คนกินเลือดคน !!!
ไม่นานมานี้มีข่าว คุณพ่อของนักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังท่านหนึ่งได้เสียชีวิต เนื่องมาจากถูกฆาตกรรม ซึ่งฆาตกร เป็นคนบ้า ซึ่งคนบ้าได้ใช้อาวุธคือ มีดดาบ ฟันที่คอของชายผู้นั้น จนขาดวิ้น และนำศีรษะของชายผู้...นำมาเล่นและกินเลือด!!
ณ ปัจจุบันเรื่องราวแบบนี้ เป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัว โหดเหี้ยม และสร้างความหดหู่ให้แก่ผู้ที่ได้ยินได้ฟัง เป็นอย่างยิ่ง
ทางการแพทย์ต่างให้ความเห็นว่าเป็นอาการผิดปกติทางจิต...
นับว่าอาการทางจิตประเภทนี้ ได้มีมากมายในอดีต และปัจจุบันก็ยังคงมีให้เห็นอยู่
เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังนี้ โปรดใช้วิจารณญาณ ในการวิเคราะห์
เรื่องที่หนึ่ง
เป็นเรื่องของคนกินเลือด....
ชายคนหนึ่ง ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคนที่ชอบในไสยศาสตร์ ได้ศึกษาเล่าเรียนทางด้านนี้ จากผู้เฒ่าผู้แก่ สืบทอดมาจากคนรุ่นหลัง
มีพฤติกรรมในทางมนต์ดำ คือต้องบริโภคเลือด และของคาว กินสิ่งที่สกปรก โสโครก (คิดเอาเองว่ากินอะไรบ้าง)
ชาวบ้านพี่น้องใกล้เคียงต่างมีความเห็นว่าเป็นบ้า จึงจำเป็นที่จะต้องส่งโรงพยาบาลบ้า ระหว่างที่กำลังมุ่งหน้าไป ยังเมืองเชียงใหม่อยู่นั้น ชายผู้นั้นได้ พยายามที่จะทำร้ายร่างกายคนในรถโดยพยายาม “ดูดเลือด....!!”
สิ่งที่พวกเค้าทำได้ก็คือ ช่วยกันจับเค้า และเกลี้ยกล่อมด้วยให้เค้ากินลู้ (อาหารประเภทหนึ่งที่ทำด้วยเลือดสด ๆ ของสัตว์ เช่น เลือดหมู เลือดวัว และเลือดควาย) เค้าจึงสงบลง
เรื่องที่สอง
นานมาแล้วในสมัยนั้นผมยังเด็กมากทีเดียว เป็นเรื่องราวประวัติของ ชายผู้หนึ่งที่มีชื่อว่า “จันลูน” ซึ่งชาวบ้านรู้จักกันดีในนามของ คนเสียสติ หรือคนบ้า...
ชายผู้นี้อยู่เพียงลำพัง และใช้ชีวิตที่หลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่สุงสิงกับใคร
เคยมีคนเล่าให้ฟังว่า จันลูน ชายชราผู้นี้ อดีตเป็นจอมขมังเวท มีคาถาอาคม แต่ว่าอาคมได้เสื่อมไปเสียแล้ว ตั้งแต่ที่ภรรยาได้หนีจากเค้าไป
จันลูนชายผู้นี้จึงพยายามทุกวิถีทาง โดยการใช้วิธีการทางไสยศาสตร์ นานับประการ เริ่มตั้งแต่หาหัวกะโหลกคนตายฟ้าผ่า มาปลุกเสก อะไรต่อมิอะไรมากมาย ซึ่งไม่ค่อยจะมีใครทราบเพราะอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ว่าชายผู้นี้ลึกลับมาก
อดีตเคยก่อเรื่อง โดยการขโมยหัวใจพระเจ้า.... คือ อดีตมีความเชื่อว่า หากทำพระพุทธรูป จะต้องนำสิ่งที่เป็นมงคล เป็นของมีค่านำไปไว้ตรง หัวใจของพระพุทธรูป หรือตรงอกด้านซ้าย
และชายผู้นี้เองได้ทำการเจาะ และขโมยสิ่งที่อยู่ในหัวใจพระพุทธรูปไป และปัจจุบันยังมีร่องรอยการเจาะ โดยใช้ชาวบ้านได้ใช้ปูนโปะทับ สามารถมองเห็นได้จากด้านหลังองค์พระพุทธรูป ขอปิดเรื่องชื่อวัด เพราะจะเป็นการกระทบต่อชื่อเสียงของวัดดังกล่าว และได้ขโมยสิ่งของมากมาย เช่นพระพุทธรูป แต่ไม่ได้มีการดำเนินคดีทางกฏหมาย และจับไม่ได้เพราะชาวบ้านเชื่อว่า ชายผู้นั้นมีคาถาหนึ่งที่เรียกว่า คาถาแมวดำ สามารถซ่อนได้แม้กระทั้งในรูปู....
ในเมื่อภรรยา ได้หนีไป จันลูนก็ทำทุกวิถีทางให้ภรรยากับมา จนเป็นบ้า... และด้วยวัยที่ชราและขาดการดูแลที่ดีจากลูกหลาน ปัจจุบันชายผู้นี้ได้เสียชีวิตแล้ว และลูกหลายถือว่ามีหน้ามีตาทางสังคม จึงไม่สามารถ นำข้อมูลมาเล่าให้ฟังได้หมด เกรงว่าจะเป็นการกล่าวพาดพิงบุคคลอื่น
อีกเรื่องเป็นเรื่องของลุงของผมเอง
ลุงปันเป็นลุงที่ผมให้ความนับถือคนหนึ่ง ซึ่งท่านเองก็รักผมไม่น้อย ท่านเคยเป็นยามเฝ้าสถานีรถไฟ และอดีต กฏหมายไม่ได้มีบทบาทมากมายนัก คืนหนึ่งท่านได้ฆ่าขี้เมาคนหนึ่งที่มาพยายามขโมยสิ่งของในโกดังสินค้า และได้ทำลายศพด้วยวิธีใด ก็ไม่ทราบชัด
ท่านเป็นคนที่มีคาถาอาคม ถือว่าชั้นครู แต่ท่านไม่เคยสอนใครนอกจากลูกของท่าน แต่ไม่ได้สอนให้ทั้งหมด...
ท่านเองตอนเช้า ๆ มักจะลองของโดยการ เอามีดโกรนที่ท่านพึ่งจะทำการโกรนหนวดของท่านมากรีดตามร่างกาย แขน ข้อพับต่าง ๆ และก็คอ ใบมีดที่พึ่งจะทำการโกรนหนวดของท่านนั้นหาได้ทำอันตรายแก่ท่านไม่
ท่านได้เสียชีวิตด้วยโรคปอด เพราะท่านสูบบุหรี่จัดมาก ปอดจึงดำ และท่านก็เสียชีวิตในที่สุด เห็นไหมครับ ข้างนอกคงกะพัน แต่ข้างในหาได้คงกะพันด้วยไม่ บุหรี่ น่ะตัวร้ายเลย แต่ถึงอย่างนั้นบ้างที่ผมก็ประชดพระเจ้าด้วยการสูบมัน
ขณะที่ขบวนศพของท่านได้แห่ผ่านผมไปนั้น ผมมองจากหน้าต่างศาลาเปรียญ และก็ร้องไห้
เพราะคิดถึงท่าน อดีตผมเคยหนี ไม่อยากไปโรงเรียน (อนุบาล) ด้วยไปซ่อนที่บ้านท่าน แต่ท่านก็ให้พ่อแม่ผมมารับตัวผมไปเรียนเสมอ ๆ
ลุงตั๋น และคนอื่น ๆ ต่างกล่าวขานกันถึงความคงกะพันของลุงปัน เนื่องจากไม่สามารถเผ่าศพท่านให้ไหม้ไฟได้ เผายังไง ไฟก็ไม่สามารถ ไหม้เผาร่างกายของท่านได้ ใช้ยางรถยนต์หลายเส้นก็ไม่สามารถเผ่าให้ไหม้ แม้ว่าครูที่มาอาคมจะทำการใช้คาถาปลดอาคมท่านแล้วก็ตาม จนต้องมีการนำเหล้ามาขอขมาศพ และขออนุญาตผู้ตาย และทำการใช้จอบสับร่างของท่านให้เป็นท่อน ๆ โดยค่อย ๆ เผาจึงจะไหม้ ด้วยไฟอันร้อนแรงนั้นจนหลายคนที่ช่วยกันสับ ร่างกายทนความร้อนของเปลียวไฟอันร้อนแรงไม่ได้ต้องอยู่ไกล ๆ ใช้ไม้ไผ่ยาว ๆ เขี่ยศพ เพราะว่าการเผาศพครั้งนั้นถือว่าใช้ไฟมากที่สุดเท่าที่เคยมีตั้งแต่บ่ายโมง จนกระทั้งห้าโมงหกโมงจึงค่อยกลับบ้านกันนับว่าใช้เวลามากกว่าศพอื่น ๆ
ครับนับว่าเป็นเรื่องราวที่ผมได้คัดมาเล่าให้ฟัง หวังว่าจะเป็นเครื่องเตือนใจถึงชีวิต ของมนุษย์เราให้ปลง ปล่อยวางเสียบ้าง และเรื่องเกี่ยวกับการกินเลือด หรืออวัยวะของมนุษย์ ก็มีมากมาย ทั้งต่างชาติ และชาติเดียวกัน เรื่องผีปอบ เรื่องผีดูดเลือด ก็มีเรื่องเล่ามากมาย สาเหตุมาจากอะไร?
พระคัมภีร์ได้เขียนไว้ว่า มนุษย์ได้ตกเป็นทาสของผีมารซาตาน แล้วเรื่องของจิตเวทล่ะ คำตอบคือเราต้องแยกให้ออกว่าโรคจิตกับการตกอยู่ในอำนาจของมารซาตานมันแตกต่างกันยังไงให้ได้ก่อน ซึ่งผมจะไม่นำมาเสนอในตอนนี้ ไว้โอกาสหน้าจะนำมาเสนออีกครั้งหนึ่ง
วิวัฒนาการณ์มนุษย์ก้าวหน้า จนลืมเรื่องราวของจิตวิญญาณ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมเทคโนยีก้าวหน้า แต่มนุษย์ทำไมเสื่อมค่าลงไปทุกขณะ
