M e n u ~ *
+ Home
+ ทำความรู้จักกับพลังงาน
วิธีการประหยัดพลังงาน ~ *
+ วิธีการประหยัดน้ำ
+ วิธีการประหยัดไฟฟ้า
+ วิธีการประหยัดน้ำมัน
+ วิธีการประหยัดพลังงานอื่นๆ

+ 108 วิธีประหยัดพลังงาน

+ วิธีการออกแบบ บ้านให้ประหยัดพลังงาน
+ โครงการรวมพลังไทยลดใช้พลังงาน
วิธีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ~ *
+ การใช้เตาแก๊ส
+ การใช้เตาถ่าน
+ การใช้หลอดแสงสว่าง
+ การใช้ตู้เย็น
+ การใช้เครื่องปรับอากาศ
+ การใช้เครื่องทำน้ำอุ่น
+ การใช้กระติกน้ำร้อน
+ การใช้เตาไฟฟ้า
+ การใช้เตาอบ
+ การใช้เตารีด
+ การใช้หม้อหุงข้าว
+ การใช้โทรทัศน์
+ การใช้เครื่องซักผ้า
+ การใช้ปั๊มน้ำ
+ การใช้เครื่องดูดฝุ่น
+ การใช้พัดลม
+ การใช้คอมพิวเตอร์
+ Safty First
+ ข้อควรดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้า
ภาวะโลกร้อน ~ *
+ ภาวะโลกร้อน
L i n k ~ *
+ เวบไซต์ครูแดง

+ กระทรวงพลังงาน

+ ข่าวพลังงาน
+ แหล่งเรียนรู้สิ่งแวดล้อม

+ สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม

+ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
+ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
+ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
+ กรมพัฒนาพลังงานทดแทน
และอนุรักษ์พลังงาน
+ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
+ บริษัท บางจาก ปิโตเลียม จำกัด (มหาชน)
+ ศูนย์อนุรักษ์พลังงานแห่งประเทศไทย
+ ศูนย์สารสนเทศการอนุรักษ์พลังงาน
+ สถาบันวิจัยพลังงานจุฬาภรณ์
+ มูลนิธิสถาบันพลังงานทดแทน เอทานอล-ไบโอดีเซล แห่งประเทศไทย
+ สำนักงานบริการสารสนเทศ
อุตสาหกรรมพลังงาน
+ มูลนิธิสถาบันประสิทธิภาพพลังงาน
+ U.S. Department of Energy
+ Thailibrary-Energy
Save the World มาร่วมมือกันประหยัดพลังงานเพื่อรักษาโลกของเราเอาไว้กันเถอะค่ะ ^^"
พลังงานน้ำมัน
น้ำมันมาจากใต้ดิน ทำไมใต้ดินถึงมีน้ำมัน?
น้ำมัน ถ่านหิน หินน้ำมัน ทรายน้ำมัน จริงๆ แล้วก็คือวากสัตว์และซากพืชที่ตายมานานนับเป็นล้านปี และทับถมสะสมกันจนจมอยู่ใต้ดิน แล้วเปลี่ยนรูปเป็นสิ่งที่เรียกว่า ฟอสซิล ระหว่างนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติจนซากสัตว์และซากพืชหรือฟอสซิลนั้นกลายเป็นน้ำมันดิบ ถ่านหิน กาซธรรมชาติ ฯลฯ เราจึงเรียกเชื้อเพลิงประเภทนี้ว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล
ในทางวิทยาศาสตร์ เรารู้กันดีว่าต้นพืชและสัตว์รวมทั้งคน ประกอบด้วยเซลล์เล็กๆ มากมาย เซลล์เหล่านี้ประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจนและธาตุคาร์บอนเป็นหลัก เวลาซากสัตว์และซากพืชทับถมและเปลี่ยนรูปเป็นน้ำมัน หรือก๊าซ หรือถ่านหิน ฯลฯ พวกนี้จึงมีองค์ประกอบของสารไฮโดรคาร์บอน (คือธาตุไฮโดรเจนรวมกับธาตุคาร์บอน) เป็นส่วนใหญ่ และไฮโดรคาร์บอนนี้แหละเมื่อนำมาเผาจะให้พลังงานออกมาแบบเดียวกับที่เราเผาฟืน เพียงแต่น้ำมันความร้อนมากกว่าฟืน นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบสอดแทรกอื่นๆ บ้าง เช่น กำมะถัน (เวลาเอามาเผาจะรวมกับออกซิเจน ได้เป็นก๊าซพิษของกำมะถันไดออกไซด์)
โลกเราใช้เวลานานมาก (เป็นล้านปี) กว่าจะผลิตน้ำมันได้แต่ละลิตร แต่เราเอามาเติมรถยนต์ วิ่งไม่กี่นาทีก็หมดแล้ว เราจึงควรใส่ใจและคิดสักนิด เมื่อจะขับรถ เปิดไฟ เปิดแอร์ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรทำ แต่ถ้าจำเป็นก็ลดการใช้ลงบ้าง จะช่วยให้เรามีเชื้อเพลิงใช้ไปได้อีกนานๆ

น้ำมันดิบ
น้ำมันดิบมาจากใต้ดิน มีลักษณะเป็นของเหลวสีดำๆ จึงสูบขึ้นมาได้ มีสารไฮโดรคาร์บอนอยู่เยอะ จึงเผาแล้วได้พลังงานสูง ถ้ามีสิ่งเจือปนเยอะ เช่น มีกำมะถันเยอะ เผาแล้วจะเกิดก๊าซพิษมาก ก็ถือว่าเป็นน้ำมันดิบเกรดต่ำ

 

น้ำมันดิบที่มีกำมะถันเจือปนน้อยถือว่าเป็นน้ำมันดี จึงมีราคาแพง น้ำมันดิบนี้จะเอามาใช้โดยตรงไม่ได้ ต้องเอาไปกลั่นที่โรงกลั่นน้ำมัน ทำเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ เอาไว้เติม รถยนต์ รถดีเซล เรือ รถไฟ หรือเครื่องบิน น้ำมันเหล่านี้มีสมบัติต่างๆกันไปและราคาก็ไม่เท่ากัน
น้ำมันดิบเมื่อเอามากลั่นจะได้
+ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือแอลพีจี(liquefied petroleum gas): ใช้สำหรับหุงต้มในครัว และใช้กับรถบางคัน รวมทั้งในโรงงานบางชนิด
+ น้ำมันเบนซิน : รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่ใช้น้ำมันชนิดนี้
+ น้ำมันก๊าด : ใช้จุดตะเกียงให้แสงสว่างและใช้ในโรงงาน
+ น้ำมันเครื่องบิน : ใช้กับเครื่องบินใบพัด เครื่องบินไอพ่น
+ น้ำมันดีเซล(โซล่า) : รถเมล์ รถไฟ รถบรรทุก รถกระบะส่วนใหญ่ใช้น้ำมันชนิดนี้
+ น้ำมันเตา : ใช้สำหรับเตาเผาหรือต้มน้ำในหม้อไอน้ำ (บอยเลอร์) หรือเอามาปั่นไฟหรือใช้กับเรือ
+ ยางมะตอย : ส่วนใหญ่ใช้ทำถนน นอกนั้นใช้เคลือบท่อเคลือบโลหะเพื่อกันสนิม
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Webmaster : [email protected]
@ Taphanhin School 2007

 

Hosted by www.Geocities.ws

1