

|
การเลี้ยงปลากัดไม่ว่าจะมากหรือน้อย คงจะหนีไม่พ้นจะต้องเจอกับอาการป่วย อาการซึม หนักบ้างเบาบ้าง แล้วแต่จะเจอะเจอกันไป...ทั้งนี้เท่าที่พิจารณาดูตามความคิดเห็นของตัวเอง แล้วคิดว่าอาการต่างๆเกิดขึ้นเกิดจากสภาพปลาที่เครียด อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ ปลาจึงเกิดอาการป่วยได้ง่าย ดังนั้น การป้องกันไม่ให้ปลาป่วยจึงเป็นสิ่งที่พึงกระทำมากที่สุด แนวทางที่ใช้ในการป้องกันไม่ให้ปลาเกิดอาการป่วยของทางฟาร์ม ซึ่งใช้ทั้งกับปลากัด ปลากัดป่าแท้ ปลากัดอมไข่ แม้กระทั่งปลาหางนกยูง มีดังนี้ครับ - จะไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำทั้งหมด จะกระทำเพียงบางส่วนเท่านั้น และควรทำทุกสัปดาห์ - สถานที่ตั้งตู้หรือโหลปลา ควรเป็นบริเวณที่อุณหภูมิคงที่มากที่สุด และไม่ร้อนจนเกินไป - หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย เปลี่ยนสถานที่ ควรเลือกเวลาเช้าหรือเย็นเป็นหลัก - น้ำที่ใช้เลี้ยงปลาต้องไม่มีคลอรีน หากทำได้ให้ผสมน้ำหูกวางลงไปด้วย และเติมเกลือเล็กน้อย - หากพบว่าปลาตัวใดมีอาการผิดปกติ นิ่ง ครีบลู่ ซุกตามมุมโหลหรือตู้ มีอาการตัวสั่น ว่ายเอาตัวสีข้างตู้หรือโหล ให้แยกปลาตัวนั้นออกไปรักษาต่างหากทันที เปลี่ยนน้ำในตู้หรือโหลใหม่ เพิ่มปริมาณการใช้เกลือมากกว่าปกติเล็กน้อย เพียงดำเนินการได้ตามที่กล่าวข้างต้น ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้ปลาเป็นโรคได้แล้ว...แต่อย่างไรก็ตามปลาของท่านก็ยังอาจเป็นโรคได้ ซึ่งคงต้องใช้วิธีการรักษา สำหรับการรักษาโรคปลาขั้นต้น เท่าที่ทางฟาร์มใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น จะเป็นแนวทางกลางๆและใช้กับเกือบทุกอาการ ดังนั้นจึงไม่สามารถรักษาได้ทุกโรค แต่เท่าที่ปฏิบัติมา หากอาการยังไม่หนักหนานัก ก็สามารถที่จะรักษาปลาให้หายได้ แนวทางการรักษามีดังนี้ - ผสมเกลือกับน้ำในอัตราส่วนค่อนข้างเข้มข้นกว่าปกติ ประมาณว่าชิมแล้วเค็ม จับปลาที่ป่วยใส่กระชอน แล้วแช่ลงในน้ำเกลือนั้น ปลาจะมีอาการทุรนทุรายหรือนิ่งแข็ง รีบน้ำปลาออกไปใส่น้ำจืดที่มีอุณหภูมิเท่าๆกัน วิธีนี้สามารถฆ่าเชื้อโรคที่ตัวปลาได้...แต่ได้รับรายงานจากเพื่อนผู้รักปลาบางตัวว่า ปลาบางตัวอาจจะตายได้...จึง ควรระมัดระวังในการใช้ หรือลดปริมาณความเข้มข้นของเกลือลง - น้ำปลาที่ผ่านการล้างน้ำเกลือแล้วมาใส่น้ำสะอาด ลดระดับน้ำลงเพียงท่วมหลังปลาเล็กน้อย... เพื่อไม่ให้ปลาต้องออกแรงว่ายน้ำมาก ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ยาเหลือง อาจจะผสมน้ำใบหูกวางด้วยก็ได้ สถานที่ตั้งควรเป็นที่ที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงน้อย ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป - งดการให้อาหารปลาเด็ดขาด จนกว่าปลาจะเริ่มมีสภาพปลาดีขึ้น จึงเริ่มให้แต่น้อย และเพิ่มปริมาณจนเท่าปกติ - หากปลาที่ป่วยมีเชื้อราเกาะเป็นกลุ่ม ตาบวม ท้องบวม เกล็ดพอง อาการเหล่านี้มักจะเป็นอาการที่เข้าขั้นสาหัส โอกาสหายน้อยมาก ให้ใช้น้ำเกลือเช็ดบริเวณ ที่เป็นเชื้อราด้วย และให้ผสมยาแก้อักเสบที่เราใช้รับประทานลงไปในน้ำเล็กน้อย...อาจจะเอายาแก้อักเสบใส่ลงในน้ำที่เลี้ยงไรแดง หรือไรทะเลก่อนสักครู่แล้วให้ปลากินก็ได้...เป็นการให้ยาโดยตรงแก่ปลาอีกทางหนึ่ง ก็หวังว่าแนวทางดังกล่าว คงพอจะแก้ปัญหาและลดปัญหาจากปลาเป็นโรคได้ไม่มากก็น้อย... แนวทางการรักษายังมีอีกหลายแนวทาง ซึ่งจะพยายามนำมาลงไว้ให้สามารถค้นหาศึกษาได้ในอนาคตต่อไปครับ |