พระคัมภีมาถึงเราได้อย่างไรเอซ.ดี. แมคโดนัลด์ (อยากกันโดนัท)
พระคัมภีร์ เป็นนามทั่วไปใช้เรียกวรรณกรรมที่คริสตจักรยอมรับว่าเปิดเผยจุดมุ่งหมายของพระเจ้าสำหรับโลก คำว่า ไบเบิล (Bible) มาจากภาษากรีกว่า บิบลิออน (หนังสือ) พระคัมภีร์ใหม่ใช้คำว่า “ พระคัมภีร์” เรียกพระคัมภีร์เดิมไม่ว่าตอนหนึ่งหรือทั้งเล่ม ในพระคัมภีร์ใหม่ข้อหนึ่งรวมข้อเขียนของเปาโลไว้ในพวกเดียวกับพระคัมภีร์เดิมด้วย ( 2 ปต. 3: 16) “ เหมือนในจดหมายของท่านทุกฉบับ ท่านได้กล่าวถึงเหตุการณ์เหล่านั้น และในจดหมายนั้นมีบางข้อที่เข้าใจยาก ซึ่งคนทั้งหลายที่ไม่ได้เรียนรู้และไม่แน่นอนมั่นคงนั้นได้เปลี่ยนแปลงเสีย เหมือนเขาได้เปลี่ยนแปลงข้ออื่นๆในพระคัมภีร์ จึงเป็นเหตุกระทำให้ตัวพินาศ” เปาโลเพิ่มคำว่า “ อันศักดิ์สิทธิ์” ลงไปด้วยเมื่อเขาบอกว่าทิโมธีได้รับคำสอนจาก “ พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์” ตั้งแต่เป็นเด็ก ๆ มาแล้ว ซึ่งสามารถให้ถึงความรอดได้โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
(2 ทธ.3: 15 เปรียบเทียบกัน รม.1:2)
“ 2Pe 3:15 และจงถือว่า การที่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงอดกลั้นพระทัยไว้นานนั้นเป็นการช่วยให้รอด ดังที่เปาโลน้องที่รักของเราได้เขียนจดหมายถึงท่านทั้งหลายด้วย ตามสติปัญญาซึ่งพระองค์ได้ทรงโปรดประทานแก่ท่านนั้น ”
“Rom 1:2 (คือข่าวประเสริฐที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ล่วงหน้าโดยพวกศาสดาพยากรณ์ของพระองค์ในพระคัมภีร์อันบริสุทธิ์) ”
คำว่า พระคัมภีร์เดิม และ พระคำภีร์ใหม่ เป็นลักษณะของพระคัมภีร์ที่แบ่งเป็นสองส่วน เริ่มใช้ตอนปลายศตวรรษที่สอง (2คร.3: 14) “ 2Co 3:14 แต่จิตใจของเขาก็มืดบอดไป เพราะตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเขาอ่านพันธสัญญาเดิม ผ้าคลุมนั้นยังคงอยู่มิได้เปิดออก แต่ผ้าคลุมนั้นได้เปิดออกแล้วโดยพระคริสต์ ” โดยพระคัมภีร์ใหม่เป็นพันธสัญญาเดิม (ฮบ.8:13) “Heb 8:13 เมื่อพระองค์ตรัสถึง "พันธสัญญาใหม่" พระองค์ทรงถือว่า พันธสัญญาเดิมนั้นพ้นสมัยไปแล้ว และสิ่งที่พ้นสมัยและเก่าไปแล้วนั้น ก็พร้อมที่จะเสื่อมสูญไป” พระคริสต์ทรงเป็นผู้กลางของพันธสัญญาใหม่ (ฮบ. 8:6; 10:9)
การรวบรวมพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ประกอบด้วยหนังสือ 66 เล่ม พระคัมภีร์เดิม 39 เล่ม และพระคัมภีร์ใหม่ 27 เล่ม พระคัมภีร์เดิมแก่ก่อนเป็นม้วนหนังสือแยกเป็นม้วน ๆ ในภาษาฮีบรู ไม่มีใครทราบว่ามารวมกันได้อย่างไรและเมื่อใด แต่มาถึงสมัยพระเยซูพระคัมภีร์เดิมก็รวบรวมไว้ครบถ้วนแล้ว การแบ่งเป็นสามส่วนคือ พระบัญญัติ (ของโมเสส)ผู้เผยพระวจนะ และข้อเขียน (สดุดี และหนังสือวรรณกรรม ปัญญาอื่น ๆ ) ก็ได้รับการยอมรับทั่วไปดังใน ลูกา 24: 27 (ดูเพิ่มเติมจาก 16:29; มธ.5:17) การรวบรวมพระธรรมที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกันเป็นพระคัมภีร์เดิม ในที่สุดแล้วอยู่ภายใต้การทรงนำของพระเจ้าพระคริสต์ได้ให้สิทธิอำนาจว่าเป็น “ พระวจนะของพระเจ้า” ซึ่งไม่อาจละเมิดได้ (ยน.10:35)
“Luk 24:27 พระองค์จึงทรงเริ่มอธิบายพระคัมภีร์ที่เล็งถึงพระองค์ทุกข้อให้เขาฟัง เริ่มต้นตั้งแต่โมเสสและบรรดาศาสดาพยากรณ์”
“Luk 16:29 แต่อับราฮัมตอบเขาว่า ` เขามีโมเสสและพวกศาสดาพยากรณ์นั้นแล้ว ให้เขาฟังคนเหล่านั้นเถิด' ”
“Mat 5:17 อย่าคิดว่าเรามาเพื่อจะทำลายพระราชบัญญัติหรือคำของศาสดาพยากรณ์เสีย เรามิได้มาเพื่อจะทำลาย แต่มาเพื่อจะให้สำเร็จ”
“Joh 10:35 ถ้าพระองค์ได้ทรงเรียกผู้ที่รับพระวจนะของพระเจ้าว่าเป็นพระ และจะฝ่าฝืนพระคัมภีร์ไม่ได้”
ความจริงแท้ของพระคัมภีร์เดิมอย่างที่เรามีในปัจจุบัน ยืนยันได้จากแหล่งภายนอกสองสามแหล่ง นอกจากนั้นชาวยิว ละเอียดรอบคอบในการคัดลอกมาก ถ้าพบว่ามีข้อผิดพลาดเพียงหนึ่งแห่งหลังจากอ่านในการนมัสการสาธารณะหรือมีตำหนิอย่างใด เขาจะทำลายต้นฉบับนั้นทันทีและคัดลอกใหม่หมด จึงมีเหตุผลน่าเชื่อถือว่าต้นฉบับพระคัมภีร์เดิมซึ่งเรามีอยู่บัดนี้ได้คงรูปความถูกต้องทุกคำพูดจากสมัยแรก ๆ ของอิสราเอลเลยทีเดียว
เราจะเชื่อพระกิตติคุณได้หรือ?
พระกิตติคุณ น้อง ๆ บางคนยังไม่ทราบว่าพระกิตติคุณคืออะไร (คืออะหยัง) ? และ ไม่เข้าใจ (บ่เข้าใจ๋) แต่ก็ไม่เป็นไร เดียวจะบอกให้ พระกิตติคุณคือ การที่ได้เล่า หรือบอกถึงเรื่องราวว่าพระเยซูคริสต์ทำอะไรไว้ให้แก่เราบ้าง ที่จะ ๆ เลยก็จะมี 1 . พระองค์ทรงบังเกิด มายังโลกนี้เพื่อที่จะไถ่ความผิดบาปของเรา โดยบังเกิดจากนางมารีสาวพรหมจารีย์ (แหะ ๆ เขียนถูกป่ะ) 2. ทรงสิ้นพระชนย์บนไม้กางเขนเพื่อที่จะไถ่เราจากความบาป 3. หลังจากสิ้นพระชนย์ได้ 3 วัน ก็ทรงคืนพระชนย์และ เสด็จสู่สวรรค์ไปอยู่ ณ เบื้องขวาขององค์พระบิดา เนี้ยะๆๆๆๆๆ 3 อย่างแค่เนี้ย ที่จริง ใครจะพูด หรืออธิบายยาว ๆ กว่านี้ก็ได้นะ ให้น้องไปศึกษาจากพี่เลี้ยงของน้อง ๆ เองแล้วกัน หรือว่าพี่เลี้ยงบ่ฮู้ ก็ให้ไปปรึกษา ศบ. ที่คริสตจักรแล้วกัน เน้อ .....!
เราจะเชื่อพระกิตติคุณได้หรือ...?
โอว์โนว์......พี่น้องที่ยังมีความสงสัย ก็แสดงว่าความเชื่อพี่น้องยังต้องการ การเสริมหรือการเพิ่มเติมความเชื่อ อยากรู้จักพระเจ้ามาก ๆ ให้ทำอะไร......? อ่านพระคัมภีร์ !!!!! หรือไม่ก็ทำควบคู่กันไปเลยคือ การมาศึกษาพระวัจนะคำที่คริสตจักรที่ท่านเป็นสมาชิก ถ้าไม่ได้เป็นคริสเตียน แนะนำที่คริสตจักร ทุกที่ที่มีการสอน หรือไม่ก็นี่เลย แนะนำ คริสตจักรที่หนึ่งเจียงใหม่เจ้า มาทำความรู้จักพระเจ้าของเรากัน นอกเรื่องไปนาน แหะ ๆ
มาระโก มัทธิว และลูกา รวมกันเรียกว่า พระกิตติคุณสัมพันธ์ (Synoptic Gospels) เพราะถึงแม้จะแตกต่างกัน แต่เมื่อมองรวมกันแล้วก็เป็นตามแบบแผนเดียวกัน ส่วนพระกิตติคุณเล่มที่สีมีแง่มุมทางศาสนศาสตร์และจิตวิญญาณที่แตกต่างออกไป
พระกิตติคุณนั้นยืนยันว่าเป็นคำพยานของคนที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยของพระเยซูซึ่งพระกิตติคุณ ที่กล่าวไปขั้นต้น ยังหมายถึงพระวัจนะที่กล่าวถึงเรื่องข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นมัทธิว มาระโก ลูกา ทำให้เกิดคำถามขึ้น สอง ประการ ประการแรก มีการบันทึกพระกิตติคุณต้นฉบับอย่างใกล้ชิดกับเหตุการณ์จริงมากเพียงไร ประการที่สอง ในเมื่อเรามิได้มีต้นฉบับ เราจะเชื่อข้อความปัจจุบันได้อย่างไร?
จากการสือเสาะค้นคว้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน พบว่าพระกิตติคุณโดยมัทธิว มาระโก และลูกา เขียนขึ้นภายใน 30 – 40 ปีจากเหตุการณ์จริง ผู้คนยังคงจดจำพระเยซูได้ชัดเจน และจะไม่อาจมีการกล่าวอะไรเกินความจริง
มีต้นฉบับพระคัมภีร์ฉบับคัดลอกกว่า 24, 000 ฉบับ ซึ่งบรรจุพระคัมภีร์ใหม่ไว้ทั้งหมดหรือ บางส่วน มีจำนวนหนึ่งที่คัดลอกในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ซึ่งแตกต่างกับบันทึกฉบับคัดลอกของสงครามกอลลิคของซีซาร์ เพราะต้นฉบับคัดลอกเก่าแก่ที่สุดที่เหลืออยู่ในปัจจุบันมีช่วงเวลาที่ห่างจากต้นฉบับถึง 900 ปี นี่เป็นเรื่องธรรมดา ของการทำฉบับคัดลอกในสมัยโบราณ ความจริงเอกสารพระกิตติคุณที่คัดลอกด้วยมือนั้น มีมากกว่าเอกสารใด ๆ ในยุคนั้น การที่มีเอกสารมากพอและมีการเขียนในเวลาใกล้เหตุการณ์จริงจึงทำให้นักวิชาการในปัจจุบันไม่มีข้อสงสัยในความน่าเชื่อถือ ของการคัดลองพระคัมภีร์ใหม่ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถตรวจสอบความถูกต้องของพระคัมภีร์ฉบับแปลในปัจจุบันว่าตรงตามต้นฉบับเดิมหรือไม่