|
สจากผลสำรวจเรื่อง “ทัศนคติของประชาชนต่อการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าในปัจจุบัน” ของชมรม UCT Poll มหาวิทยาลัยภาคกลาง โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างประชาชนในเขตจังหวัดนครสวรรค์ อายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป จำนวน ๙๙๘ คน เป็นหญิง ๕๐๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๐ และเป็นชาย ๔๘๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๙.๐ ซึ่งได้ทำการสำรวจในระหว่างวันที่ ๔ – ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา พบว่า
ประชาชนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความสนใจในเรื่องเศรษฐกิจถึงร้อยละ ๘๐.๕ และยอมรับได้
กับการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าถึงร้อยละ ๕๕.๓ ส่วนใหญ่ที่ยอมรับได้กับการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าก็ได้ให้เหตุผลว่า เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโลก ร้อยละ ๔๔.๗ รองลงมาคือ เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของราคา
น้ำมัน ร้อยละ ๒๘.๕ และเห็นใจผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ร้อยละ ๒๕.๙
โดยภาพรวมแล้วพบว่าประชาชนคิดว่าราคาสินค้าเพิ่มขึ้นส่งให้เกิดผลกระทบคือ ทำให้ต้องใช้จ่ายแพงขึ้นถึง ร้อยละ ๖๔.๗ รองลงมาคือ มีผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดโลกของประเทศ ร้อยละ ๑๒.๙ ก่อให้เกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้น ร้อยละ๑๒.๒ และความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาประเทศที่ช้าลง
ร้อยละ๙.๒ และประชาชนมีความเห็นว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มของราคาสินค้า คือ เกิดจากการบริหารของภาครัฐบาลถึงร้อยละ ๔๒.๓ รองลงมาคือ ปัจจัยผลกระทบจากต่างประเทศ ร้อยละ ๓๐.๓ การใช้จ่ายของประชาชนที่ฟุ่มเฟือย ร้อยละ๑๓.๖ และการเอาเปรียบของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ร้อยละ๑๒
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา ประชาชนเห็นว่า ควรแก้จากนโยบายเศรษฐกิจโดยตรงของ
ภาครัฐบาล ร้อยละ ๕๒.๓ รองลงมาคือ การใช้จ่ายที่รัดกุมของประชาชน ร้อยละ๑๘ มาตรการอนุรักษ์และชาตินิยม ร้อยละ๑๔.๓ และการเอาผิดขั้นร้ายแรงกับผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภค ร้อยละ๑๓.๔
ประชาชนคิดว่าในอนาคตราคาสินค้ามีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกถึง ร้อยละ๙๓.๕ และมีเพียง ร้อยละ๖.๔
ที่คิดว่าในอนาคตราคาสินค้าไม่มีโอกาสเพิ่มขึ้น
จากผลสำรวจนี้ทำให้เราได้เห็นถึงทัศนคติของประชาชนที่แท้จริง นั่นคือการยอมรับได้กับ
การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า ซึ่งอาจจะเป็นแค่กลุ่มตัวอย่าง แต่ถือเป็นการสะท้อนทางความคิดของประชาชนอย่างแท้จริง
ชมรม UCT Poll
|