การผลิตไฟฟ้า
1. ไฟฟ้าจากปฏิกิริยา ถ้าเราจุ่มแผ่นทองแดงและแผ่นสังกะสีลงในกรดกำมะถันเจือจางโดยวางให้ห่างกัน ต่อหลอดไฟระหว่างแผ่นโลหะทั้งสอง หลอดไฟจะติดสว่าง เซลล์ไฟฟ้านี้เรียกว่า เซลล์เปียก หรือเซลล์ไฟฟ้าของโวลตา ซึ่งเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างแผ่นโลหะกับกรดกำมะถัน จะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลในวงจรจากแผ่นทองแดงไปยังแผ่นสังกะสี เช่น การใช้ทำถ่านไฟฉาย มีหลักการทำงานเช่นเดียวกับเซลล์ของโวลตา แต่เปลี่ยนสารละลายมาเป็นกาวที่ชุ่มด้วยปงถ่านแมงกานีสไดออกไซด์และแอมโมเนียมคลอไรด์ บรรจุในภาชนะสังกะสีและใช้แท่งคาร์บอนแทนแผ่นทองแดง เราเรียกว่า เซลล์แห้ง
ไฟฟ้าที่ได้จากปฏิกิริยาเคมี มีทิศทางการไหลแน่นอนจากขั้วบวกไปยังขั้วลบ เช่น ไฟฟ้าจากถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถยนต์ เราเรียกการไหลเช่นนี้ว่า ไฟฟ้ากระแสตรง เมื่อใช้ถ่านไฟฉายไปนานๆ กระแสไฟจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนหมดไป แต่มีถ่านไฟฉายบางชนิดซึ่งทำมาจากนิเกิลกับแคดเมียมสามารถนำมาประจุไฟใหม่ได้
2. ไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ไฟฟ้าที่เราใช้ตามอาคารบ้านเรือนเป็นไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือที่เรียกว่า ไดนาโม หรือเจเนอเรเตอร์ ซึ่งภายในประกอบด้วยขดลวดทองแดงเคลื่อนที่ตัดเส้นแรงแม่เหล็กหรืออาจเคลื่อนที่แม่เหล็กตัดขวดลวดทองแดงที่อยู่กับที่ ก็จะเกิดกระแสไฟฟ้าในขดลวดไหลกลับไปกลับมาระหว่างขั้วบวกและขั้วลบ เรียกว่า ไฟฟ้ากระแส-สลับ แสงไฟของรถจักรยานก็ได้จากไดนาโมเล็กๆที่ติดอยู่กับล้อรถนั่นเองเมื่อล้อรถหมุนจะทำให้แม่เหล็กเคลื่อนที่เกิดกระแสไฟฟ้าทำให้ดวงไฟสว่าง
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ใช้พลังจากน้ำไหลโดยต่อท่อจากเขื่อนกักน้ำ แล้วปล่อยน้ำด้วยความดันสูงเข้าไปปั่นกังหันน้ำให้เกิดกำลังหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ในประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำอยู่หลายแห่ง เช่น ที่เขื่อนภูมิพลจังหวัดตาก เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น
3. ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เราสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากอุปกรณ์ที่เรียกว่า โซล่าเซลล์ หรือ เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ ซึ่งใช้ครั้งแรกในยานอวกาศ ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ เช่น นาฬิกาข้อมือ เครื่องคิดเลข แต่ใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ค่อนข้างสูง
นอกจากนี้มนุษย์ยังพยายามนำพลังงานจากธรรมชาติอื่นๆ มาผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น พลังงานลม พลังงานจากความร้อนใต้พิภพ พลังงานจากคลื่นในทะเล
|