

|
BETTA SIMPLEX (ปลากัดกระบี่) ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.siamensis.org/article/a008.asp ผมมาเขียนเรื่องปลากัดกระบี่นี้ก็เพราะว่าได้รับการแบ่งปลากัดกระบี่จากคุณนณณ์ ผาณิตวงศ์ จำนวน 1 คู่ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการพบปะกับสมาชิก siamensis ของผมเป็นหนแรก...ซึ่งกลุ่ม siamensis เปรียบเสมือนผู้ที่พยายามอนุรักษ์และรักษาสายพันธุ์ปลาไทยเดิมๆไม่ให้สูญหาย ซึ่งผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และกลุ่มก็มีแนวความคิดในการขยายพันธุ์ออกมา เพื่อชดเชยการจับจากธรรมชาติ โดยส่วนตัวผม ไม่รู้จักปลากัดกระบี่มาก่อน และก็ไม่รู้ว่าสวยตรงไหน แต่หากท่านได้ลองเลี้ยงปลากัดกลุ่มอมไข่ และหมั่นสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ท่านจะมีโอกาสได้พบกับธรรมชาติที่สุดแสนคลาสสิกเลยทีเดียว อันเนื่องมาจากความต้องการของคนบางกลุ่ม ประกอบกับการหาปลาชนิดนี้ในตลาดทั่วไป ก็ไม่สามารถหาได้ง่ายดาย อีกทั้งการเพาะพันธุ์ยังดูลึกลับสำหรับคนทั่วๆไป จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจจะศึกษา จนกระทั่งคุณนณณ์ ได้กรุณาแบ่งมอบมาให้ผมจำนวน 1 คู่ และเป็นต้นเรื่องของปลากัดกระบี่ในเวลาต่อมา สำหรับรายละเอียดทางวิชาการก็ขอให้ติดตามได้จาก siamensis นะครับ ปลากัดกระบี่ เป็นปลากัดอมไข่ ที่มีพื้นที่กระจายตัวจำกัดทางภาคใต้ของไทย...ดังนั้นผมจึงพิจารณาจากแหล่งกำเนิดว่า ปลาชนิดนี้ชอบอากาศร้อนชื้น ฝนตก ประกอบกับได้ข้อมูลว่ามักพบอาศัยตามแหล่งน้ำที่มีความกระด้าง มีหินปูนประกอบ จึงได้นำมาเลี้ยงไว้ในตู้ขนาดไม่ใหญ่นักประมาณ 18 นิ้วแบ่งครึ่ง ใส่ประการังรองพื้น และปลูกไม่น้ำประเภทอนูเบียสประกอบ เดินออกซิเจนเบาๆ หลังจากปลาได้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่เรียบร้อย ผมสังเกตเห็นว่าเขาจะว่ายเลียบๆเคียงกันเสมอ ไม่มีอาการไล่กัดกันแต่อย่างใด ยังมีอาการตกใจกรณีเดินผ่านไปมาเล็กน้อย สำหรับอาหาร สามารถกินได้ทุกประเภททั้งอาหารเม็ด และอาหารสด อาจจะเนื่องจากปลาที่ได้รับมานี้ เป็นปลาที่เพาะได้ในที่เลี้ยง ครั้งใดที่ตัวผู้เข้าเกี้ยวพาราสีตัวเมีย สีสันจะแสดงออกมาชัดเจนมากขึ้น และดูสวยงามแบบที่ไม่มีปลากัดใดๆทำได้ การเลี้ยงปลากัดชนิดนี้ ไม่มีความยุ่งยากแต่อย่างใด จนกระทั่งวันหนึ่งผมก็สังเกตุเห็นปลาตัวผู้มีคางที่อูมอย่างเห็นได้ชัด และจะขมุบขมิบปากเป็นระยะ นั่นคือสิ่งที่บอกเราว่า เขากำลังอมไข่ ซึ่งเป็นสิ่งสุดยอดปรารถนาของนักเลี้ยงปลาทุกๆคน หลังจากตั้งหลักได้ และสอบถามจากคุณนณณ์ จึงได้จัดแจงเอาตัวเมียออกแยกต่างหาก และรอวันเวลาที่จะเห็นลูกปลาตัวเล็กๆ อาหารงดให้โดยเด็ดขาด ปลาตัวผู้อมไข่ซุกอยู่ตามมุมมืดๆของตู้ ผ่านไปวันแล้ววันเล่า จวบจนเวลาผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งที่รอคอยมานั้น หมดหวัง จึงได้ปรับระบบการเลี้ยงใหม่ โดยนำไปเลี้ยงในตู้ไม่น้ำแทน... หลังจากปลากัดกระบี่ไปอยู่ในตู้ไม่น้ำขนาด 36 นิ้ว ไม่นานนัก ก็เกิดอาการซึม ลอยตามมุมตู้ ซูบผอมไม่กินอาหาร ลำตัวเหมือนเป็นขี้กลาก ผิวด่างดูไม่สดใสเหมือนเก่า นั่นเป็นสัญญาณบอกแล้วว่าเขากำลังป่วย จึงได้นำออกมาเลี้ยงในตู้ 14 นิ้ว แยกตัวผู้ตัวเมีย ลดน้ำเพียงแค่ท่วมพ้นหลังเล็กน้อย ใส่เกลือและยาเหลือง ทำการอดอาหารโดยเด็ดขาด ทุกวันจะต้องตรวจดูว่าเขาจะเป็นยังไง ก็มีอยู่คู่เดียวนี่นา...ผ่านไป 1 สัปดาห์ ปลาทั้งคู่ก็เริ่มมีอาการดีขึ้น ว่ายไปมาในตู้ใบเล็ก ครีบหางกางออก จึงได้เพิ่มระดับน้ำเป็นครึ่งตู้ ยังคงใส่เกลือและยาเหลืองอยู่ และให้อาหารเพียงแค่พอประทังหิว จนกระทั่งเขากลับเป็นปกติ สมบูรณ์ดีเหมือนเดิม จนมั่นใจว่าสามารถที่จะเพาะพันธุ์ต่อได้ จึงได้จัดตู้เตรียมพร้อมไว้ และเปลี่ยนแนวทางการเพาะเลี้ยงใหม่ เป็นรูปแบบของตัวเอง ตู้ใบใหม่ที่ใช้ เป็นตู้ขนาด 24 นิ้ว ใส่น้ำครึ่งตู้ เดินออกซิเจนเบาๆ ใช้กรองฟองน้ำ ใช่สาหร่ายหางกระรอกเป็นไม่น้ำประกอบตู้ ใส่กระถางแตกคว่ำไว้ ไม่มีกรวดหรือทรายรองพื้นใดๆ สิ่งสำคัญคือ เอาน้ำใบหูกวางผสมลงไปด้วย เพื่อทำให้น้ำมีค่าเป็นกรดอ่อนๆ (ผมใช้กับปลาทุกชนิดที่เลี้ยงไว้ พบว่าให้ผลดีมาก โดยใช้ร่วมกับเกลือเล็กน้อย) ปรับสภาพการให้อาหาร โดยการใช้ไรแดงสดๆเสมอ (เพราะคิดสูตรเพาะไรแดงได้แล้ว จึงมีเหลือเฟือ) ที่สำคัญ คือเลิกไปยุ่งเกี่ยวกะเขา วันหนึ่งดูแค่เช้ากะเย็นเท่านั้นเอง เพียงไม่นานนัก เขาก็อมไข่เป็นครั้งที่ 2 ครั้งนี้ตั้งใจไว้ว่าต้องไม่พลาด อาหารสดยังคงประเคนให้เสมอมิได้ขาด และปล่อยให้เขาครองรักกันทั้งคู่ผัวเมีย จากการสังเกต ไม่พบว่าตัวเมียมีอาการแย่งกินไข่ในปากแต่อย่างใด ตัวผู้ก็ออกมาว่ายเล่นบ้าง ซุกบ้าง แต่ที่เห็นจริงๆคือ ตัวผู้สามารถกินไรแดงได้ด้วย...โดยจะกินไม่มากนัก และเวลากินเหมือนจะพยายามขมุบขมิบปากเพื่อเปิดทางให้ไรแดงลงท้องได้...ผ่านไปได้เกือบครบ 2 สัปดาห์เต็ม ผมเริ่มกังวลว่าเมื่อไรเขาจะคาย มองไปดูก็ไม่เห็น จึงตัดสินใจจะนำตัวเมียออก คราวนี้ถึงได้ถึงบางอ้อ...ลูกปลาเขาซุกอยู่ตามมุมตู้ และซ่อนในสาหร่ายครับ ไม่พบว่าตัวเมียพยายามกินแต่อย่างใด แต่กระนั้นผมก็นำตัวเมียออก และนำขันมาใส่ตัวผู้ลอยน้ำไว้ในตู้ตามเดิม จนมั่นใจว่าคายหมดแล้ว จึงนำตัวผู้ไปไว้ตู้ใหม่ นับคร่าวๆเห็นลูกปลาประมาณ 30 ตัว ครับ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบยอด ทั้งๆที่ตอนนี้นิ้วกว่าแล้วครับ...ลูกปลาที่ออกมาสามารถกินลูกไรได้เลย ขนาดเล็กกว่าลูกหางนกยูงเล็กน้อย แต่คนเคยเพาะปลากัดก่อหวอดมาก่อน เรื่องอนุบาลลูกปลาพวกนี้สบายมากครับ... หลังจากนั้นผมได้ปลากัดกระบี่จากบ๊อบ (สุ่ยน้อย) มาสมทบอีกฝูง และพ่อแม่พันธุ์อีกคู่หนึ่ง เนื่องจากบ๊อบหันไปเลี้ยงลูกตัวเองแทน 555 ผมก็เอาลูกปลาที่ได้มาประมาณ 20 กว่าตัว ใส่ตู้ 24 นิ้วเลี้ยงไว้ และเอาพ่อแม่ปลาไปเลี้ยงในตู้ 18 นิ้วแทน จัดระบบแบบเดิม เพียงไม่นานนักทั้งพ่อแม่ปลาของผมและที่บ๊อบให้มาก็อมไข่อีก...และคายออกมาวันเดียวกันคือ 1 ม.ค.47 นี่เอง นับคร่าวๆครอกหนึ่งเกิน 50 ครับ อีกครอกหนึ่งไม่ได้นับ แต่มีเยอะกว่า ชักสนุกครับ ทำไมเพาะง่ายแบบนี้ ต่อมาผมก็ส่งพ่อแม่ปลาไปให้พี่โนชที่ขอนแก่น 1 คู่ เพื่อที่จะกระจายกันเพาะ เหลือที่ผมอีก 1 คู่ ก็ดันมาอมไข่ซะอีก และคายออกมาช่วงต้น กุมภาพันธ์ ครอกนี้ได้มาไม่เยอะครับ...แต่ก็สมบูรณ์แข็งแรงทุกตัว ปัจจุบันผมมีปลากัดกระบี่เกือบ 200 ตัว ว่ายกันสลอนในตู้ใหญ่เล็ก 6 ตู้ครับ รอวันเวลาแจกให้เพื่อนๆเอาไปเพาะต่อไป ส่วนพ่อแม่พันธุ์ที่เหลือ เนื่องจากงานผมหนักมากขึ้น กลับบ้านดึก ทำงานเช้า บางวันนอนที่ทำงาน เลยไม่ได้สังเกต จนโดนโรคเก่าเล่นงานจนตายไป มารู้ทีหลังว่านี่ละสนิม ทิ้งไว้แต่ลูกๆเต็มบ้านครับ อีกไม่นานก็คงจะเริ่มเพาะพันธุ์ต่อ เพราะคุณนณณ์แบ่งสายใหม่มาให้แล้วครับ... บทความนี้เป็นประสบการณ์นะครับ...ไม่อิงวิชาการ แต่น่าจะเป็นแนวทางในการเพาะพันธุ์ให้กับผู้ที่พยายามเพาะเขาให้ได้ต่อไปครับ...ลองนำไปใช้และปรับสภาพแวดล้อมต่างๆดูครับ...ขอให้โชคดีในการเพาะเลี้ยงครับ |