|
|
|
โครงการรวมพลังไทยลดใช้พลังงาน  |
9 วิธีใช้เครื่องปรับอากาศให้ประหยัดพลังงาน 
|
ในแต่ละปีเครื่องปรับอากาศมียอดการจำหน่ายสูงถึง 4 แสนเครื่อง ซึ่งหากคำนวณอัตราการใช้ไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่องที่ 1,500 วัตต์ เท่ากับในแต่ละปี ประเทศไทยจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มถึง 600 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับเครื่องปรับอากาศอย่างเดียว
|
1. ล้างเครื่องปรับอากาศปีละครั้ง
ควรจะมีการถอดล้างภายในโดยช่างผู้ชำนาญทุกปี เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะสามารถยืดอายุการใช้งานและประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 10%

|
2. กันร้อนให้คอนเดนเซอร์
เจ้าของเครื่องปรับอากาศส่วนใหญ่ มักมองข้ามความสำคัญของคอนเดนเซอร์ที่ตั้งอยู่ภายนอก โดยการนำคอนเดนเซอร์ไปวางไว้ในที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น วางไว้บนดาดฟ้า วางไว้บนพื้นซีเมนต์กลางแดด หรือวางไว้ในที่ลมถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้คอนเดนเซอร์ทำงานหนัก และ ลดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศลง ส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานและค่าใช้จ่าย ดังนั้น จึงควรตั้งคอนเดนเซอร์ไว้ในที่ร่ม และ มีอากาศถ่ายเทสะดวก หรือ จัดหาร่มเงาให้ เช่น วางกระถางต้นไม้ไว้ใกล้ๆ เพื่อบังแดด และ ควรตั้งห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น จะประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณร้อยละ 15 20

|
3. ปรับเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศา
ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่จะทำให้ร่างกายรู้สึกสบาย และ ช่วยประหยัดไฟที่สุด ประหยัดไฟได้ประมาณ 10%

|
4. ไม่นำความชื้นเข้าห้อง
เชื่อหรือไม่ว่าสำหรับเมืองไทยแล้ว พลังงานที่ใช้ในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศแค่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เหลืออีก 70 เปอร์เซ็นต์เป็นการใช้ไปเพื่อการ ทำให้อากาศในห้องแห้ง หรือ รีดความชื้น ออกจากห้อง ดังนั้น หากอยากให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อย ก็อย่าเอาของที่มีความชื้นเข้าไปไว้ในห้องปรับอากาศ เช่น กระถางต้นไม้ การตากผ้า หรือ ทำเกล็ดระบายอากาศของประตูห้องน้ำในห้อง เป็นต้น

|
5. ไม่นำของร้อนเข้าห้อง
หลีกเลี่ยงการนำเครื่องครัว หรือ ภาชนะที่มีผิวหน้าร้อนจัด เช่น เตาไฟฟ้า กระทะร้อน หม้อต้มน้ำ หม้อต้มสุกี้ เข้าไปในห้องที่มีการปรับอากาศ ควรปรับให้เสร็จจากในครัว แล้วจึงนำเข้ามารับประทานภายในห้อง เพื่อไม่เป็นการเพิ่มความร้อนในห้อง อันเป็นสาเหตุให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไป

|
6. ถ่ายเทความร้อน
ควรปิดประตู และหน้าต่างให้สนิทขณะเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศร้อน หรือ ความชื้นจากภายนอกเข้ามา เพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น

|
7. ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท
ในช่วงเวลาที่ไม่ใช้ห้อง หรือ ก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศสัก 15 นาที ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้าไปแทนที่อากาศเก่าในห้องจะช่วยลดความร้อนในห้อง และลดกลิ่นต่างๆ ให้น้อยลง โดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ ซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น

|
8. ปิดก่อนออก
ควรปิดเครื่องปรับอากาศก่อนจะออกจากห้องอย่างน้อย 30 นาที 1 ชั่วโมง เพราะยังมีความเย็นหลงเหลืออยู่ โดยการปิดเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 บีทียู เร็วขึ้นวันละ 1 ชั่วโมง จะช่วยลดการใช้ไฟได้ 21 หน่วยต่อเดือน ประหยัดได้ 52.50 บาทต่อเดือน ถ้าปิดเร็วขึ้นวันละ 1 ชั่วโมง 1 ล้านเครื่อง จะประหยัดไฟให้ประเทศได้เดือนละ 52.50 ล้านบาท หรือ 630 ล้านบาทต่อปี

|
9. เปิดเครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น
เลือกเปิดเครื่องปรับอากาศเฉพาะที่จำเป็น ก็จะช่วยประหยัดได้ เช่น ใช้เครื่องปรับอากาศเฉพาะในห้องนอน เป็นต้น

|
วิธีง่ายๆ ในการดูแลและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ
ชุดจ่ายลมเย็น (Fan coil Unit)
- อย่าวางสิ่งของขวางทางลมเข้าออกบริเวณชุดจ่ายลมเย็น จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศลดลง และสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้า เนื่องจากไม่สามารถนำลมกลับไปผ่านท่อน้ำยา เพื่อทำความเย็นให้ห้องปรับอากาศได้สะดวก
- หมั่นล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้มีฝุ่นเกาะ ซึ่งหากแผ่นกรองอากาศสกปรก หรือ อุดตัน จะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก ห้องไม่เย็น และสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้า
- การล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ สามารถทำได้ง่ายๆ โดยถอด หรือ เปิดตะแกรงพลาสติกด้านหน้าชุดจ่ายลมเย็น จะพบแผ่นกรองอากาศอยู่ด้านใน ซึ่งอาจทำด้วยพลาสติกสังเคราะห์ หรือ ใยสังเคราะห์ อาจมีชิ้นเดียว หรือ หลายชิ้นตามความยาวของเครื่องปรับอากาศออกมาเป่าด้วยลม หรือ ล้างด้วยน้ำสะอาด และ ผึ่งให้แห้ง เมื่อแห้งจึงนำกลับไปใส่ไว้ตามเดิม
- ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ ประหยัดพลังงาน
- การหมั่นล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ นอกจากจะทำให้ประหยัดพลังงานแล้วยังทำให้สุขอนามัยในห้องดีขึ้น เนื่องจากไม่มีการหมักหมมของกลิ่น และ เชื้อโรคต่างๆ ที่สะสมในแผ่นกรองอากาศ
ชุดระบายความร้อน (Condensing Unit)
- ควรติดตั้งไว้ในบริเวณที่โปร่งโล่งให้อากาศภายนอกหมุนเวียนได้สะดวก ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งในตำแหน่งที่อับลม เช่น ใต้ถุนอาคาร หรือ ใต้ราวบันได และ ควรหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของ เช่น ถัง ลัง หรือ ของเก่า ไปวางสุมไว้บริเวณรอบๆ เนื่องจากทำให้ลมไหลเวียนได้ไม่สะดวก และ ยังทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก และ ใช้ไฟฟ้ามากขึ้นด้วย
- ย่าติดตั้งชุดระบายความร้อนใกล้ผนังจนเกินไป เพราะจะทำให้การระบายความร้อนไม่สะดวก และ ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก และ ใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ควรติดตั้งห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร
- ทำความสะอาดแผงท่าของชุดระบายความร้อน โดยการใช้แปรงนิ่มๆ และ ฉีดน้ำล้าง เพื่อทำความสะอาดบริเวณแผนอลูมิเนียม และ คลีบระบายความร้อนทุกๆ 6 เดือน จะช่วยทำให้เครื่องปรับอากาศสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น และ ช่วยให้ประหยัดค่าไฟฟ้า
- ตรวจสอบฉนวนหุ้มท่อน้ำเย็นอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ฉีกขาด และ เพื่อให้เครื่องปรับอากาศที่เราใช้งานมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ และประหยัดพลังงาน ควรว่าจ้างช่างผู้ชำนาญตรวจเช็ค และ ล้างเครื่องปรับอากาศเป็นรายปี เพื่อความสะดวก แต่ส่วนใดที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ เช่น การถอดแผ่นกรองอากาศ เพื่อล้างทำความสะอาดทุกๆ เดือน รวมทั้งดูและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศตามข้อแนะนำข้างต้น ก็จะช่วยให้มีสุขอนามัยที่ดี รวมทั้งประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย
|
|
|