกรี
2 Component ด้านวางอุปกรณ์
3 Pads ขาวางอุปกรณ์ที่ต้องบัดกรี  โดยจะเป็นในลักษณะของ Through Hole
4 Vias Through Hole
5 Unrouted ส่วนของสายสัญญาณที่ยังไม่มีการ roue
6 Placeplan แผนการวางอุปกรณ์ด้านบน
7 Dimension ขอบเขตขนาดของแผ่นวงจร
8 RestrictS พื้นที่ๆป้องกันการ autoroute ด้านบัดกรี
9 RestrictC พื้นที่ๆป้องกันการ autoroute ด้านวางอุปกรณ์
10 RestrictV พี้นที่ๆป้องกันส่วนการวาง Through Hole
11 Origins จุดเริ่มต้นของการวางตำแหน่งอุปกรณ์
12 Backplace แผนการวางอุปกรณ์ด้านบัดกรี

ออกแบบวงจร Schemaitc

41 Nets Nets
42 Busses  
43 Pins จุดเชื่อมต่อของอุปกรณ์กับสายสัญญาณ
44 Symbols เส้นขอบรูปของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
45 Nanes ชื่อของตัวอุปกรณ์

 

คำศัพท์

                    Airline หมายถึง เส้นสัญญาณที่เชื่อมระหว่างจุดสองจุดเป็นเส้นตรงขจัดที่ยังไม่มีการ route

                    Arc    หมายถึง  ส่วนของเส้นโค้งของวงกลม

                    Library  หมายถึง  ที่เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ที่ถูกออกแบบไว้  ซึ่งจะประกอบไปด้วยสามส่วนคือ

                    1. Devices  

                    2. Symbols

                    3. Packages

        Devices ตัวหนึ่งสามารถมี Symbols ได้หลายตัว นอกจากนั้นในตัวของมันยังกำหนด Packages ที่ใช้ด้วย  โดยการกำหนด

        ขาของอุปกรณ์กับขาของ Pads บน Packages   โปรแกรม Eagle นี้สามารถให้ใช้หลายๆไลบรารีในการวาดวงจรหนึ่งๆได้

        Bus  ( ใช้ได้ใน schematic design เท่านัน ) หมายถึง เส้นทางที่ประกอบด้วยสายสัญญาณรวมกันจะอยู่ในชั้น Busses

        Circle ใช้ออกแบบรูปวงกลม

        Default  หมายถึง ค่าที่ถูกตั้งไว้ให้กับตัวแปรต่างๆในโปรแกรม Eagle เมื่อตอนที่ Eagle รันค่าเหล่านี้จะถูกเซ็ตด้วยค่า Default นี้

        Devices  ( ใช้ได้ใน schematic  design เท่านั้น )  Devices จะถูกกำหนดและเก็บไว้ในไลบลารีอุปกรณ์  ซึ่งหนึ่ง Devices สามารถ

        ประกอบด้วยหลายๆ Symbols ได้เช่น 4 NAND GATE และ 1 Symbols แหล่งจ่ายไฟ เป็นต้น ท่านสามารถตั้งชื่อ Symbol แต่ละตัว

        ได้ด้วยอักษรตัวเดียวเช่น  A , B ..... เป็นต้น  ซึ่งในระหว่างการออกแบบวงจร Eagle จะใช้ในการสร้างอัตโนมัติ ( IC1A , IC1B ... )

        ใน Devices ท่านสามารถกำหนด prefix ของอุปกรณ์ได้ ( เช่น R แทนตัวต้านทาน , IC แทนอุปกรณ์ประเภท ไอซี ) นอกจากนี้ยังมีส่วน

        เชื่อมต่ออยู่กับ Packages ซึ่งจะเชื่อมต่ออยู่กับ Packages ซึ่งจะเชื่อม Pins และ Pads ของ Packages เข้าด้วยกัน  สำหรับค่าของ 

        Devices เราสามารถกำหนดได้สองลักษณะคือ แบบ  VALUE  OFF และ แบบ VALUE  ON ซึ่งให้กำหนดค่าเองได้  เช่น อุปกรณ์

        ประเภทตัวต้านทาน  ซึ่งท่านต้องเซ็ตค่าของ VALUE ให้เป็น OFF จึงจะสามารถเซ็ตค่าได้ตามอิสระเช่น 100K หรือ 10K  เป็นต้น

        Element  หมายถึง Packages หรือ Symbols ซึ่งประกอบกันเป็น Devices ซึ่งมันจะประกอบไปด้วยชื่อ ( คำสั่ง NAME ) และค่าของ

        มัน ( คำสั่ง VALUE )

        Gate ในคู่มือเล่มนี้จะมีความหมายเดียวกับ symbol ท่านอาจจะได้พบเห็นในหลายๆที่ในระหว่งการสร้าง symbol 

        ในไลบรารีอุปกรณ์

         Layers ชั้นต่างๆในการวาดอุปกรณ์ หรือวงจร

        Marco มีความหมายเดียวกับ Packages

        Nets หมายถึง สายสัญญาณต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันระหว่าง pins ของอุปกรณ์ต่างๆเข้าดด้วยกันจะกำหนดข้อมูลต่างๆในชั้น Nets 

        ทุกๆ Net จะมีชื่อของมันกำกับซึ่งจะมีผลในการที่จะสั่ง BOARD เพื่อสร้าง PCB จาก schematic ( มันจะประกอบไปด้วย Airline )

        Object หมายถึง อุปกรณ์ทุกตัวที่ท่านสามารถเลือกด้วยเมาส์ได้

        Packages คือ Macro หรือรูปร่างของอุปกรณ์และถูกจัดเก็บไว้ในไลบรารี Packages จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะตัวถังของ

        อุปกรณ์ชื่อของ Macro , ข้อความ TEXT , ชื่อของ Pads ข้อสังเกต ใน Packages ไม่อนุญาตให้ท่านใช้สัญญาณได้ ( นั่นคือไม่อนุญาติ

        ให้ใช้ชั้น Nets )

        Pins ( ใช้ได้ใน  Schematic  Design เท่านั้น ) คือ Object ที่อนุญาติให้ท่านใช้ได้ในการออกแบบ Symbol เท่านั้น  มันเป็นตัว

        บอกถึงตำแหน่งการเชื่อม Net สัญญาณระหว่างอุปกรณ์ โดยทั่วไปแล้ว Pin จะมีชื่อเรียกตามอย่างที่ปรารฏอยู่ใน Datasheet 

        ของอุปกรณ์เช่น ( NC , In , Out , I / O , OC , Pwr , Pas , Hiz , Sup ) หรือฟังชั่น ( None , Dot , Clk , DotClK )

        Raster  Eagle ทำงานภายในโดยการใช้ Raster ขนาด  1 Mil ( 1/1000 ) นิ้ว โดยการใช้คำสั่ง GRID ก็สามารถปรับเปลี่ยนขนาดของ        

         Rester ได้แต่ต้องระวังเรื่องการปรับแต่ง Raster เพราะ Object ทุกตัวจะใช้ค่าปัจจุบันของ Raster  ณ ตอนนั้นในการวางอุปกรณ์

        ฉะนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้ว่าอุปกรณ์บางตัวอยู่คร่อม Raster กัน และไม่สามารถเชื่อมโยงกันด้วย Net ได้

        Ratsnest  เป็นคำสั่งที่ใช้จัดการ Airline ระหว่างจุดสองจุดให้สั้นที่สุด

        Rectangle สร้างพื้นที่รูปสี่เหลี่ยม

        Sheet ( ใช้ได้ใน Schematic disign เท่านั้น ) หมายถึง หน้าหนึ่งของวงจรทั้งหมดที่ท่านออกแบบ ซึ่งท่านสามารถมี Sheet                          

        ย่อยในหนึ่งวงจรได้ถึง 99 Sheet  มันเป็นการยากที่ท่านจะออกแบบวงจรที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนด้วย Sheet เพียง Sheet เดียว

        ท่านอาจจะแบ่งวงจรออกเป็นหน้าๆเพื่อง่ายต่อการจัดระเบียบการทำงานของท่านเอง

       Signal หมายถึง เส้นสัญญาณที่เชื่อมต่อกันระหว่างขาอุปกรณ์ซึ่งมันจะเป็นข้อมูลที่สำคัญในชั้น Unrouted ซึ่งปรากฎในตอนที่ท่านออก

        แบบแผ่น  PCB สามารถเปลี่ยน Signal เป็นเส้นลายวงจรโดย

        1. ใช้คำสั่ง ROUTE ด้วยมือ

        2. ใช้คำสั่ง AUTO ให้ Eagle autoroute ให้

        Smd หมายถึง Macro ที่มี Pad เป็นสี่เหลี่ยมเล็กระบายเต็ม โดยมีระยะห่างระหว่าง Pad 1/2Mil ซึ่งEagle ไม่สามารถ route ได้

        แต่อาจจะใช้เทคนิคนิดหน่อยในการ Pad ของอุปกรณ์ Smd ให้อยู่ใน raster ขนาด 1 mil ซึ่ง Eagle สามารถ route ได้แต่อาจจะ

        ใช้เทคนิคนิดหน่อยในการขยาย Pad ของอุปกรณ์ Smd ให้อยู่ใน raster ขนาด 1 Mil ซึ่ง Eable สามารถ route ได้

        Restrictarea หมายถึง พื้นที่ๆท่านไม่ต้องการให้ Eagle autoroute และไม่ต้องการให้เกิด through hole ในพื้นที่นี้ อันได้แก่ ชั้น

        RestrictS , RestrictC , RestrictV  ซึ่งท่านสามารถใช้คำสั่ง CIRCLE , RECT ในการสร้าง Restrictarea นี้ได้

        Symbol ( ใช้ได้ใน schematic design เท่านั้น ) Symbol จะถูกกำหนดและเก็บไว้ในไลบลารีซึ่งสามารถกำหนดรูปร่างของอุปกรณ์

        มาตรฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆได้และจุดเชื่อมต่อ Net ระหว่างอุปกรณ์ , ชื่อขาอุปกรณ์ pin , ทิศทางและฟังชั่นของมันได้

        Via หมายถึง จุดที่ท่านต้องการทำเป็น through hole ซึ่งสามารถกำหนดรูปลักษณะการใช้ได้หลายแบบรวมทั้งเส้นผ่าศูนย์กลาง Via จะเกิด

        ขึ้นอัตโนมัติเมื่อท่านใช้คำสั่ง AUTO ในขณะทำแผ่น PCB ท่านสามารถเรียกใช้ Via โดยการใช้คำสั่ง VIA ก็ได้

        Wire( Line) ด้วยคำสั่งนี้ทำให้เกิดเส้นตรง  ซึ่งจะมีความหมายอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับว่ากำลังใช้ คำสั่ง WIRE กับชั้นไหน เช่นถ้าใช้กับชั้น

        Nets ก็จะกลายเป็นสายสัญญาณ หรือถ้าใช้ในชั้น  Busses มันก็จะกลายเป็นเส้น Bus หรือ ถ้าใช้ในชั้น sysbols มันก็กลายเป็นรูปสัญลักษณ์

        ของอุปกรณ์

การทำงานกับวงจร และไลบรารี

        Edit  หมายถึง ท่านอยู่ในโหมดการออกแบบวงจรหรือ แผ่น PCB

        USE หมายถึง ท่านต้องการเลือกใช้ไลบรารีอขงอุปกรณ์

        Add  หมายถึง ท่านเลือก Element ตัวหนึ่งออกมาจากไลบรารี

        Open หมายถึง ท่านเปิดไลบรารีของ Devices, Symbols และPackages เพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไข

        Write หมายถึง ท่านต้องการบันทึก วงจร หรือ ลายวงจร ที่ท่านออกปบบได้หรือบันทึกไลบลารีอุปกรณ์ที่ท่านแก้ไขแล้ว

        ข้อควรจำ 

        การบันทึกไลบรารี จะบันทึกทั้งไลบรารีไม่ได้ บันทึกเพียง Edvices, Symbols หรือ Psckages เพียงอย่างเดียว

        Close หมายถึง ปิดไลบรารีหลังจากสิ้นสุดการแก้ไข

        Quit หมายถึง เมื่อท่านจบการใช้งานของโปรแกรม Eagle


BACKNEXT

Hosted by www.Geocities.ws

1