

|
Go Inter . ไปกับ Aquabid & Fish4bid เกร็ดความรู้เรื่องนี้นะครับ...ผมเขียนขึ้นจากประสบการณ์อันน้อยนิด...ซึ่งผมเองก็ยังถือเป็นมือใหม่เหมือนกัน ดังนั้นในเนื้อหาบางส่วนอาจคลาดเคลื่อน ไม่ครบถ้วนไปบ้าง แต่ก็พอจะนำไปใช้เป็นแนวทางในการเริ่มต้นได้ สำหรับนักเพาะปลา นักเลี้ยงปลา สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ทำเป็นอาชีพหลักหรือเสริม หรือเพื่อความสนุกแล้ว...ผมว่าหลายๆคนคงอยากจะก้าวไปสู่การส่งปลาของตัวเองไปยังต่างประเทศโดยผ่านกระดานประมูล เพราะไม่ว่าจะเป็นภาพปลาเกรดสวยๆ ราคาปลาต่อตัวที่สูง จนเป็นที่ใฝ่ฝันของคนที่อยากมีปลาดีแต่หามาเลี้ยงไม่ได้ ก็ ขอเข้าไปดูรูป กับทำไง ปลาเราจะทำราคาได้ในแบบนั้นบ้าง...ผมเองเริ่มมาไม่ได้คิดจะเข้าไปด้วยซ้ำ มองเป้าหมายเพียงแค่ทำปลาสนุกๆ ถ้าเยอะก็ขายใน JJ ตัวละ 3-4 บาท เดือนละ 200-300 ตัวก็พอแล้ว จนถูกพี่ๆในวงการชักชวน เลยลองเข้าไปเล่น โดยมีพี่ Bettaboy77 พี่ Madcoth คุณ Suporn (Bluebetta) พี่ Ram_91 และคุณ Sunpetch ให้คำแนะนำ ก็เลยพอเอาตัวรอดไปได้...เลยอยากนำสิ่งที่ประสบตรงนี้ มาเล่าต่อเพื่อเป็นแนวทางให้กับ คนรุ่นใหม่ๆ จะได้ศึกษาและก้าวไปข้างหน้าในอนาคต การเตรียมตัวก่อนเข้ากระดานประมูลในฐานะผู้จำหน่าย ก่อนเข้าไปเล่น คงต้องมีการสำรวจและปรับความพร้อมของตนเองเสียก่อน ซึ่งคิดว่าคงมีราย ละเอียดพอสรุปได้ดังนี้ - ปลามาจากไหน...เราเพาะขึ้นมาเองหรือไปซื้อเขามา เพราะหากเราซื้อมาเอง เราสามารถทำราคาได้ต่ำกว่าผู้อื่น ในขณะที่ความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะถ้าปลา ตายจากการขนส่ง เราสามารถส่งตัวใหม่ทดแทนได้ แต่หากซื้อปลามา ปลาอาจตายก่อน ปลาเป็นโรค ตอนถ่ายรูปดีพอจะส่งโทรม หรือตายจากการขนส่ง จะหาที่ไหนส่งทดแทน - ส่งยังไง...นั่นคือเราจะส่งปลาผ่านทางใคร ส่งเองทาง EMS หรือ Fedx ค่าส่งเท่าไร การแพ็คทำยังไง จำนวนที่ส่งได้ในแต่ละรอบกี่ตัว...เพราะถ้าไม่รู้ เราจะตอบลูกค้าไม่ได้เลย...โดยปกติการส่งจะแบ่งเป็นประเภทดังนี้ - ประเทศอเมริกา เรามักส่งผ่านตัวแทน ซึ่งจะคิดค่าส่งเราประมาณตัวละ 100 150บาท และตัวแทนจะส่งไปยัง Transhipper ที่อเมริกา ซึ่งจะทำการส่งต่ออีกที เราจะคิดค่าส่งจากผู้ซื้อประมาณ 5 7 USD / ตัว ส่วนค่าส่งในประเทศเขา ให้ติดต่อกันเองระหว่างผู้ซื้อและ Transhipper - กลุ่มประเทศ EU มักส่งทาง EMS ซึ่งก็ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร ปกติการส่งไปแถบนี้มักต้องมีใบอนุญาติทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย มีการตรวจโรคปลาก่อน แต่ก็มั่วๆส่งไปได้เหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงหรือตกลงกับผู้ซื้อให้แน่นอนเสียก่อน ค่าส่งประมาณ 40 45 USD ส่งจริงๆประมาณ 1300 1500 บาท กล่องที่ใช้เป็นกล่องโฟม สามารถจุได้ประมาณ 4 - 8 ตัว บางท่านได้มากกว่านี้อีก เวลาส่งเขาจะถามว่าข้างในอะไร...เราก็จะมึนๆตอบเป็นอย่างอื่น แต่ก็มีบางท่านบอกว่าเป็นปลากัดและเขาก็ยอมให้ส่งได้ - กลุ่มประเทศ Asia เหมือนๆกับทาง EU แต่ความวุ่นวายเรื่องใบตรวจโรคน้อยกว่า ค่าส่งประมาณ 20 25 USD ส่งจริงๆประมาณ 700 - 800 บาท - เงินรับทางไหน...นี่ละปัญหาใหญ่ กว่าผมจะเอาตัวรอดตรงนี้ได้ ก็มึนพอสมควร ระบบการรับเงินมันมีหลายวิธี...แต่ค่าบริการมันก็แตกต่างกันมาก ลูกค้าก็ชอบไม่เหมือนกัน เราเลยต้องมีไว้หลายๆระบบ ผมเองใช้จริง 2 ระบบ ก็คงแนะนำได้เท่านั้น คือ - Paypal สุดฮิตเลย ต่างประเทศชอบมาก เพราะลูกค้าไม่เสียตังค์เพิ่ม ซื้อปลาเรา + ค่าส่งเท่าไรก็เท่านั้น แต่ไม่มีบริการตัวนี้ในประเทศไทย...เราเลยต้องพึ่งคนต่างชาติต่อไป และถูกหัก 3.5% จากเงินที่ได้รับเสมอ อันนี้ใครจะใช้คงต้องหาพันธมิตรที่ไว้ใจได้ แต่ไม่พูดภาษาเรา เพื่อให้เขารับการผ่านเงินจากลูกค้ามาที่เรา ซึ่งต้องทำบัญชีให้ดีนะครับ - Money Order Westurn Order ผมชอบมาก สะดวกสำหรับเราจริงๆ แต่ค่าบริการที่ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่ม พอๆกับซื้อปลาอีกตัวนึงเลย ซึ่งผมจะแก้ด้วยวิธีแถมปลาให้เขาไปตัวนึง ก็เลือกเอาปลาเกรดรองนั่นแหละแถมไปครับ...ให้เขาจ่ายค่าส่งด้วย...วิธีนี้เราต้องบอกที่อยู่ให้เขา เขาจะจ่ายเงินมาแล้ว e-mail มาบอกรหัส MTCN เป็นเลข 10 หลัก เราจะเอารหัสตัวนี้พร้อมชื่อที่อยู่ e-mail ผู้ส่ง และยอดเงินที่เขาส่งไปติดต่อที่เคาร์เตอร์ของ Westurn Union (มีในเซ็นทรัลทุกสาขา) เพียงเท่านี้ก็ได้รับเงินมาใช้แล้วครับ - รายละเอียดอื่นๆ... 1. จะเข้าไปเล่นต้องเป็นสมาชิก ดังนั้นก็สมัครเสียก่อนครับ 2. จะถ่ายรูปปลายังไง ดังนั้นต้องมีกล้องถ่ายภาพ และควรเป็นกล้องดิจิตอลดีที่สุด รายละเอียดการถ่ายภาพคงต้องหาอ่านจากบทความอื่นๆครับ 3. การเตรียมรูปปลา หนีไม่พ้นโปรแกรมจัดการภาพถ่ายครับ 4. การแพ็คปลาครับ...ใช่ถุงขนาด 4 x 12 นิ้ว เหมาะสมที่สุด มัดด้วยถุงเองไม่ใช้หนังยางครับ ซ้อน 2 ชั้น แบบกลับหัวกลับหาง...วิธีนี้ก้นถุงจะมน ปลาจะไม่ติดแหง่กบริเวณก้นถุง 5. ต้องรู้สภาพอากาศปลายทางครับ...ถ้าเย็นมากๆ เราต้องใช้ Heat Pack ซึ่งมีหลายขนาด 24 ชม. 48 ชม. 60 ชม. ดูระยะเวลาในการส่งด้วยครับ ในไทยไม่มีขายครับ มีบางท่านสั่งเข้ามา ก็ขอแบ่งกันยากพอสมควร ราคาจึงสวิงกันที่ 250 450 บาทเลยครับ (ขนาด 60 ชม.) 6. อันนี้ผมว่าสำคัญที่สุด การดูแลปลาก่อนการส่ง เมื่อเราเอาปลาขึ้นกระดานประมูลแล้ว ปลาพวกนี้ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ ถ้าป่วย โทรม ต้องเอาลงจากกระดานประมูลนะครับ อย่าฝืนมั่วส่งไป นอกจากเสียชื่อตนเองแล้ว เสียคนไทยทั้งหมดเลยครับ ปลาพวกนี้ดูแลเป็นพิเศษ ก่อนส่งควรมีการฆ่าเชื้อด้วยการแช่ด่างทับทิมอ่อนๆ หรือน้ำเกลือครับ อดอาหารก่อนส่ง 1 วัน เพื่อไม่ให้ปลาถ่ายในถุง อันจะนำมาซึ่งก๊าซแอมโมเนีย ปลาขาดอากาศหายใจตายคาถุงอีก 7. กรณีปลาที่ส่งไปตายคาถุงครับ...เราจะให้เขาถ่ายภาพปลาที่ตายในถุงส่งให้เรา โดยเขาห้ามแกะถุงก่อน เพื่อเป็นการยืนยันว่าปลาตายจากการส่งจริงครับ... และเราจะส่งเงินคืนหรือส่งปลาใหม่ทดแทนก็แล้วแต่จะตกลง สำหรับการคืนเงิน เราจะคืนค่าปลานะครับ ไม่คืนค่าส่งด้วยครับ ตกลงกับเขาก่อนก็ดีครับ อ้อ...รวมกรณีถูกยึดปลาด้วยนะครับ...ตกลงกันเสียก่อน 8. เรื่องสำคัญจริงๆครับ...การตั้งราคาปลาในกระดานประมูล ผู้ที่เพาะเลี้ยงเองบางท่านอาจจะคิดว่าเราตั้งต่ำๆไว้ ปลาจะขายได้เยอะ มันก็จริงครับ...แต่ต้องคิดเผื่อด้วยคือ เมื่อเราทำราคาปลาต่ำ คนอื่นๆก็จะต่ำลงด้วย ผลคือรายได้จากการส่งปลาออกนอกประเทศลดลง กระทบต่อรายได้ของประเทศเลยนะครับ อันนี้ยังอาจไกลตัวไปหน่อย กรณีปลาตายครับ...ต้องส่งแทนหรือคืนเงิน สาหัสครับ ลองคิดดูว่าสมมติเขาสั่งปลาเราที่ราคา 5 USD แค่ 1 ตัว ส่งทาง EMS ไป EU อีก 40 USD ปลาดันตาย ต้องส่งเงินคืนก็ 5 USD + ค่าบริการของ Westurn อีกประมาณ 15-20 USD เจ็บหน่อย...ถ้าต้องส่งปลาใหม่ทดแทน นอกจากจะเสียปลาแล้ว ค่าส่งอีก 40 USD คุ้มไหมหนอ...ลองไปคิดดูครับ สำหรับเรื่อง Go Inter ผมคงจบลงตรงนี้ก่อนครับ...ใครสงสัยขั้นตอนไหนก็เมล์มาถามได้ครับ หรือจะปรึกษาพี่ๆหลายๆคนในวงการก็ได้ คงมีรายละเอียดดีกว่าผม ในอนาคตถ้าผมมีข้อมูลหรือประสบการณ์ด้านอื่นๆเพิ่ม คงเอามาลงให้ศึกษากันอีกครับ |