บทเรียนสัปดาห์ที่ 1 (Week 1)
ชื่อบทเรียน(Topic) 1. บทนำการสื่อสารข้อมูล
จุดประสงค์การสอน
- เข้าใจความหมายและองค์ประกอบของระบบสื่อสารข้อมูล
ทราบถึงวิวัฒนาการ การสื่อสารข้อมูล เข้าใจการเชื่อมต่อการสื่อสารข้อมูล เข้าใจสัญญาณอานาล็อกและสัญญาณดิจิตอล รู้จักการสื่อสารข้อมูลแบบ ขนาน และ อณุกรม รู้จักรูปแบบการรับส่งข้อมูล ( Synchonus…. ) และ รหัส เข้าใจถึงความผิดพลาดในการรับส่งข้อมูล
เนื้อหา
ความหมาย ของระบบสื่อสารข้อมูล คือ การโอนถ่ายข้อมูล กันระหว่างต้นทางและปลายทางโดยผ่านอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์
องค์ประกอบของระบบสื่อสารข้อมูล ได้แก่ ผู้รับผู้ส่งโปรโตคอลข่าวสาร และสื่อกลาง วิวัฒนาการ ของการสื่อสารข้อมูล เริ่มจากการใช้เสียงท่าทางต่างๆ จนถึง ระบบสื่อสารไร้สายสัญญาณอานาล็อกคือ ไฟฟ้าที่แบบคลื่นส่วนใหญ่เกิด จากขดลวดตัดกับสนามแม่เหล็กแล้วได้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับสัญญาณดิจิตอลคือ สัญญาณที่กำหนดระดับความแรงโดยให้ระดับ 0 Volt คือ Logic 0 และระดับ 5 Volt คือ logic 1
การถ่ายโอนข้อมูลแบบขนาน การถ่ายโอนข้อมูลแบบขนาน ทำได้โดยการส่งข้อมูลออกทีละ 1 ไบต์ หรือ 8 บิตจากอุปกรณ์ส่งไปยังอุปกรณ์รับ อุปกรณ์ตัวกลางระหว่างสองเครื่องจึงต้องมีช่องทางให้ข้อมูลเดินทางอย่างน้อย 8 ช่องทาง เพื่อให้กระแสไฟฟ้าผ่าน
การถ่ายโอนข้อมูลแบบอนุกรม ในการถ่ายโอนข้อมูลแบบอนุกรม ข้อมูลจะถูกส่งออกมาทีละบิต ระหว่างจุดส่งและจุดรับ การส่งข้อมูลแบบนี้จะช้ากว่าแบบขนาน การถ่ายโอนข้อมูลแบบอนุกรมต้องการตัวกลางสำหรับการสื่อสารเพียงช่องเดียวหรือสายเพียงคู่เดียว
รูปแบบการรับ-ส่ง ได้ 3 แบบ คือ ทางเดียว (simplex) สองทางครึ่งอัตรา (half duplex) สองทางเต็มอัตรา (full duplex)
รหัส ASCII และ EBCDIC- ความผิดพลาดของการรับส่งข้อมูล และวิธีการตรวจสอบจาก Parity Code
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 2 (Week 2)
ชื่อบทเรียน(Topic) 2. การส่งสัญญาณและสื่อกลาง ( Data transmission & Transmission media )
จุดประสงค์การสอน
รู้จักและเข้าใจเรื่อง การส่งสัญญาณและสื่อกลาง ( Data transmission & Transmission media )
- อธิบายเรื่อง สื่อกลางในการรับส่งข้อมูล
- อธิบายเรื่อง สัญญาณไฟฟ้า ( Analog/Digital Signal )
- อธิบายเรื่อง คลื่นวิทยุความถี่สูง ( Microwave )
- อธิบายเรื่อง แสงเลเชอร์ และ แสงอินฟาเรด
- อธิบายเรื่อง สายนำสัญญาณ ( Cabeling ) และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง 1
เนื้อหา
สื่อกลางที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลมี 3 แบบคือ แบบตัวนำโลหะ แบบใยแก้ว หรือ พาสติก แบบคลื่นวิทยุ หรือเครือข่ายไร้สาย
สัญญาณไฟฟ้า คือ การใช้ไฟฟ้าเป็นสัญญาณ โดยกำหนดระดับความแรงโดยให้ระดับ 0 Volt คือ Logic 0และระดับ 5 Voltคือ logic 1 แล้วนำระหัสเหล่านี้มาแทนข้อมูลข่าวสาร
คลื่นวิทยุความถี่สูง ( Microwave ) คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งโดยไม้ต้องใช้สายนำสัญญาณ ในการสื่อสารข้อมูลได้มีการนำมาใช้เพื่อรับส่งข้อมูล
แสงเลเชอร์ และ แสงอินฟาเรด เป็นตัวกลางที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลผ่านสายสัญญาณใยแก้ว หรือ พาสติก ลักษณะการทำงานของสายสัญญาณใยแก้วสัญญาณไฟฟ้าแบบดิจิตอลจะถูก modulate เข้ากับแหล่งกำเนิดแสงที่นี้อาจเป็นเลเซอร์ไดโอกชนิด ILD(Injection Laser Diode) หรือ LED ( Light Emitting Diode) ก็ได้สัญญาณที่ออกมาจะเป็นสัญญาณแสงซึ่งจะถูกส่งผ่านไปตามเคเบิลใยแก้วระยะหนึ่งจนถึงตัวทวนสัญญาณ สัญญาณก็จะถูกเปลี่ยนกลับเป็นสัญญาณไฟฟ้า
ชนิดของสายนำสัญญาน ได้แก่ สาย UTP,STP,Fiber ,Coaxial
แสดงภาพ เครื่องมือวัด สายสัญญานและหัวต่อต่างๆ พร้อมทั้งอุปกรณ์จริง
สายคู่บิดเกลียว (twisted pair) สายคู่บิดเกลียว แต่ละคู่สายทองแดงจะถูกพันกันตามมาตรฐานเพื่อลดการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากคู่สายข้างเคียงภายในเคเบิลเดียวกันหรือจากภายนอก เนื่องจากสายคู่บิดเกลียวนี้ยอมให้สัญญาณไฟฟ้าความถี่สูงผ่านได้ถึง 10 Hz หรือ 10 Hz
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 3 (Week 3)
ชื่อบทเรียน(Topic) 2. การส่งสัญญาณและสื่อกลาง ( Data transmission & Transmission media ) 2
จุดประสงค์การสอน
รู้จักและเข้าใจเรื่อง การส่งสัญญาณและสื่อกลาง ( Data transmission & Transmission media )
- อธิบายเรื่อง สายนำสัญญาณ ( Cabeling ) และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง อธิบายเรื่อง การติดตั้งสายสัญญาน และ อุปกรณ์ตัวต่อแบบต่างๆ
- อธิบายเรื่อง ระบบส่งสัญญาณ ( Data Transmission System )
เนื้อหา
องค์กร IEEE ได้กำหนดมาตราฐานควบคุมระบบสายสัญญาณในเครือข่ายแบบ Ethernet ที่ความเร็ว 10 และ 100 Mbps.10BASE-T รองรับความเร็วในการรับส่งข้อมูล 10 Mbps ความยาวระบบ 100 เมตร 10BASE-2, 10BASE-5, 10BASE-F, 100BASE-T4
เส้นใยแก้วนำแสงหรือไฟเบอร์ออปติก เป็นตัวกลางของสัญญาณแสงชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากแก้วซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงมาก เส้นใยแก้วนำแสงมีลักษณะเป็นเส้นยาวขนาดเล็ก มีขนาดประมาณเส้นผมของมนุษย์เรา เส้นใยแก้วนำแสงที่ดีต้องสามารถนำสัญญาณแสงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ โดยมีการสูญเสียของสัญญาณแสงน้อยมาก
สายโคแอกเชียล หรือสาย ซีล Coaxial cable สายโคแอกเชียลเป็นตัวกลางเชื่อมโยงที่มีลักษณะเช่นเดียวกับสายทีวีที่มีการใช้งาน กันมาก ไม่ว่าในระบบเครือข่ายเฉพาะที่ ในการส่งข้อมูลระยะไกลระหว่างชุมสายโทรศัพท์หรือการส่งข้อมูลสัญญาณวีดิทัศน์ สายโคแอกเชียลที่ใช้ทั่วไปมี 2 ชนิด คือ 50 โอห์ม ซึ่งใช้ส่งข้อมูลแบบดิจิทัล และชนิด 75 โอห์มซึ่งใช้ส่งข้อมูลสัญญาณแอนะล็อก สายโคแอกเชียลจะมีฉนวนหุ้มป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และสัญญาณรบกวนอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สายแบบนี้มีช่วงความถี่ที่สัญญาณไฟฟ้าสามารถผ่านได้กว้างถึง 500 Mhz จึงสามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราส่งสูง
ADSL (Asynchronous Digital Subscriber Line) เป็นเทคโนโลยีโมเด็มแบบใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงคู่สายโทรศัพท์ที่เป็นแบบสายคู่ตีเกลียวที่มีอยู่เดิม ให้กลายเป็นเส้นทางเข้าถึงมัลติมีเดียและการสื่อสารข้อมูลด้วยความเร็วสูงได้ โดย ADSL สามารถสื่อสารด้วยความเร็วกว่า 6 Mbps ไปยังผู้ใช้บริการ และได้เร็วถึงกว่า 640 Kbps ในสองทิศทาง ซึ่งอัตราความเร็วดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจุของสายโทรศัพท์แบบเดิมได้กว่า 50 เท่า โดยไม่ต้องลงทุนวางสายเคเบิลใหม่- การสื่อสารผ่านดาวเทียม โดยตัวดาวเทียมจะรับข้อมูลจากสถานีภาคพื้นดินแล้วขยายและสะท้อนสัญญาณกลับมาที่สถานี ภาคพื้นดินอีกที่หนึ่ง
หลักในการเลือกใช้ สื่อนำสัญญาณ Factor to select mediaได้แก่ ราคา 1.Cost 2.ปริมาณข้อมูล และ ความเร็วที่ต้องการ Data rate & bandwidth 3.ระยะทาง Distance
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 4 (Week 4)
ชื่อบทเรียน(Topic) 3. รูปแบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย ( Network Topology )
จุดประสงค์การสอน
รู้จักและเข้าใจ รูปแบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย ( Network Topology )
อธิบาย การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแบบ ดาว ( Star Topology )
เนื้อหา
รูปแบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย Network Topology เป็นการจัดเรียง Node ต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายนั้นๆ เป็นตัวโครงข่าย ในการจัดวางนี้ จะมีรูปแบบของการเชื่อมต่อ ที่เรียกว่า topology ที่เป็นมาตราฐานของการจัดเรียง node ต่างๆ ซึ่ง topology จะมีอยู่ทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน คือ
การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแบบ ดาว ( Star Topology )
การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแบบ ต่อพ่วง ( Bus Topology ) การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแบบ วงแหวน ( Ring Topology ) การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแบบ เชื่อมทุกจุด (Mesh Topology) แสดงภาพการเชื่อมต่อ ระบบเครือข่าย Network Topology
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 5 (Week 5)
ชื่อบทเรียน(Topic) 3. รูปแบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย ( Network Topology ) 2.
จุดประสงค์การสอน
รู้จักและเข้าใจ รูปแบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย ( Network Topology )
อธิบาย เปรียบเทียบข้อดี และ ข้อเสีย
รู้จัก และเข้าใจ การประยุกต์ใช้งานร่วมกัน
เนื้อหา
การเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย Star เป็นแบบกระจายโดยใช้ HUB ในการกระจายสัญญาณ ข้อดีของระบบนี้ คือถ้าจุดใดจุดหนึ่งเสียก็จะไม่ทำให้จุดอื่นเสียไปด้วย
การต่อแบบ Bus เป็นแบบลูกโซ่ไม่ต้องใช้ Hub จะประหยัด การเพิ่มลด node ง่าย แต่ข้อเสียคือ คือถ้าจุดใดจุดหนึ่งเสียก็จะทำให้จุดอื่นเสียไปด้วย และกรณีมีการใช้งานมากจะเกิดการชน หรือรับส่งข้อมูลพร้อมกัน (collision) ทำให้รับปริมาณการใช้งาน(load traffic) ได้ประมาณ 30% การเชื่อมใช้สาย RG-58
การต่อแบบ Ring หรือแบบ Token Ring มีการเดินข้อมูลแบบวงแหวนแบบนี้มีข้อดีอยู่ที่ข้อมูลจะ ไม่ค่อยมีการชนกันมีความเที่ยงตรงมาก ข้อเสียคือ ราคาค่อนข้างแพงMesh เป็นแบบที่เชื่อมทุกจุดเข้าหากัน ข้อดีคือ สามารถทำงานได้แม้เกิด link บางส่วนขาดโดยทำงานผ่าน node อื่น ข้อเสียคือ ต้องใช้สายเชื่อมต่อจำนวนมาก ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงแสดงภาพรวม การต่อเครือข่ายแบบต่าง เช่น ในโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย โรงงานอุตสาหกรรม จัดให้มีการอภิปราย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Network Topology
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 6 (Week 6)
ชื่อบทเรียน(Topic) 4. อุปกรณ์ต่างๆ ในระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ 1
จุดประสงค์การสอน
รู้จัก อุปกรณ์ต่างๆ ในระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ 1
- ระบบ Server
- อุปกรณ์ Network Interface Card / PCMCIA
- ระบบ Workstation
- อุปกรณ์ Hub
- อุปกรณ์ Repeater
- อุปกรณ์ Modem,DSU
เนื้อหา
ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ คืออุปกรณ์ที่ ทำหน้าที่ให้บริการการใช้ไฟล์ ใช้ข้อมูล หากจัดการข้อมูลเป็นฐานข้อมูลและให้บริการการเรียกใช้ผ่านคำสั่งจัดการฐานข้อมูลมาตรฐาน เช่น SQL ก็เรียกว่า ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ ให้บริการด้านการสื่อสารที่จะต่อเชื่อมกับอุปกรณ์อื่นก็เรียกว่า คอมมูนิเคชั่นเซิร์ฟเวอร์ ให้บริการด้านการพิมพ์เอกสาร เป็นที่พักของข้อมูลก่อนการบริการการพิมพ์ก็เรียกว่า พรินเตอร์เซิร์ฟเวอร์Network Interface Card คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าเป็นตัวเชื่อมต่อ CPU สู่การติดต่อภายนอกที่เป็นเครื่อข่าย โดยทำหน้าที่รับ และส่งข้อมูลรีพีทเตอร์(Repeater) คืออุปกรณ์ที่ ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างเซ็กเมนท์ของสายสัญญานHub คืออุปกรณ์ตัวกลางของระบบเครื่อข่ายที่ทำให้เครื่องลูกข่าย ติดต่อกับแม่ข่ายกรณีที่เครื่อข่ายเป็นแบบดาวโมเด็มเป็นเสมือนโทรศัพท์สำหรับคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยให้ระบบคอมพิวเตอร์ สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทั่วโลกอุปกรณ์ CSU/DSU Customer Service Unit/Digital Service Unit เป็นอุปกรณ์ที่ ใช้เชื่อมสัญญาน ดิจิตอลของ สายสัญญาณเช่า
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 7 (Week 7)
ชื่อบทเรียน(Topic) 4. อุปกรณ์ต่างๆ ในระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2
จุดประสงค์การสอน
รู้จัก อุปกรณ์ต่างๆ ในระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2
- อุปกรณ์ Switching Device
- อุปกรณ์ Router / Gateway
- อุปกรณ์ Bridge
- อุปกรณ์ Wireless device
เนื้อหา
Switch คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คัดแยกแพ็กเก็ตหรือเรียกว่าสวิตช์แพ็กเก็ตข้อมูล โดยลดระยะเวลาการตรวจสอบแอดเดรสลงไป การคัดแยกจะกระทำในระดับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพเชิงความเร็วและความแม่นยำสูงสุด อุปกรณ์สวิตช์จึงเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่สวิตช์แพ็กเก็ตข้อมูลจากอินพุตไปยังเอาท์พุตพอร์ตที่ต้องการสวิตช์ข้อมูลจึงมีเวลาหน่วงภายในตัวสวิตช์ต่ำมาก จึงสามารถนำมาประยุกต์กับงานที่ต้องการเวลาจริง เช่น การส่งสัญญาณเสียง วิดิโอ ได้ดี
Router คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ รับข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตเข้ามาตรวจสอบแอดเดรสปลายทาง จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับตารางเส้นทางที่ได้รับการโปรแกรมไว้ เพื่อหาเส้นทางที่ส่งต่อ หากเส้นทางที่ส่งต่อมีมาตรฐานทางเครือข่ายที่แตกต่างออกไป ก็จะแปลงให้เข้ากับมาตรฐานใหม่ เช่น รับข้อมูลมาจากอีเทอร์เน็ต และส่งต่อทางพอร์ตแวนที่เป็นแบบจุดไปจุด ก็จะมีการปรับปรุงรูปแบบสัญญาณให้เข้ากับมาตรฐานใหม่ เพื่อส่งไปยังเครือข่ายแวนได้เกตเวย์ (Gateway) ใช้เชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายที่แตกต่างกันมากเช่นเครือข่ายเมนเฟรมกับเครือข่ายPCเกตเวย์สร้าง แพกเก็ตขึ้นใหม่ทุกส่วนซึ่งจะแตกต่างไปจากแพ็กเกตเดิม ทั้งนี้เพื่อให้ตรงตามที่แอพลิเคชั่นด้านรับต้องการ เกตเวย์บน PCส่วนใหญ่ถูกใช้งานในรูปไปรษณีย์อิเลกทรอนิกส์
Bridge บริดจ์ เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายสองเครือข่ายที่แยกจากกันอุปกรณ์
Wire Less เป็นอุปกรณ์เป็นการ ระบบแสง อินฟาร์เรด และคลื่นวิทยุ การใช้ระบบสื่อสารแบบนี้ทำให้การย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆทำได้ง่ายเพราะไม่ต้องยึดติดกับสาย Cableอุปกรณ์ Wire Less เป็นอุปกรณ์เป็นการ ระบบแสง อินฟาร์เรด และคลื่นวิทยุ การใช้ระบบสื่อสารแบบนี้ทำให้การย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆทำได้ง่ายเพราะไม่ต้องยึดติดกับสาย Cable
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 8 (Week 8)
ชื่อบทเรียน(Topic) 5 สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่าย
จุดประสงค์การสอน
เข้าใจ และ รู้จัก สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่าย
- ความหมายของระบบเครือข่ายภายในองค์กร ( Local Area Network )
- ระบบเครือข่ายแบบ Campus Network
- ความหมายของระบบเครือข่ายระหว่างองค์กร ( Wide Area Network )
- องค์กรมาตรฐาน เกี่ยวกับระบบเครือข่าย
- รูปแบบการสื่อสาร 7 ระดับขององค์กร OSI ( OSI 7 Layer Model )
- ระบบเครือข่าย Ethernet/IEEE 802.3
เนื้อหา
LAN (Local Area Network) จะเป็นเครือข่ายซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดเชื่อมโยงกัน อยู่ในพื้นที่ใกล้ๆ กัน เช่น อยู่ภายในแผนกเดียวกัน อยู่ภายใน สำนักงาน หรืออยู่ภายในตึกเดียวกัน เป็นต้น โดยส่วนมากแล้วการเชื่อมต่อในระบบ LAN จะใช้ สายเคเบิลแบบต่างๆ ในการเชื่อมโยงถึงกัน
(Campus network) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงเครือข่ายแบบ LAN จากตึกต่างๆ ของมหาวิทยาลัย (หรือบริเวณพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรม) เข้าด้วยกัน
Wide Area Network, WAN หรือระบบเครือข่ายระยะไกล คือ ระบบเครือข่ายแลนและแมน ที่เชื่อมโยงกันระหว่างเมือง ระหว่างประเทศ ระหว่างทวีปรูปแบบการสื่อสาร 7 ระดับขององค์กร ISO 1 : Physical layer 2 : Data link layer 3 : Network laye 4 : Transport layer 5 : Session layer 6 : Presentation layer 7 : Application layer
Ethernet and IEEE 802.3 คือวิธีการส่งสัญญานมาตราฐานที่พัฒนาโดย ที่บริษัท Xerox Palo Alto Research
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 10 (Week 10)
ชื่อบทเรียน(Topic) 6. การให้บริการเกี่ยวกับ ระบบเครือข่าย ( Network Service Provider )
จุดประสงค์การสอน
รู้จัก บริการเกี่ยวกับ ระบบเครือข่าย ( Network Service Provider )
- องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศไทย 6.2 การสื่อสารแห่งประเทศไทย
- ระบบ Lead Line
- ระบบ ATM
- ระบบ Frame Relay
- ระบบ X.25
- ระบบ ISDN
- ระบบ VSAT
เนื้อหา
การบริการขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย1. โทรศัพท์พื้นฐาน 2. บริการพิเศษชุมสายระบบเอสพีซี 3. บริการเลขหมายนำหมู่ 4. โทรศัพท์สาธารณะ 5. โทรศัพท์สาธารณะบนรถไฟ 6. โทรศัพท์สาธารณะทางไกลชนบท7. โทรศัพท์แบบตู้สาขา 8. โทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศ
การบริการของการสื่อสารแห่งประเทศไทยGLOBESAT (International VSAT) , International Private Leased Line (IPLC) CAT 400 (X.400) Mail ,FAX, ThaiPak (X.25) , Frame Link Service Charge ATM, Thailand Internet Exchange (THIX), CAT 400 (X.400) EDI, Internet Phoneระบบ Lead Line คือ เครื่อข่ายสายสัญญาณสำหรับให้บริการผู้เช่าใช้ เพื่อการสื่อสารข้อมูลเฟรมรีเลย์ ( Frame Relay ) เป็นระบบสื่อสารระยะไกลที่มีพื้นฐานของการเชื่อมโยงที่ลดโอเวอร์เฮด
ATM เป็นเทคโนโลยีซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการส่งผ่านข้อมูลความเร็วสูงทั้งที่เป็น ข้อมูลแบบ Voice ,Vedio และ data ผ่านทางเครือข่ายทั้งแบบที่เป็นเครือข่ายสาธารณะ และ เครือข่ายส่วนบุคคล โดยมุ่งเน้นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการส่ง (cost-effective manner)
X.25 คือมาตราฐานการสื่อสารแบบหนึ่งซึ่ง ใช้ติดต่อสื่อสารข้อมูลระหว่าง ผู้ใช้งาน และระบบคอมพิวเตอร์
ISDN คือบริการ แบบมัลติมีเดีย ที่มีข่าวสารหลายแบบโดยไม่ว่าจะเป็นข้อมูล เสียง ภาพนิ่ง หรือภาพวิดีโอ รูปแบบเครือข่ายซึ่งรองรับการสื่อสาร ระบบ มัลติมีเดียได้คือ เครือข่ายบริการสื่อสารร่วมแบบดิจิตัล
VSAT คิอ การสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมส่งสัญญาณความถี่ไมโครเวฟและมีดาวเทียม ทำหนัาที่เป็นสถานีทวนสัญญาณ
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 11 (Week 11)
ชื่อบทเรียน(Topic) 7. รูปแบบการสื่อสารข้อมูลในระบบเครือข่าย ( Network Protocol )
จุดประสงค์การสอน
รู้จักและเข้าใจ รูปแบบการสื่อสารข้อมูลในระบบเครือข่าย ( Network Protocol )
- ระบบโปโตคอล TCP/IP
- ระบบโปโตคอล NetBeui
- ระบบโปโตคอล IPX
- ระบบโปโตคอล ATM
- ระบบโปโตคอล Slip/PPP
เนื้อหา
โปรโตคอล (Protocol) คือมาตรฐานหรือ ร่างสนธิสัญญา ที่ถูกจัดตั้งเป็นกฎ เพื่อใช้ในการเป็นภาษาสื่อสารซึ่งกันและกัน.ระหว่างคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป
TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เป็นโปรโตคอลมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ในระบบปฎิบัติการแบบยูนิกซ์ โดยแบ่งเป็น Class ต่างๆเช่น A, B, C, D, E, F
NetBEUI (NetBIOS Extended User Interface) เป็นโปรโตคอลที่ใช้กับเครือข่ายแบบไมโครซอฟต์(Microsoft Network)
IPX/SPX เป็นโปรโตคอลที่พัฒนาโดยบริษัทโนเวล เพื่อใช้กับระบบปฎิบัติการเครือข่ายเน็ตแวร์ โปรโตคอลชนิดนี้สามารถ Route ผ่าน Router ได้
SLIP คือวิธีการส่งสัญญานที่จะทำให้ สามารถเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์ไปสู่ Internet โดยใช้สายโทรศัพท์
PPP / SLIP เป็นมาตราฐานเพื่อใช้เชื่อมต่อเครือข่ายผ่านสายโทรศัพท์. หรือเชื่อมต่อเข้ากับ Internet โดยผ่าน Internet Service Provider
DNS คือเซอร์ฟเวอร์ที่จะให้บริการการสอบถามชื่อเครื่องและ IP Address ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
SMTP/SNMP เป็นวิธีการสื่อสารเพื่อการส่งจดหมายอิเล็คทรอนิคส์และการตรวจวัดการรับส่ง
HTTP ใช้ในการติดต่อรับส่งข้อมูลชนิดไฮเปอร์เท็กซ์(Hypertext) ระหว่างเครื่องลูกข่ายกับ WWW Server (World Wide Web)
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 12 (Week 12)
ชื่อบทเรียน(Topic) 7. รูปแบบการสื่อสารข้อมูลในระบบเครือข่าย ( Network Protocol ) (2)
จุดประสงค์การสอน
รู้จักและเข้าใจ รูปแบบการสื่อสารข้อมูลในระบบเครือข่าย ( Network Protocol ) (2)
ระบบโปโตคอล FTP
ระบบเครือข่าย Gigabit, VoIP, VPN, WAP
เนื้อหา
FTP ใช้ในการรับ-ส่งแฟ้มข้อมูลระหว่างเครื่องลูกข่ายและเครื่องเซอร์ฟเวอร์ โดยที่เครื่องเซอร์ฟเวอร์จะต้องมีโปรแกรมให้บริการ FTP(FTP Server) ติดตั้งและทำงานอยู่ เพื่อให้เครื่องลูกข่ายที่รันโปรแกรม FTP Client สามารถเข้ามาขอใช้บริการได้ นอกจากรับส่งแฟ้มข้อมูลแล้ว FTP ยังมีคำสั่งที่ใช้ในการ แสดงชื่อแฟ้มข้อมูลบนเครื่องเซอร์ฟเวอร์ เปลี่ยนชื่อแฟ้มหรือลบแฟ้มข้อมูล
WAP หรือ Wireless Application Protocal เป็น Communication Protocal ที่มีพื้นฐานมาจาก Internet Protocal ซึ่ง WAP เป็นมาตรฐานเปิดของระบบการสื่อสารด้านข้อมูลไร้สาย ที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อโลกของข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต มาสู่บริการของเครื่องมือสื่อสารไร้สาย อันได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ เครื่องมือสื่อสารไร้สาย อื่นๆ ซึ่งนั้นก็หมายถึงการทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อ ค้นหาข้อมูลหรือใช้บริการต่างๆ โดยผ่านเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ
Gigabit, VoIP, VPN เป็นมาตราฐานของการสื่อสารสมัยใหม่ที่จะรองรับปริมาณการสื่อสารจำนวนมากและมีความเร็วส่งรวมถึงการส่งเสียงผ่านเครื่อข่ายเหล่านี้แสดงรูปภาพ วิธีการใช้งาน ระบบโปรโตคอล และ ระบบเครือข่ายแบบต่างๆ
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 13 (Week 13)
ชื่อบทเรียน(Topic) 8. ระบบ อินเทอร์เน็ต และ เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบใยแมงมุม ( World Wide Web)
จุดประสงค์การสอน
รู้จักและเข้าใจ ระบบ อินเทอร์เน็ต และ เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบใยแมงมุม (WWW)
- ความเป็นมาของระบบ Internet
- ระบบ Domain Name
- โครงสร้างของระบบ Internet
- เครือข่ายของระบบ Internet ของประเทศไทย
การใช้งานและบริการบนระบบ Internet
เนื้อหา
อินเทอร์เน็ต คือ เครือข่ายของเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายต่าง ๆ จำนวนมาก เชื่อมโยงด้วยระบบ การสื่อสารที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยอาศัยโปรโตคอลTCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เป็นหลัก
Domain Name System เป็นวิธีการที่จะจัดแบ่ง Internet Address ให้แยกเป็นกลุ่มๆ หรือที่เรียกว่า Domain ส่วนที่อยู่ขวามือสุดของ Domain Name ใน Address จะบ่งบอกถึง Domain ที่ใหญ่ที่สุด และมักจะ แสดงประเภทขององค์กรที่เป็นเจ้าของ Domain นั้น ๆ หรือประเทศที่ Domain นั้น ๆ ตั้งอยู่อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ซึ่งเราจะใช้คอมพิวเตอร์จากที่ใดก็ได้ที่เชื่อมต่อ อยู่ในเครือข่าย ซึ่งจะเรียกว่าเป็นเครื่อง Client โดยจะติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หลักตัวหนึ่งในระบบ เครือข่ายที่อาจจะ อยู่ใกล้หรือไกลก็ได้ เราเรียกเครื่องที่เราต่อเชื่อมนั้นว่า Server หรือ Host ซึ่งเครื่อง Server นั้นจะสืบค้นข้อมูลส่งมาให้ที่ จอภาพของเราด้วยเครื่องมือของอินเทอร์เน็ตชนิดหนึ่งที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web) โดยมีระบบที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น Plug in Java Intranet Multimedia แสดงภาพ แผนผัง เครือข่ายของระบบ Internet โดยรวม ของประเทศไทย
แสดงวิธี ใช้งานและบริการบนระบบ Internet เช่น email, web page, download, chat, e-commerce, webcam
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 14 (Week 14)
ชื่อบทเรียน(Topic) 9. ระบบความปลอดภัยในระบบเครือข่าย
จุดประสงค์การสอน
รู้จัก การใช้งานระบบเครือข่าย ( Network Application )
- ระบบ สื่อผสม ( Multimedia )
- ระบบ การประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย ( Video Conference )
- ระบบ การซื้อขายผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ภาพรวมการใช้งานระบบเครือข่าย
เนื้อหา
"มัลติมีเดีย" เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และใช้คอมพิวเตอร์แสดงผลในลักษณะผสมสื่อหลายชนิดเข้าด้วยกัน ทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ โดยเน้นการโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ มัลติมีเดียมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ
- คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราเห็นได้ยิน สามารถโต้ตอบแบบปฏิสัมพันธ์ได้
- การเชื่อมโยง สื่อสาร ทำให้สื่อต่าง ๆ ไหลเข้ามาเชื่อมโยงและนำเสนอได้
- ซอฟต์แวร์ ทำให้เราท่องไปในเครือข่ายที่เชื่อมโยงข่าวสาร
- มัลติมีเดีย ต้องให้เราในฐานะผู้ใช้สามารถสร้าง ประมวลผล และสื่อสารข่าวสารต่าง ๆ ได้
อุปกรณ์ประกอบที่สำคัญของวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในระบบประกอบด้วย
- กล้องโทรทัศน์ปรับส่วนไปมาซูมกล้อง
- จอมอนิเตอร์แบ่งจอภาพดูปลายทางด้านใดด้านหนึ่ง
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมระบบสื่อสาร เสียง ภาพ แหล่งจ่ายไฟและอินเตอร์เฟส
- แป้นควบคุมเพื่อควบคุมระยะไกลไปยังอีกปลายทางด้านหนึ่งได้
ขั้นตอนการซื้อขายและชำระเงิน บนระบบ อินเตอร์เนต1. ผู้ซื้อดูรายการสินค้าบน Web และตัดสินใจซื้อสินค้า2. ผู้ซื้อกรอกรายละเอียดการสั่งซื้อสินค้า3. ผู้ขายได้รับคำสั่งซื้อ และทำการสร้างหมายเลขการซื้อขาย4. หลังจาก Software ของผู้ซื้อได้รับใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ก็จะสร้างคำสั่งซื้อ5. Software ของผู้ขายจะถอดรหัสคำสั่งซื้อ โดยใช้ลายเซ็นดิจิทัลในการพิสูจน์ว่าคำสั่งซื้อ6. Software ของผู้ขายจะสร้างคำร้องขออนุมัติวงเงิน7. Payment Gateway จะทำการถอดรหัส โดยใช้ลายเซ็นดิจิทัลของผู้ขาย8. เมื่อธนาคารตอบกลับมาว่าผู้ซื้อสามารถจ่ายเงินซื้อสินค้านั้นได้9. หลังจากการทำรายการสมบูรณ์แล้ว ผู้ขายจะเรียกเก็บเงินจากธนาคาร10. Payment Gateway จะตรวจสอบส่งคำร้องขอให้ชำระเงินไปยังธนาคารแสดงรูปภาพรวม ของการใช้งานระบบเครือข่าย
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 15 (Week 15)
ชื่อบทเรียน(Topic) 9. การใช้งานระบบเครือข่าย ( Network Application )
จุดประสงค์การสอน
รู้จัก ระบบความปลอดภัยในระบบเครือข่าย
ระเบียบและจรรยาบรรณ การใช้งานระบบเครือข่าย ( Network Policy )
ระบบ Fire wall ระบบ Proxy Server Hacker และ Cracker
เนื้อหา
จรรยาบรรณที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้แก่1. จะต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือละเมิดผู้อื่น2. จะต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น3. จะต้องไม่สอดแนม หรือแก้ไขเปิดดูในแฟ้มของผู้อื่น4. จะต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร5. จะต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ6. จะต้องไม่คัดลอกโปรแกรมผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์7. จะต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์8. จะต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน9. จะต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมอันติดตามมาจากการกระทำ10. จะต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฏระเบียบ กติกามารยาทระบบการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่มีในขณะเรียกเข้าหาระบบคือ รหัสพาสเวิร์ด หรือรหัสผ่าน ในการล็อกอินเข้าสู่ระบบ เช่น เรียกใช้เซิร์ฟเวอร์เพื่อขอข้อมูลข่าวสาร จำเป็นต้องทราบว่าใครเป็นผู้เรียกเข้าหา
Fire Wall เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บรรจุไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จัดให้เป็นทางผ่านเข้าออก เพื่อป้องกันการแปลกปลอมของแฮกเกอร์ภายนอกที่จะเจาะเข้าระบบ และยังควบคุมการใช้งานภายใน โดยกำหนดสิทธิ์ของแต่ละบุคคลให้ผ่านออกจากระบบได้ ดังนั้นเมื่อมีการนำเอาเครือข่ายอินทราเน็ตขององค์กรเชื่อมต่อกับเครือข่ายสาธารณะ เช่น อินเทอร์เน็ต ระบบไฟร์วอลจึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่ใช้ในการป้องกันและรักษาความปลอดภัย
ปัจจุบันมีการเชื่อมโยงเครือข่ายขององค์กรเข้าสู่เครือข่ายสาธารณะอื่น ๆ เช่น เครือข่าย อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเสี่ยงต่อผู้ที่จะลักลอบเข้ามาในระบบดังนั้น ระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายเป็นเรื่องที่สำคัญ ถึงแม้ว่าบางระบบอาจจะวางมาตรการรักษาความปลอดภัยไว้อย่างดีแล้ว มีผู้ดูแลระบบที่เรียกว่า System Admin ระบบดังกล่าวก็ยังมีผู้ก่อกวนที่เรียกว่า แฮกเกอร์ (Hacker)
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 16 (Week 16)
ชื่อบทเรียน(Topic) การออกแบบระบบเครือข่าย ( Network Design ) และการบริหารจัดการ
จุดประสงค์การสอน
เข้าใจวิธี การออกแบบระบบเครือข่าย ( Network Design ) และการบริหารจัดการ
ขั้นตอนการออกแบบเบื้องต้น แหล่งข้อมูลในการเทียบคุณสมบัติและประมาณราคา ขั้นตอนการตรวจรับงาน บุคลากรและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการระบบเครือข่าย การตรวจสอบปริมาณการใช้งานระบบเครือข่าย ( Monitoring )
เนื้อหา
ขั้นตอนการออกแบบระบบเครือข่าย
- จัดทำรายละเอียด เกี่ยวกับ ความต้องการระบบ ( Business Requirement )
- จัดทำรายละเอียด เกี่ยวกับนโยบาย และแผนการ รวมถึงโครงสร้างระบบเครือข่าย
- กำหนด วิธีการควบคุมการตรวจสอบย้อนหลังต่างๆ การตั้งชื่อ และ การแยกส่วนย่อย ต่างๆ
- กำหนด ปริมาณการสื่อสื่อสารเฉลี่ย และ แผนการขยายในระยะยาว
- กำหนดแนวทาง เทคโนโลยี่ที่จะเลือกใช้
- จัดการดำเนินการตามแผนที่วางไว้การตรวจรับการ ติดตั้งระบบเครือข่าย
- การตรวจรับแต่ ละรายการตามที่กำหนดในรายระเอียดการสั่งซื้อ
- การตรวจรับ การทำงานของอุปกรณ์เครือข่าย และส่วนย่อย และ ระบบโดยรวม
- การตรวจรับ การทดสอบการรับส่งข้อมูลสูงสุด ที่ระบบรองรับได้ ( BreakDown Test )
- การตรวจรับ ระบบควบคุมจากศูนย์กลาง
- การตรวจรับการควบคุม จากระยะไกล
- การตรวจรับ ด้านระบบเอกสาร ขั้นตอนการปฎิบัติงานต่างๆ
- การตรวจรับ ด้านระบบเอกสาร ด้านเทคนิค และรายละเอียดโครงสร้างเครือข่ายต่างๆ
- แสดงวิธีการสืบค้น สอบเทียบราคาผ่านระบบ อินเตอร์เนต
การบริหารระบบเครือข่าย Network Management
- บทบาทของ เจ้าหน้าที่ Administrator ในการจัดการระบบเครือข่าย
- การวิเคราะห์ปริมาณการใช้งาน และรายละเอียดของส่วนงานที่ทำให้เกิด การใช้เครือข่ายขึ้น
- วิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบเครือข่าย และออกแบบวิธีการแก้ไข
- จัดการวางแผน และจัดทำระบบสำรองต่างๆ เพื่อรองรับกรณีมีปัญหากับ ระบบหลัก
- ปรับปรุง ระบบการทำงาน เกี่ยวกับ การโยกย้าย การเพิ่มเติม และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อย
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)
บทเรียนสัปดาห์ที่ 17 (Week 17)
ชื่อบทเรียน(Topic) ระบบโปรแกรมบริหารเครือข่าย ( Software Network Management )
จุดประสงค์การสอน
รู้จัก ระบบโปรแกรมบริหารเครือข่าย ( Software Network Management )
- ระบบโปรแกรมสร้างภาพเครือข่าย Network Drawing software
- ระบบโปรแกรม Sun Net Manager
- ระบบโปรแกรม HP Open view
- ระบบโปรแกรม IBM Tivolies
- ระบบโปรแกรม Microsoft SMS
เนื้อหา
แสดงภาพรวม ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ระบบโปรแกรม บริหารเครือข่าย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุม และเฝ้ามองเครือข่ายมีระบบเตือนเมื่อมีส่วนหนึ่งส่วนใดของเครือข่ายทำงานผิดพลาด หรือเกิดข้อขัดข้อง ทำให้ผู้ดูแลระบบทราบได้ทันที และเข้าไปทำการแก้ไขได้รวดเร็วแสดงสาธิต
การใช้งานระบบโปรแกรม Visio เพื่อวาดภาพระบบเครือข่ายต่างๆ
แสดงภาพ ระบบโปรแกรม Sun Net Manager
แสดงภาพ ระบบโปรแกรม HP Open view
แสดงภาพ ระบบโปรแกรม IBM Tivolies
แสดงภาพ ระบบโปรแกรม Microsoft SMS
ระบบโปรแกรม บริหารเครือข่าย ทำอะไรได้บ้าง
- การ STARTUP/SHUT DOWN (ปิด เปิด ระบบต่างๆ)
- การวัดปริมาณการสื่อสาร ต่าง
- การตรวจสอบ ระบบต่างๆ ว่ายังทำงานเป็นปกติหรือไม่
- การดึงข้อมูล รายละเอียด Hardware ต่าง
- การควบคุมหน้าจอ จากระยะไกล
- การติดตั้ง ปรับปรุง ระบบโปรแกรมต่างๆ จาก ระยะไกล
- การตรวจสอบ ความผิดปกติ ต่างๆ
- การ จัดการด้าน สิทธิต่างๆ ของผู้ใช้ระบบ
- การสำรอง ข้อมูลต่าง
- การจัดตาราง เวลา การทำงานของ ระบบต่างๆ ในเครือข่าย
วิธีสอนและกิจกรรม(Learning Activities) สอนโดยการบรรยาย (Lecture)
การวัดผล(Evaluation) จากการสังเกต (Class Observation) การทดสอบย่อย (Quizzes)