เรื่องโรคสมอง
ไม่ว่าใครก็อาจเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น สมองเป็นศูนย์บัญชาการของร่างกาย (ดังที่พระคริสต์ทรงเป็นศรีษะของคริสตจักร) และศูนย์กลางการเคลื่อนไหว การรับรู้ความรู้สึกของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการได้ยิน การได้กลิ่น การลิ้มรส การสัมผัส และการมองเห็น สมองเป็นอะไรที่ซับซ้อน สามารถบันทึกความทรงจำต่าง ๆ ไว้มากมาย สามารถที่จะคิดในสิ่งที่ซับซ้อนได้
สาเหตุของการเกิดโรคทางสมอง
- ความพิการแต่กำเนิด เช่น โรคดาวนส์ซินโดรม เส้นเลือดโป่งในสมอง หรือหลอดเลือดฝอยผิดปกติแต่กำเนิด (AVM)
- การติดเชื้อ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบฝี หรือหนองในสมอง
- สมองได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ หรือถูกของแข็งมากระทบ เช่น เลือดคั่งในสมอง สมองช้ำ
- ภาวะที่รบกวนแรงผลักดันไฟฟ้า เช่น ไมเกรนและลมชัก
- การขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมองตีบและโรคหลอดเลือดสมองแตก
- เนื้องอก เช่น เนื้องอกในสมองและมะเร็งสมอง
- ความผิดปกติทางจิตใจ เช่น โรคจิตเภทและภาวะซึมเศร้า
- ความเสื่อมของสมองบางส่วนหรือการเปลี่ยนแปลงตามวัย เช่น อัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน
- บางสิ่งบางอย่างที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง หรือทางแพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยได้ แต่รักษาได้โดยการอธิษฐาน
โรคหลอดเลือดสมอง
มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือทันทีทันใดเนื่องจากสมองขาดเลือดไปเลี้ยงทันที แต่ในบางครั้งอาจมีอาการแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือค่อย ๆ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสมองส่วนใดที่เสียการทำงานเช่น
- ปวดศีรษะขึ้นมาทันที บางทีมาเจียนร่วมด้วย
- แขนขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทั้นทีครึ่งซีกร่างกาย
- มีอาการพูดลำบาก พูดไม่ออก หรือออกเสียงไม่ชัด
- ตาข้างใดข้างหนึ่งมัวหรือมองไม่เห็นฉับพลัน เกิดภาพซ้อนหรือเกิดอาการคล้ายม่านบังตา
- เวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดร่วมกับอาการอื่น ๆ ข้างต้น
โรคเนื้องอกในสมอง
- มีการกดเบียดของเนื้องอกสมองต่อการทำงานของเนื้อสมอง เช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง อาการอ่อนแรงเช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง อาการอ่อนแรงของแขนขา หรือใบหน้า หูอื้อ ตาเหล่ ตากระตุก ตามัวลงเรื่อย ๆ เห็นภาพซ้อน ฯลฯ
- อาการที่มีการเพิ่มขึ้นของความดันในกระโหลกศีรษะ เช่นอาจเกิดการอุดตันทของทางเดินน้ำหล่อเลี้ยงสมอง ทำให้เกิดอาการคือ ปวดศีรษะ อาเจียนพุ่งซึมลง ซึ่งอาการมักเป็นมากขึ้นเป็นลำดับ
- อาการที่มีการทำงานของสมองผิดปกติไป เช่นอาการชัก อาการสับสน พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง หรือการที่มีการหลั่งของฮอร์โมนที่ผิดปกติ
ภาวะลมชัก
อาการในเด็ก กล้ามเนื้อจะกระตุกอย่างรุนแรงและมีไข้สูง ส่วนในผู้ใหญ่จะมีอาการแข็ง เกร็ง ชักกระตุก หรือหมดสติได้
โรคไมเกรน
- ปวดศีรษะเป็นพัก ๆ เวลาหายปวดจะหายสนิท ในแต่ละครั้งอาจจะปวด 2 – 3 ชั่วโมง หรืออาจจะปวดนานกว่านั้น เป็นวันก็ได้ บางคนอาจจะปวดบ่อยถึงอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง บางคนปีหนึ่งอาจจะปวดสัก 1 – 2 ครั้ง
- มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง บางคนมีอการท้องเสียร่วมด้วย
- อาการทางตา เช่น ตาฝ้า เห็นเป็นแสงระยิบระยับ ตาไม่สู้แสง บางครั้งทำให้มองอะไรไม่เห็นไปชั่วครู่
- นำด้วยอาการแขนขาชา หรือมีอาการพูดไม่ได้ชั่วครู่ก่อนจะมีอาการปวดศีรษะ
อาการเหล่านี้ควรรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ควรปล่อย
ซีทีสแกน (Computerized Tomography Scanning – CT Scan) เป็นการผสมระหว่างการถ่ายภาพ เอกซเรย์ แบบต่อเนื่อง จากตัวคนไข้ร่วมกับการวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างเป็นภาพของระบบภายในร่างกาย และช่วยในการวินิจฉัยโรคของสมอง นอกจากนี้หากใช้การฉีดสีร่วมด้วยทำให้สามารถวินิจฉัยแยกระหว่างเนื้องอกสมองกับเนื้องอกได้ ซึ่งใช้เวลาในการวิเคราะห์รวดเร็ว เหมาะกับกรณีสมองได้รับความกระทบกระเทือน
เอ็มอาร์ไอ (Magnetic Resonance Imaging – MRI ) เป็นการถ่ายภาพแยกเป็นส่วน ๆ โดยคลื่นแม่เหล็กร่วมกับคลื่นวิทยุ สามารถสร้างภาพแยกเป็นส่วน ๆ ภาพถ่ายจะใช้วินิจฉัยความผิดปกติที่ซับซ้อนและเป็นประโยชน์ในการศึกษาเนื้อเยื่อที่มีกระดูกหุ้ม เช่น สมองและไขสันหลัง รวมทั้งข้อต่อและอวัยวะอื่น ๆ เพราะตรวจวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดแต่ใช้เวลานานและเสียค่าใช้จ่ายสูง
Home
|