ผังงานแกนท์ (Gantt
Chart)
การที่จะหาว่าโครงการแต่ละโครงการควรจะแล้วเสร็จเมื่อใด
สิ่งที่จะต้องทำในขั้น
ตอนแรกก็คือการจัดทำตารางเวลา(TimeTable)ของทุกๆกิจกรรม(Activity)ที่สร้างขึ้นเป็นงานหรือกล่าว
ได้ว่าต้องมีการจัดเตรียมแผนสำหรับการทำงานนั้น
ผังงานแกนท ์ จะแทนแกนของเวลาด้วยเส้นตามแนวนอนความยาวของเส้นตามแนวนอนนี้จะเป็น
อัตราส่วนของเวลาของงานและเพื่อให้หลาย ๆ งานสามารถนำมาแสดงบนแผนภูมิเดียวกันได้จึงกำหนดให้
แกนของเวลาเริ่มต้นจากทางซ้ายไปทางขวาและรายการของงานจะแสดงจากบนลงมาล่าง
ระยะทางเปรียบเสมือนเวลางาน
ทำให้สามารถมองเห็นง่ายว่าต้องใช้เวลาเท่าไร ในการดำเนินงาน
โครงการ จุดเริ่มต้นและจุดปลายทางของระยะทางจะแสดงถึงเหตุการณ์เริ่มต้นและเหตุการณ์แล้วเสร็จของ
การทำงาน และจุดที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งสอง หมายถึงปริมาณงานที่ต้องทำดังในรูปแสดงว่าโครงการนี้
ประกอบด้วยงาน 9งานย่อย ซึ่งต้องดำเนินงานตามลำดับ และช่วงเวลางานสำหรับแต่ละงาน
คือ
งาน
1 ช่วงเวลางาน 4 เดือน
งาน
2 ช่วงเวลางาน 3 เดือน
งาน
3 ช่วงเวลางาน 4 เดือน
งาน
4 ช่วงเวลางาน 2 เดือน
งาน
5 ช่วงเวลางาน 7 เดือน
งาน
6 ช่วงเวลางาน 3 เดือน
งาน
7 ช่วงเวลางาน 1 เดือน
งาน
8 ช่วงเวลางาน 2 เดือน
งาน
9 ช่วงเวลางาน 1 เดือน
แสดงผังงานระยะทางของแกนท์
นอกจากผังงานแกนท์จะมีประโยชน์ในด้านการวางแผนแล้วยังสามารถใช้ผังงานแกนท์รายงานให้
เห็นถึงความก้าวหน้าของงานที่ทำได้จริงว่าก้าวหน้าไปเพียงไรเมื่อเทียบกับแผนที่ได้วางไว้โดยส่วนที่แสดงให้
เห็นถึงความก้าวหน้าของงานที่ทำได้จริงจะเขียนเป็นสัญลักษณ์เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นในที่นี้ใช้สัญลักษณ์
(#) ดังนั้นในวันที่ทำการตรวจสอบเพื่อรายงานความก้าวหน้าของงาน ถ้าพบว่างานดำเนินไปได้เพียง
50 %
ของปริมาณงานทั้งหมดสัญลักษณ์ที่แทนความยาวของานที่ทำได้จริงก็จะเท่ากับครึ่งหนึ่งของความยาวงาน
ทั้งหมด ซึ่งวิธีของแกนท์เป็นวิธีที่ค่อนข้างง่ายและแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงงานที่ทำได้จริงโดยเฉพาะถ้า
งานกลุ่มนั้นได้ถูกนำมาแสดงบนผังงานอันเดียวกัน
แผนภาพเพริธ์ (Pert Diagram)
ความเป็นมาของ PERT
พื้นฐานของ PERT
มาจากความพยายามในการปรับปรุงและแก้ไขแผนภูมิแกนท์ (Gantt Chart) ให้สามารถแสดงความสัมพันธ์ต่าง
ๆ ภายในโครงการทั้งหมดได้ และผูกความสัมพันธ์ของงานทั้งหมดใน
ลักษณะของโครงข่าย (Network) ความสัมพันธ์ของงานที่ได้ผูกขึ้นเป็นโครงข่ายนี้จะทำให้ทราบขั้นตอนการ
ไหลของงานในโครงการได้ชัดเจนขึ้น โดยใช้เส้นตรงแทนความหมายของงานและวงกลมหรือโนด
(Node)
แสดงความหมายของเหตุการณ์เริ่มต้นหรือสิ้นสุดของงานใด ๆ สำหรับทิศทางของเส้นตรงลูกศรจะบอกให้
ทราบถึงความสัมพันธ์ของงานต่าง ๆ ภายในโครงการทั้งหมด
Project Evaluation and Review Technique (PERT) เป็นเทคนิคในการวางแผนและควบคุมงานอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาในปี
พ.ศ. 2501 โดย
ความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ของโครงการพิเศษจากกองทัพเรือสหรัฐ และบริษัท
Lockheed และบริษัท Booz-Allen and Hemiltion เพื่อใช้ในการวางแผนโครงการผลิตขีปนาวุธของกองทัพเรือสหรัฐ
เทคนิค
ของ PERT มุ่งที่ขจัดการขัดแย้งและความล่าช้าของงานโครงการให้น้อยลง
และเร่งรัดการดำเนินงานโครง
การให้เสร็จเร็วขึ้น นอกจากนั้นใช้ในการประเมินและตรวจสอบแผนงาน และการคาดหมายถึงปัญหาต่าง
ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับโครงการในอนาคตทำให้เราสามารถเตรียมการแก้ไขปัญหาเอาไว้ล่วงหน้าได้ทันการ
ปัจจุบันได้นำเอาวิธีการ
PERTใช้ในการวางแผนและควบคุมโครงการกันอย่างแพร่หลายโดยใช้หา
สายงานวิกฤติ วิธีการ PERT มีลักษณะสำคัญคือ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการปรับปรุงวิธีการวาง
แผนการทำงาน และการประเมินงานของโครงการวิจัยใหม่ ๆ ซึ่งผู้วางแผนไม่เคยมีประสบการณ์ในงานนั้น
มาก่อนเวลาที่ใช้ในการทำงานของแต่ละงานในโครงข่าย PERT งานแต่ละงานจะมีเวลาที่ใช้ไม่แน่นอน
คือ มีการประมาณเวลาถึง 3 ค่า และต้องอาศัยทฤษฏีความน่าจะเป็นในการคำนวณเวลาด้วย
ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่ PERT ใช้ในการวางแผนโครงการใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน
การสร้างข่ายงาน PERT
หลักเกณฑ์ที่สำคัญสำหรับการสร้างข่ายงานประกอบด้วยดังนี้
1. กิจกรรม (Acdtivity) หมายถึง การกระทำใด ๆ เพื่อให้เกิดสิ่งที่ต้องการใช้แทน
2. กิจกรรม (หางลูกศรแทนการเริ่มต้น และหัวลูกศรแทนการสิ้นสุดกิจกรรม)
3. เหตุการณ์ (Event) หมายถึง ผลการกระทำใด ๆ โดยใช้ O แทนเหตุการณ์รวม
4. ถึงจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของการกระทำของกิจกรรม ใช้ตัวเลขกำกับในวงกลม
5. กิจกรรมหุ่น (Eummy Activity) หมายถึง กิจกรรมที่ไม่มีอยู่จริงเป็นกิจกรรมที่
6. สร้างขึ้นเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของกิจกรรม
7. การสร้างข่ายงาน(Network)จะต้องมีลักษณะต่อเนื่องกันตลอดโดยมีจุดเริ่มเดียวและจุดสิ้นสุดเพียงจุด
เดียว
