|
Protocol ที่นิยมใช้
Protocol ในโลกนี้มีมาก 500 Protocol และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Protocol แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติเด่น
แตกต่างกันไปควรที่จะเลือกใช้ให้เหมาะสม Protocol ที่นิยมใช้ในระบบ
Network มีดังต่อไปนี้
TCP/IP Protocol ( โปรโตคอลทีซีพี/ ไอพี)
ทีซีพี / ไอพี
เป็นโปรโตคอลที่ใช้งานอย่างแพร่หลายในแทบทุกเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายเฉพาะที่
(LAN) หรือเครือข่ายในบริเวณกว้าง (WAN) TCP/IP ( ทีซีพี/ ไอพี )
เชื่อมกลุ่มเครือข่ายย่อยเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่หรือ
อินเตอร์เน็ต (Internet)
TCP/IP ผ่านการออกแบบให้เป็นอิสระจากชนิดคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์
และระบบปฏิบัติ การ กลไกของโปรโตคอลมีความเชื่อถือได้สูงและทำงานได้
แม้ในบางภาวะที่การ สื่อสารมีความผิดปกติ
รวมทั้งสามารถเลือกเส้นทางส่งข้อมูลตามสภาพเครือข่ายได้ในกรณีที่บางเส้นทางชำรุด
TCP/IP มีที่มาจากโปรโตคอลคือ ทีซีพี (TCP : Transmission Control
Protoclo) และ ไอพี (IP : Internet Protocol) IP ทำหน้าที่กำหนดแอดเดรส
จัดแบ่งขนาดข้อมูลให้ พอเหมาะ และเลือกเส้นทางส่งข้อมูล ส่วน TCP
มีหน้าที่รับประกันความถูกต้องในการลำเลียงข้อมูล TCP และ IP
ไม่ได้เป็นเพียงสองโปรโตคอลที่มีอยู่เท่านั้น หากแต่ยังมีโปร
โตคอลสนับสนุนอีกเป็นจำนวนมากจัดรวมกันเป็นชุดโปรโตคอล ทีซีพี/ ไอพี
(TCP/IP protocol suite)
ทีซีพี / ไอพีและอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ตเป็นทั้งเครือข่ายของคอมพิวเตอร์
และเครือข่ายของเครือข่าย
เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นสังคมเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วย
เครือข่ายย่อยจำนวนมากต่อเชื่อมกัน TCP/IP
คอมพิวเตอร์ในอินเทอร์เน็ตทุกเครื่องจึงใช้โปรโตคอล TCP/IP
เพื่อสื่อสารระหว่างกันพัฒนาการของอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ตมีพัฒนาการมาจาก อาร์พาเน็ต (ARP Anet)
ซึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายใต้ความรับผิดชอบของ อาร์พา (Advanced
Research Projects Agency)
ในสังกัดกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาอาร์พาเน็ตในขั้นต้นเป็นเครือข่ายทดลองที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านการทหารอาร์พาซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น
ดาร์พา (Defense Advanced Research Projects Agency)
ต้องการพัฒนาเครือข่ายที่สามารถสื่อสารกันได้
แม้ว่าอุปกรณ์เครือข่ายบางจุดจะหยุดทำงานหรือเส้นทางสื่อสารบางเส้น
ทางถูกตัดขาด
ดาร์พาวางแผนการขยายเครือข่ายและเปิดการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายกับเครือข่ายต้องการโปรโตคอลที่ทำงานได้กับสายสื่อสารและฮาร์ดแวร์หลายรูปแบบ
และสามารถรองรับ Host จำนวนมากได้ TCP/IP
เป็นโปรโตคอลที่มีคุณสมบัติดังกล่าวครบถ้วน
TCP/IP ยังไม่ได้เป็นชื่อที่ใช้อย่างเป็นทางการในช่วงเวลานั้น
หากแต่เรียกว่าคาห์น – เซอร์ฟ โปรโตคอล ตามชื่อผู้พัฒนาคือ โรเบิร์ต
คาห์น (Robert Kahn) ซึ่งทำงานอยู่ที่บริษัท บีบีเอ็น (BBN : Nolt
Beranek and Newmann) และ วินตัน เซอร์ฟ (Vintom Cerf)
แห่งสถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด ดาร์พาว่าจ้างบีบีเอ็นพัฒนา TCP/IP
ภายใต้ยูนิกซ์ของมหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนียแห่งเบิร์คลีย์
และให้ทุนเผยแพร่ระบบปฏิบัติการออกไปโดยไม่คิดมูลค่า
ยูนิกซ์ที่ผนวก TCP/IP และเผยแพร่ออกไปเมื่อ พ. ศ. 2526 ใช่ชื่อว่า
4.2BSD (4.2 Berkeley System Distribution) จากจุดนั้นเป็นต้นมาทีซีพี/
ไอพีก็ได้แพร่หลายไปใน มหาวิทยาลัยและหน่วยงานอื่น ๆ
และเป็นโปรโตคอลมาตรฐานซึ่งใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ที่ทำงานภายใต้ยูนิกซ์ในปัจจุบันจะพบว่าระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ทั้งคอมพิวเตอร์
ระดับใหญ่และไมโครคอมพิวเตอร์ จะสนับสนุนการทำงานตามข้อกำหนดของ ที
TCP/IP เพื่อเชื่อมเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้โดยง่าย
สถาปัตยกรรมอินเทอร์เน็ต
TCP/IP เป็นแกนสำคัญในการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์
ที่อาจอยู่ภายในเครือข่ายเดียวกันหรือนอกเครือข่าย
โครงสร้างของอินเทอร์เน็ตประกอบด้วยเครือข่าย
ย่อยจำนวนมากต่อเชื่อมกันผ่าน Router
สถาปัตยกรรม TCP/IP
TCP/IP
เป็นโปรโตคอลที่ไดรับความนิยมอย่างแพร่หลายเนื่องมาจากความสามารถในการเชื่อมเครือข่ายที่ใช้ฮาร์ดแวร์ต่างชนิดกันได้อย่างกลมกลืน
เนื้อหาในบทนี้จะกล่าวถึง
แบบอ้างอิงโปรโตคอลและบริการของโปรโตคอลย่อยโดยสังเขป
เพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นภาพโดยรวมตามหัวข้อต่อไปนี้
* แบบอ้างอิง TCP/IP
* โปรโตคอลแสตค
* ชุดโปรโตคอล TCP/IP
แบบอ้างอิง TCP/IP
ระบบการสื่อสารข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
ที่ซับซ้อนการมองภาพของระบบโดยรวมทั้งหมดเป็นหน่วยใหญ่ย่อมยากต่อการ
ทำความเข้าใจ
การใช้แบบอ้างอิงที่แบ่งระบบออกเป็นส่วนย่อยจะช่วยลดความซับซ้อนและสร้างความเข้าใจได้ง่ายกว่า
เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีแบบอ้างอิงที่ใช้เป็นมาตรฐานคือ
แบบอ้างอิงโอเอสไอ (OSI : Open Systems Interconnection Reference
Model) ในขณะที่ที TCP/IP เป็นโปรโตคอล ที่กำเนิดก่อน OSI
และมีแบบอ้างอิงเฉพาะตามรูป 7.1 TCP/IP
มีระดับชั้นจากล่างขึ้นบนและลักษณะสมบัติประจำชั้นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ฟิสิคัล
ชั้นของการกำหนดคุณสมบัติฮาร์ดแวร์ เช่นคุณสมบัติทางกล ( หัวต่อ และ
ชนิดสายสื่อสาร) และคุณสมบัติทางไฟฟ้า ( ลักษณะสัญญาณ
และอัตราเร็ว) กล่าวโดยรวมแล้ว
ระดับชั้นฟิสิคัลกำหนดวิธีการถ่ายโอนข้อมูลในระดับบิต
ตัวอย่างของการเชื่อมต่อที่ตรงกับระดับชั้นฟิสิคับได้แก่ RS232 และ
X.21 เป็นต้น
เดทาลิงค์ ชั้นของซอฟต์แวร์ ( ดีไวซ์ไดรเวอร์)
และฮาร์ดแวร์ซึ่งทำงานด้านการเชื่อมโยงเข้ากับ สายสื่อสาร
ตัวอย่างมาตรฐานในระดับชั้นนี้ได้แก่ อินเทอร์เน็ตและโทเค็นริง เป็นต้น
เน็ตเวอร์ค
ชั้นที่ทำหน้าที่เลือกเส้นทางเพื่อส่งข้อมูลระหว่างสถานีต้นทางและสถานีปลายทาง
ตัวอย่างโปรโตคอลในระดับชั้นนี้ได้แก่ IP
ทรานสปอร์ต
ชั้นที่หน้าที่จัดเตรีมการส่งข้อมูลระหว่างสถานีต้นทางและปลายทางโดยสถาปนาการเชื่อมต่อและรักษาสภาพการเชื่อมต่อตลอดจนยกเลิกการเชื่อมต่อเมื่อสิ้นสุด
กระบวนการ
และอาจมีหน้าที่เพิ่มเติมในการับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่จัดส่ง
TCP/IP มีโปรโตคอลประจำชั้นนี้จำนวนสองโปรโตคอลคือ TCP และ UDP
แอพลิเคชั้น
ระดับชั้นนี้กำหนดการทำงานของโปรโตคอลประยุกต์
ตัวอย่างโปรโตคอลในระดับชั้นนี้ได้แก่ เอฟอีพี (FTP) เอสเอ็มทีพี
(SMTP) หรือ เทลเน็ต (TELNET) เป็นต้น |