::


     ลงมาเดินสักพักก็เจอพี่หมีอยู่ที่ลานจอดรถ เรียกให้มาถ่ายรูปกัน
พอดีแม่เดินมาจากห้องน้ำพอดี เลยให้แม่เป็นนางแบบซะหน่อย. .

     ที่เหลือเริ่มทยอยมาเจอกัน เป็นนายแบบกันคนละรูปสองรูป

     เมื่อเสร็จภาระกิจแล้ว ลงมาซื้อกาแฟสดกัน ระหว่างรอผมถ่ายรูปดอกไม้
ที่อยู่ใกล้ๆ เห็น ผีเสื้อ (อีกหน่อยคงมีผีกางเกง,ผีเอี๊ยม,ผียกทรงกันบ้างละนะ)
แต่ที่พิเศษกว่า คือมันเกาะต้นไม้แล้วเอาหัวลง เหมือนค้างคาว อ่ะ
ตัวใหญ่มากด้วย เลยไม่รู้ว่าผีเสื้อมันเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า

     คงคิดว่าเป็นค้างคาวมั้ง สงสัยจะดูหนังเรื่อง Batman มากไปนะนี่

     อย่างที่บอกว่าไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไป พยายามจะใช้ Tele เข้าไปใกล้ๆ
จะใช้มากกลัวภาพเบลอ เลยได้มา 2-3 ภาพ มองดูแล้ว แปลกดีครับ

     พอลงมาได้หน่อยมีคนแก่ล้มลง ที่ทางเดิน เห็นแล้วน่าสงสารมากเลย
แต่ไม่ได้ช่วยอะไรครับ
เพราะคนช่วยเยอะแล้ว เดี๋ยวแกจะเป็นลม เพราะช่วยกันเยอะๆนี่แหละ

     ผมเดินลงมาก่อนพี่หมีเพราะจะเดินไปที่รถก่อนแล้วจะให้รถลงมารับที่
ทางเข้าพระธาตุฯ

     มาถึงรถแล้วคนขับหาย ไม่รู้ใครถีบลงไปชมวิวหน้าผาข้างล่างหรือเปล่า
จะโทรศัพท์หาก็ ไม่มีสัมปทาน เอ๊ย ย ไม่มีสัญญาณอีก

     ระหว่างรอ ไม่เสียเวลา ถ่ายรูปไปก่อนแล้วกัน พอเจอคนขับ
ก็ลงมารับพี่พี่กับคนอื่นๆ

     ลงมาที่ น้ำตกวชิรธาร ระหว่างทางที่ผ่านหน้าอุทยาน จะเห็นว่าเต๊นท์
เริ่มน้อยลง เนื่องจากบางส่วนขึ้นไปทำวิปัสสนา .. บนยอดดอยแล้ว
เหลืออยู่จะเป็นเต๊นท์ของอุทยาน(แบบกางไว้ให้ดูว่า คนเยอะอ่ะนะ)

     ก่อนที่จะเดินขึ้นไปชมน้ำตก ตอนนี้ข้าวหลามกระบอกเมื่อเช้า
หมดฤทธิ์แล้ว ต้องหาของใหม่ลงไปแทน

     เจอข้าวเหนียวส้มตำ ไกย่าง เลยเอามาลองชิมชุดใหญ่ (ขนาดชิมนะ)
แต่ว่ามื้อนี้ไม่มีเจ้าภาพเหมือนกับมื้ออื่นๆ พี่หมีตั้งใจจะให้พี่สุนทรจ่าย
ค่าอาหารกลางวันมื้อนี้

     "เอ้ามื้อนี้เสี่ยจ่าย" (หมายถึงพี่สุนทร นะ) แต่เผอิญพี่ท่าน ไม่ได้
ถือกระเป๋าไว้ ผมเลยรับเป็นเสี่ยไปแทน เจ้าอรทำหน้า งง งง
แล้วไม่ได้ถามอะไร

     ผมมาอธิบายอีกครั้งว่าที่จ่ายเพราะว่า พี่หมีแกอวยพรให้เป็นเสี่ยแล้ว
รับไปก่อน ถือเป็นพรปีใหม่แล้วกัน เจ้าอรถึงเข้าใจ ...

     ทานข้าวเสร็จก็เดินไปที่น้ำตก ระหว่างทางพี่สุนทรแกห่วง
เรื่องจะต้องกลับขอนแก่น แต่ไม่มีตั๋ว พวกเราเลยพยายามจะหารถที่
มีทะเบียนขอนแก่น แล้วจะฝากเขาไปด้วย แต่หาไม่เจอสักคัน

     โชคดีเป็นของรถพวกนั้นไปที่พี่สุนทรไม่ไปด้วย ไม่งั้นมีหวัง
ฮากันขี้แตกขี้แตนกันทั้งรถแน่ ... เดี๋ยวจะโดนทั้งข้อหา ทำให้อุจระแตก
เลี่ยลาด ส่งความรำคาญให้เพื่อนและอีกหลายกระทง(หลงทางด้วย)

     น้ำที่น้ำตกน้ำแรงมาก ผมไม่กล้าจะยกกล้องขึ้นถ่ายรูป
เพราะละอองน้ำเข้ามาที่กล้องเต็มไปหมด สุดท้ายต้องรีบ
กด shutter แล้วเปลี่ยนมุม ได้ถ่ายรูปมาคนละ 2-3 ภาพ จึงลงมาที่รถ

     ระหว่างทางผมนึกได้ว่า ขอแวะไหว้ พระธาตุจอมทอง สักกะหน่อย
และแล้วก็ได้กลับไปสักการะอีกครั้ง หลังจากที่คราวก่อนมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อน
จำได้ว่าตอนนั้นยังไม่ได้ทำงาน

     "สาธุ กลับไปขอให้ได้งานทำด้วยเถ๊อะ" คำอธิษฐานที่อธิษฐานไว้
พอกลับไปบ้าน บริษัทที่อยากเข้าทำงานได้เรียกตัวไปทำงานทันทีครับ เย้!!!

     คราวนี้อธิษฐานอะไรไว้ ไม่บอก เดี๋ยวสำเร็จแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีก

     อย่างน้อยก็ได้มากราบสักการะ ก็ชื่นใจแล้วครับ ...

     ออกจากพระธาตุจอมทองมา เราทั้งหมดกลับมาที่บ้านพักกัน อากาศ
มันร้อนมาก ผิดกับเมื่อเช้า มาแวะปั๊มซื้อของกินกัน กะว่าจะกลับไปกินกันให้
พุงกาง

     สรุปไม่ได้กิน นั่งเม้าท์กันอีก ทีแรกกะว่าจะนอนพัก แต่พอมาถึงแล้ว
หลับไม่ลง อ่านหนังสือก็แล้ว, นอนเล่นก็แล้ว ...

     เห็นพี่หมีเอา Notebook ออกมาเลยได้โอกาส โอนรูปลงไว้ที่เครื่องซะเลย
ไม่เปลือง memory จะได้เที่ยวถ่ายรูปต่อ ยกเว้น กล้องของพี่สุนทร พี่ท่านลืม
เอา Driver มาด้วย.. กลุ้มเลย

::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::
::


     กล้องที่ผมกับกล้องพี่หมี ยังใช้ Memory Stick อยู่รอดตัว ไม่ต้องเก็บภาพ
ไว้ใน Memory อีก ที่ว่างเพียบ งานนี้ถ่ายอีกสิบรอบ ได้สบายมาก

     ประมาณ 4 โมงเจ้าใหม่กับต้นหลิว เอาของขวัญมาให้ แล้วก็ Red Leble
กับ Wine
มาให้ไว้ เย็นนี้จะมีเลี้ยงที่สันกำแพง

     พี่จำรูญจองร้านอาหารที่สันกำแพงไว้ เพราะคิดว่าคงลงจากดอยอินทนนท์
ช่วงเย็นๆ แล้วจะแวะทานอาหารที่นี่ซะก่อนกลับบ้าน เพราะเป็นทางผ่าน เผอิญ
ลงมากันเร็ว เลยต้องย้อนกลับมาอีกครั้ง

     ก่อนไปก็แวะไปรับพี่จำรูญที่บ้าน แวะซื้อของฝากนิดหน่อย แล้วก็ไปสะดุด
กับชื่อไวน์ ที่ชื่อ มะเกี๋ยง สงสัยว่ามันคืออะไร ถามแม่ค้า เขาบอกว่า ลูกยอ
ผมว่าไม่ใช่ แต่ก็ไม่ได้เถียงหรอกนะ กลัวโดนฟาดด้วยขวดไวน์น่ะ ..

     รับพี่จำรูญกับภรรยาแล้วก็มาที่สันกำแพงกัน ระหว่างทางคนขับรถ
ขับรถเร็วมาก มีความรู้สึกเขาไม่พอใจอะไรหรือเปล่า

     "เมื่อเช้า ซื้อไอติมให้กินกัน งอแง แล้วนี่ หว่ าา า า ไม่เป็นงี้ได้"
ผมคิดในใจคนเดียวนะ ไม่กล้าพูด กลัวโดนตึ่บ แล้วไม่ให้กลับกรุงเทพฯด้วย

     นี่เขาอุตส่าห์มีน้ำใจขับมาส่งที่ร้าน "ลองจิมกอย" ไม่รู้สะกดถูกหรือเปล่า
บรรยากาศสลัวๆ มีเวทีให้ร้องเพลง ช่วงดึกจะมีคาราโอเกะด้วย

        ร้านนี้ช่วงแรกๆ นี่นั่งรออาหารสักพัก จะเห็นมีคนทยอยเข้ามากัน
เริ่มจะมีเสียงเพลงจากนักดนตรี แต่เป็นแบบโฟล์คซองนักดนตรีเล่นเยี่ยมจริงๆ

     มีการเชิญแขก (ไม่ใช่ที่เป็นเจ้าหนี้นะ) ที่มาทานอาหารขึ้นไปร้องเพลงกัน
ผมในเป็นตัวแทนของพี่หมี ร้องซะ 2 เพลง ไม่ต้องบอกนะ ว่าเพลงอะไร
เพราะหรือเปล่า อันนี้ไม่รู้ เห็นมีคนเดินเข้าห้องน้ำกันเต็ม เลยไม่รู้ว่าเพลงเพราะ
หรือว่าอากาศเย็นจนปวดฉี่ ป่านนี้คงเข้าโรงพยาบาลรักษากระเพาะปัสสวะ
อักเสบกันแล้วมั้ง ฮา า าา าาา ..

     ผลัดกันร้องหลายคน พอเริ่มดึกครับประมาณ 4 ทุ่มต้องส่งแม่กลับบ้านก่อน
พี่หมีให้ผมกับพี่สุนทรแล้วเจ้าอร อยู่ต่อ ส่วนพี่หมี, แม่,
เจ้าทีน ขอกลับก่อน ..
ผมว่าแอบไป ตีป๊อกเด้ง แน่ๆ ..

     เมื่อเวลา Coundown ใกล้มาถึง โดนเชิญขึ้นไปอีก 3 เพลง บอกแล้วว่า
ไม่อาว วว กลัวว่าร้านนี้จะไม่มีคนเข้าอีก

     แต่ด้วย Request มาจากพี่จำรูญครับ เพลง "ใจสั่งมา" อ่ะซะหน่อย
พี่สุนทรอีก 1 เพลง ถ้าจำไม่ผิดเป็นเพลง "หมาเงา" หรืออะไรทำนองนี้แหละ
จำชื่อไม่ได้แล้ว . .

     และแล้วได้เวลา Countdown เสียงวี๊ดว๊า ยย กันเต็ม แมลงสาบ มันเดินผ่าน
ขาสาวๆ อีกโต๊ะ เลยร้องกันลั่น ... หลงดีใจนึกว่า ปีใหม่แล้ว .. ฮ่วย ย ย

     กลับบ้านพักประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ เห็นจะได้ ที่จริงไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่
มันมืดซะมากกว่า
 เจ้าใหม่ขับรถมาส่ง ระหว่างทางเราก็คุยเฮฮากันในรถเก๋ง
คันเล็กๆ ที่นั่งกัน 6 คน แน่นเอี้ยด แต่อบอุ่นดี คุยกันสารพัดเรื่อง ไม่รู้เรื่อง
อะไรมั่ง มา ว ว ววว ครับ

     พอเข้าเห็นคนจำนวนมากขับรถเที่ยวกันเต็มไปหมด..เห็นว่าประกาศ
ให้เที่ยวได้ถึง 6 โมงเช้าได้ 1 คืน ดีเน๊อะ นานทีปีหน..เที่ยวให้ผับเจ๊งไปเล๊ย ย

     ในรถพี่จำรูญนั่งข้างหน้า แต่หลับไปก่อนหน้านี้แล้ว อยู่ๆก็พูดขึ้นมา ทุกคน
ตกอยู่ในความเงียบ ไม่ได้เจอผีครับ ที่เงียบเพื่อฟังว่าใครพูด เพราะไม่รู้ว่า
พี่จำรูญละเมอหรือว่าคุยกับพวกเรา 4 คนที่นั่งข้างหลัง ด้วยความไม่แน่ใจ
เลยถามกลับไป

     "พ่อคุยกับพวกเราหรือเปล่า" (ผมเรียกพ่อ ตามเจ้าใหม่ครับ)"
     
"ใช่น่ะสิ หรือจะให้คุยกับคนขับรถสิบล้อข้างล่ะ"
     พี่จำรูญตอบกลับมา เท่านั้นละครับ ฮาาา า กันทั้งรถ

     ไอ้เรารึ นึกว่าละเมอ ที่ไหนได้ แอบฟังเราเม้าท์ ทั้งๆที่หลับอยู่นี่แหละ
เหมือนกับสาวๆ นินทาฝรั่ง แล้วฝรั่งดันฟังภาษาไทยรู้เรื่องน่ะ . .. แต้ว ว
สามารถจริงๆ ครับ สามารถ นับถือๆ ..  พอถึงบ้าน .. น้ำไม้ต้องอาบแล้วครับ
นอนดีกว่า .. ตัวใครตัวมัน ...
เอาเป็นว่าวันนี้ได้เวลานอนแล้ว หลังจากที่เป็น
ศิลปิน ..ที่โดดเดี่ยวมาเมื่อหัวค่ำ

             นอนก่อน เสียงไม่มีแล้ว นอนแล้วนะ .. . . . . .. . . .







                                                                        มีต่ออีกนะ click ที่นี่ได้

                            ดูรูปหน้าที่ [ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ]

Hosted by www.Geocities.ws

1