ค่าย .............ชีวิต
<<<<<
ชีวิตจริงไม่เหมือนดังค่ายแน่นอน
<<<<<
ไม่มีใครที่สมบูรณ์และดีพร้อม ไม่มีเลยสักคน
<<<<<
Home


แป๊ะ ๆๆ แป็กๆๆๆๆ แปะๆๆๆๆๆ กรึก ๆ แป๊ะๆๆๆๆ แกร็กๆๆๆๆ (เสียงนิ้วกำลังพิมพ์คีย์บอร์ด)

“ กลัวความจริง จะทำให้เธอ... ต้องเสียบรรยากาศ ที่ฉันนั้นบังอาจ... ไปรัก..เธอ กลัวแววตา เธอจะไม่เหมือนเดิม... เก็บไว้จะดีกว่า...จะคิดจะพูดจา... ว่ารักเธอ....”

แกร็ก ๆ !!! ธาร ต้องเอื้อมมือจับเมาส์ไปปิด Winamp ที่กำลังส่งเสียง เป็นเพลงที่หมายจะบอกว่า กลัวจังเลยนะที่จะบอกคน คนหนึ่งว่ารัก กลัวว่าเค้าได้ฟังไปแล้วจะไม่เหมือนเดิม เพราะความไม่กล้า และก็ความกลัวที่ความสัมพันธ์ของเค้าและเธอจะเปลี่ยนแปลงไป เค้าจึงเก็บไว้ในใจเสมอมา...

โอ๊ยพระเจ้า โดนโว้ย !!!! โดนใจชิบหายเลย .... ธารอุทานออกมาด้วยใจที่กำลังบีบเล็กลงไปเหมือนมันจะไม่มีเลือดมาหล่อเลี้ยง

แต่มีเสียงหนึ่งเข้ามาในหัวของธาร “ เพลงชาวโลก ปิด เดียวนี้เลย พรุ่งนี้นายต้องไปเข้าค่ายแล้วนะ”

ธารถอนใจเบา ๆ และชำเรืองไปที่ไอคอล โปรแกรม Winamp ที่พึ่งปิด “ เพลงชาวโลก ... ก็ทำให้ใจได้ระบายและทำให้นึกถึงพระเจ้าได้เหมือนกันนะ ยิ่งเจ็บก็ยิ่งใกล้ ยิ่งสัมผัสแผลเก่าที่เจ็บ ก็ยิ่งทำให้นึกถึงพระคุณและความรักของพระเจ้า ใครว่าเพลงชาวโลกไม่ดีว่ะ” ธารคิดและบ่นอยู่ในใจ

สักครู่ ก็มี เหน่ง เพื่อนสนิทที่แสนจะซื่อตรง ปั่นจักรยานเข้ามา เหน่งเป็นชายที่มีรูปร่างสูง ร่างกายกำยำ เพราะจบพลศึกษามา มีนิสัยชอบทำตัวเป็นเด็ก ๆ ก็เพราะนิสัยแบบนี้แหละที่เราเข้ากันได้จนถึงปัจจุบันนี้ เหน่งชอบปั่นจักรยาน เหตุผลนะหรือ เพราะว่าน้ำมัน มันแพง ในยุคสมัยที่เศรษฐกิจตกต่ำ ทักษินโดยไล่ คนดีของสังคมโดยใส่ร้าย ยุคพระเจ้าตากถูกท่อนจันทรสำเร็จโทษ เสร็จศึกก็ฆ่าขุนพล ข้าวยากหมากแพง ถึงหมากไม่มีขาย แต่ก็ยังแพง เหน่งจำเป็นต้องปั่นจักรยาน ปั่นเป็นระยะทางวันละเกือบ 50 กิโลเมตร เพราะความแข็งแรงของมันนั้นเอง จึงทำให้เป็นที่ต้องการของนายทุนที่ต้องการแรงงานฝีมือพอได้ แต่แรงควายพอใช้ เป็นอะไรที่ผู้รับเหมาชอบ แต่มันไม่ทำ เพราะมันเคยทำมาแล้ว หลังจากที่ชีวิตอยู่ติดกะหลังคาซีแพค มาพักหนึ่งมันก็รู้สัจะธรรมของหลังคา ก็หันเห มาเป็นพนักงานจัดเรียง ที่ห้าง บิ๊กซี โอ้ว์แรงงานที่ดีของไทยเป็นไพร่ในห้างฝรั่งไปเสียแล้ว

“ ไผ อยู่พ้อง !!!” เหน่งตะโกนอยู่หน้าบ้าน “ อยู่ ๆ มาเข้ามาเลย” ธารตอบรับด้วยน้ำเสียงยินดีและเชื้อเชิญ

“ พรุ่งนี้ฮาจะเข้างานแล้วนะโว้ย.....คิงยังไม่ไปสมัครงานอีกหรอ....” เหน่งถามอย่างเป็นห่วง

“ บ่ไป หรอกช่วงนี้มีค่าย ว่ะ ไปโตยกันไหมล่ะ...” ธารตอบ แต่ชักชวนให้เหน่งไปค่ายด้วย

“ ค่ายอะไร ??” เหน่งไม่เข้าใจ

“ ค่ายของคริสต์น่ะ มันเป็นโอกาสดีนะที่เราจะได้ไปใช้เวลาร่วมกันที่ค่ายนะเหน่ง” ธารพูดต่อไป “ แล้วนายจะเริ่มงานพรุ่งนี้หรือ แล้วจะไปด้วยกันยังไง คงไปไม่ได้แล้วสินะ”

“ อื้ม..... ฮาจะเอางานก่อนโว้ย ค่าย อะหยังบ่สนว่ะ ยิ่งเป็นของคริสต์ ฮาเป็นพุทธโว้ย....”

เหน่งตอบแบบยียวนเล็กน้อย

“ ไม่เป็นไร จะเก็บพระพร มาฝากแล้วกัน” ธารกล่าว พร้อมทำหน้าเสียใจเล็กน้อย

“ เงินโว้ย ฮาจะเก็บเงิน ฮาจะซื้อรถจักรยานใหม่ 5 พันกว่าบาท งามขนาด....” เหน่งพูดจุดประสงค์ที่ทำงาน และพูดเสริมต่อไปว่า “ ฮานาอยากได้ตัง อยากมีงาน อยากมีตัง มีตังแล้วฮาจะสบาย”

“ ถ้าหากว่ามีตังแล้ว ตกกลางคืนนายหลับไปแล้วไม่ตื่นวันพรุ่งนี้ล่ะจะทำยังไง เงินนายก็ไม่มีค่านะสิ” ธารแย้งความคิดของเหน่ง

“ กูก็ใช้อีกวันหนึ่งไง” เหน่งตอบ

“ โอ๊ย.....ปวดหัวกะมัน ไมเกรนจะขึ้นอีกแล้ว.........” ธารกุมหัว แล้วพูดต่อไปว่า “ กูหมายความว่า ถ้าเกิดมึงตายไม่ทันใช้เงินที่มึงหามาได้ มึงพอใจไหม กับสิ่งที่มึงทำ น่ะ”

ความเงียบเริ่มก่อตัวขึ้น ทั้งสองมองหน้ากันและ ละสายตาออกจากกันเป็นเหมือนสัญญาณบอกว่า ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้ว

 

เหน่งเปลี่ยนเรื่องมาคุยเรื่องอื่น “ ธารมึงปิดเพลงทำไมว่ะ เพลงนี่กูชอบว่ะ เปิด ๆ อยากฟัง”

“ ก็เพราะกลัวว่าจะคิดถึงคน ๆ นั้นมากเกินกว่าพระเจ้านะสิ” ธารให้เหตุผล “ มันเป็นเพลงชาวโลกน่ะ”

“ แต่กูก็เห็นมึงฟังเป็นประจำนี่นา” เหน่งสงสัย

“ ก็วันพรุ่งนี้ข้าจะไปเข้าค่ายนี้นา” ธารให้เหตุผล

“ ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย ฟังก็ฟังได้ พระเจ้าของมึงไม่ชอบฟังเพลงชาวโลกหรือว่ะ” เหน่งสงสัย

“ ก็เพราะข้ากลัวจะเอาใจออกห่าง พระเจ้านี่นา” ธารบอก

“ แสดงว่ามึง ไม่ได้รักพระเจ้าจริงนะสิ” เหน่งพูด

“ ไม่ใช่อย่างงั้น......ที่โบถส์เค้าไม่ให้ฟังโว้ย” ธารเถียงออกไป

“ แต่มึงก็ฟัง ...ถามจริงเถอะว่ะ มึงฟังแล้วมึงเป็นไง โบถส์มึงมีปัญหางั้นเหรอ ให้ตายสิวะเหมือนกับมันเป็นเชื้อโรคอย่างนั้นแหละ” เหน่งพูดด้วยความโกรธที่เห็นเพื่อนของเค้าทำตัวเหมือนคนไม่มีเหตุผล

“ อึม ข้าก็ว่านะ ข้าฟัง เข้าก็รู้สึกเพลินดี ยิ่งฟังเพลงที่โดนๆ หรือเกียวกับอกหัก ข้าก็รู้สึกว่า ข้าขอบคุณพระเจ้าว่ะ ที่ข้าได้อกหัก เพราะอกหักทำให้ข้ารู้จักรักเป็น” ธารพูด

“ ยิ่งเพลงที่ เป็นรักหวานซึ้ง ข้าก็ทำให้คิดถึงคนที่ข้ารัก ถึงเค้าไม่ได้รักข้า ก็เถอะนะ ข้าก็อธิษฐานเผื่อเค้าในเวลานั้นเหมือนกัน” ธารพูดจบ

“ เห็นไหมว่ะ ขนาดกูไม่ได้เป็นคริสต์ กูยังเข้าใจ มึงเป็นคริสต์เสียเปล่า กลัวนั้นกลัวนี้ ของอย่างนี้ถ้ามึงรักใคร เอ๊า เช่นรักพระเจ้า จริง ๆ ยังไงมึงก็ไม่มีทางเบื่อพระเจ้าไปได้ง่าย ๆ หรอก” เหน่งปลอบแบบไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว เพราะเค้าเองก็ไม่รู้จักกับพระเจ้า

“ แล้วนายอยากรู้จักพระเจ้าไหมวะ” ธารเอ่ยถามขึ้นมา

“ อยากนะ แต่ข้าไม่มีเวลา แต่เท่าที่ข้าพูดไป ข้ากลับเริ่มอยากรู้จักพระเจ้าของนายแล้วว่ะ” เหน่งตอบและพร้อมกันนั้นก็จูงจักรยานออกจากบ้านไป

“ ไปก่อนนะ เดียวไปบ้านไอ่บินต่อว่ะ นัดกันไปจัดของที่บิ๊กซีพรุ่งนี้น่ะนะ” เหน่งกล่าวลาพร้อมกับปั่นจักรยานออกไปอย่างช้า ๆ

ธารนั่งคิดในใจ “ ที่เหน่งพูดมันก็ถูก ถ้าหากเราเลือกฟังเพลง เราคงไม่มีปัญหาอะไรน่ะสินะ แย่จริง ๆ ขนาดเราเป็นคริสเตียน แต่ให้เพื่อนที่ไม่ใช่คริสเตียนมาสอน ทำไมเราพึ่งเข้าใจนะ ว่าพระเจ้าสร้างดนตรีไว้เพื่อเรา ให้เราระบายความในใจ ให้เป็นเพื่อนแก้เหงา ให้เป็นสิ่งเตือนใจ และให้เป็นสิ่งที่สรรเสริญพระเจ้า เพียงแค่เราเลือกว่าเพลงไหนดี เพลงไหนไม่ดี แค่นี้เราก็ฟังได้แล้ว เพลงไหนที่ไม่ดี ไม่สมควร เราก็ไม่ฟัง เราจะมี บางสิ่งบอกเราเอง ว่าลูกของพระเจ้าควรฟังเพลงไหน ไม่ควรฟังเพลงไหน”

ณ ที่ค่ายดงพระพร อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ธารได้ก้าวลงจากรถ และพี่น้องก็ช่วยกันเอากระเป๋า ที่ต่างไว้บนรถลงมาพักไว้ตามจุดต่าง ๆ อย่างสามัคคีกัน ตกตอนกิจกรรม พี่น้องแต่ละคนต่างใช้คำพูดที่ไพเราะ บางคนยามว่างก็จับไม่กวาด มากวาดพื้น

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแต่ละคนนั้นทำตัวน่ารัก รับใช้พระเจ้าแล้วตอนอยู่ที่บ้านเค้าเป็นอย่างไร

ยังกู ๆ มึง ๆ เหมือนผมกับเหน่ง หรือเปล่า ธารคิดในใจ

อยู่ที่บ้าน ธารก็ไม่ค่อยได้กวาดพื้น ล้างจานสักเท่าไหร่ แต่พอมาอยู่ ค่ายทำทุกอย่างเลย ทำไมนะ ธารนั่งคิด และมองไปที่พี่น้องที่กำลัง อธิษฐานในตอนเช้า เฝ้าเดียว กับพระเจ้าอยู่ ธารก็นึกในใจ แล้วเค้าทำอย่างนั้นทุกวันไหมนะ ถือพระคัมภีร์ ออกมาข้างนอกบ้านตอนเช้า ๆ อากาศสดชื่น ปูเสื่อ และนั่งอธิษฐานกับพระเจ้า อ่านพระวจนะคำของพระเจ้า เค้านึกถึงตัวเค้า เอง เวลานี้เค้าคงจะนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ และถ้าตื่นมาก็คงจะประมาณ ตีครึ่ง และก็นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ เช็ค อีเมลล์ เล่นเกมส์ บางที ก็เห็นพี่น้องเขาเค้าถือกีต้าร์ มานมัสการพระเจ้าตอนเช้า โดยหามุมดี ๆ เท่ ๆ นมัสการพระเจ้า ธารก็อยากจะทำบ้าง เพื่อโชว์ให้เธอ คนที่ธารแอบรัก ได้เห็นว่าธารรักพระเจ้านะ แต่ธารก็ทำไม่ได้เพราะกีต้าร์หมด (ขำในใจ) ไม่เอาดีกว่า ไม่เสแสร้งแล้ว

คืนสุดท้ายทุกกิจกรรมในค่ายก็จบลง ธารเองเห็นหลายคนตั้งใจที่จะกลับลงไปแล้วจะไม่ทำในสิ่งที่พระเจ้าไม่ชอบ จะกลับใจใหม่ โดยฟังจากคำอธิษฐานและคำแบ่งปันของเค้าเหล่านั้นในกลุ่มเมื่อคืน ธารไม่ได้อธิษฐานอย่างนั้น เพราะธารขี้เกียจที่จะทำตัวเหมือนว่าดี แต่ก็จะดี แล้วก็ไม่ดี เป็นวงจรอุบาท เละเทะมาเข้าค่ายที ก็ฟูที หลังจากนั้นนาน ไปก็แฟบ ธารตั้งใจว่าลงค่ายไปก็ทำตัวแบบเดิมดีกว่า ขี้เกียจโกหกพระเจ้า

หลังจากลงค่าย ธารก็ทำตัวเหมือนเดิมในทุก ๆ วัน ของเค้า โดยตื่นมา ตี 5-5 ครึ่ง ก่อนจะลุกจากที่นอน เค้าก็จะอธิษฐานขอบคุณพระเจ้า และของการทรงนำในชีวิตข้างหน้า หลังจากนั้นก็จับพระคัมภีร์บนหัวนอน มาอ่านพระวจนะบทสุภาษิต ที่เค้าอ่านเป็นประจำจบไปหลายรอบแล้ว แต่ตั้งใจว่าจะอ่านทุกเช้า ครั้ง 1 บทเป็นอย่างต่ำ หรือ 1 คำสอนเพื่อที่เค้าเองจะไคร่ครวญในชีวิตของเค้าวันนั้นทั้งวัน หลังจากที่อ่านสุภาษิตจบ ก็จะออกไปทำธุระส่วนตัวของเค้า เมื่อเสร็จธุระแล้วก็มานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และเปิดโปรแกรมพระคัมภีร์ ทำการเฝ้าเดียว และเปิด อีเมลล์ของพี่น้องที่ส่งมาขอให้เค้าช่วยอธิษฐานเผื่อ เค้าจะเก็บอีเมลล์เหล่านั้น บันทึกไว้ และค่อยส่งอีเมลล์ตอบไปว่าได้รับคำตอบของคำอธิษฐานอย่างไรก็ให้ส่งมาเพื่อเค้าจะได้อธิษฐานขอบคุณพระเจ้า เมื่อทำอย่างนั้นเสร็จเค้าก็จะมานั่งเล่นเกมส์ โดยการเปิดพระคัมภีร์ในคอมพิวเตอร์ของเค้า และท่องจำ วันละ 1 ข้อ เสร็จแล้วเค้าจะเล่นเกมส์ตอบคำถาม ของเกมส์เศรษฐี ที่มีคนถามมาในเว็บบรอด เล่นเกมส์ตอบปัญหาเสร็จ เค้าก็จะหนุ่นใจเจ้าของปัญหากลับไป และถามว่าคุณอยากรู้จักพระเจ้าของผมไหม

หลังจากนั้น ธารก็จะไปทำงาน หลังเลิกงานก็จะมาอัพเดตเว็บไซต์ โดยอินเตอร์เน็ต 56 k แต่วิ่งจริง 31 k หรือแค่ 28 k โดยการที่เค้าไม่มีความสามารถด้านเว็บไซต์เค้าจึงอัพแบบ AHP PHP ไม่ได้แต่เค้าก็ทำเท่าที่เค้าทำได้ ธารจะนั่งรอ แทนที่จะอัพเดตเป็นข้อความ เค้าจะอัพไปเป็น หน้า ๆ แต่ก็ไม่ท้อเพราะชีวิตเข้ามีแค่นี้ หลังจากที่อัพเสร็จก็จะมานั่ง โทรศัพท์ไปหาน้อง ๆ ถามคำถามเดิม ๆ ว่าสบายดีไหม เป็นไงบ้าง มีอะไรให้อธิษฐานเผื่อ และมักจะทิ้งทายเสมอว่า อ่านพระคัมภีร์นะ อธิษฐานล่ะ อธิษฐานเผื่อเซลล์ด้วยนะ พระเจ้าอวรพระครับ GBU ครับ อยู่เสมอ ๆ พอเวลา 4 ทุ่มเค้าจะมาคุกเขาลงที่ข้างเตียง และอธิษฐานเผื่อเซลล์ที่เค้าเคยเป็นหัวหน้าเซลล์ และจากนั้นก็จะเป็นการเฝ้าเดียวรอบสอง คือก่อนนอน โดยใช้มานาประจำวันที่เค้าได้ฟรี และตั้งใจว่า จะเก็บเงินไปถวายในตอนท้ายปี หรือใกล้ ๆ ปีใหม่ช่วงคริสมาส เป็นของขวัญ เป็นการตอบแทนแก่พระเจ้าที่ส่งมานาประจำวันให้ทานทุก ๆ คืน สิ่งที่สำคัญที่ ธารจะลืมไม่ได้ก่อนนอนเค้าจะอธิษฐานเผื่ออนุชน อนุชนที่ดูเปลี่ยนไป อนุชนที่มีแต่ปัญหา อนุชนที่ไม่ค่อยรักพระเจ้า อนุชนที่ให้เนื้อหนังสำคัญกว่าพระเจ้า เค้าจะอธิษฐานเสมอว่า ขอให้อนุชนรักพระเจ้า และให้พระเจ้าทั้งใจ และ จะเล่นกีต้าร์ในบ้างครั้งที่มีการนมัสการ เพราะเค้าเล่นไม่ค่อยตรงจังหวะเค้าจึงต้องเล่นคนเดียวและรักที่จะนมัสการด้วยการเล่นกีต้าร์ตอนกลางคืน เพราะไม่มีใครมาได้ยินเพลงที่ไม่ตรงจังหวะของเค้า แต่เค้าก็รักพระเจ้าของเค้ามากเพราะว่าพระเจ้าไม่เคยมาพูดว่า เจ้าเล่นไม่ตรงจังหวะ

ธารจึงลำบากใจที่ชีวิตในค่ายกับชีวิตนอกค่ายของเค้าต่างกัน แต่เค้าก็รักที่จะไปค่ายเพื่อว่าเค้าจะพบคนที่รักพระเจ้าเหมือนอย่างเค้า หรือดีกว่าเค้าในค่ายและได้มีโอกาสอธิษฐานร่วมกันกับเค้า เพราะเค้าอยากจะอธิษฐานร่วมกันกับคนอื่น ๆ เพราะเค้ารู้ว่าพระเจ้าชอบให้อธิษฐานอย่างนั้นเพราะเค้ารู้ว่าพระเจ้าชอบอย่างนั้น เค้าจึงทำ และที่ขาดไม่ได้ เพื่อนของเค้ารอการประกาศของเค้าอยู่ และพระเจ้าก็อยากให้ทำ เค้ารู้ว่าพระเจ้าชอบ เค้าจึงจะทำ

ชีวิตนอกค่าย.................................พระเจ้าชอบ จึงทำ............................อนุชน.....เซลล์....

 
Hosted by www.Geocities.ws

1