คำศัพท์เกี่ยวกับ Hardware 

CDROM Drive เอาไว้อ่านแผ่น CD ที่เก็บโปรแกรม หรือ CD เพลง

CPU (Central Processing Unit) ถือเป็นหัวใจของการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ หลายๆคนเข้าใจว่า CPU คือตัวเครื่อง ที่มีรูปทรงเป็นตัวถังแบบ Desktop หรือ Tower แต่แท้จริงแล้ว CPU เป็นชุด IC ตัวหนึ่งเท่านั้น

Disk Controller เป็นชุดควบคุมหัวอ่านและการทำงานของ Disk

Digitizer มีหน้าที่ตรงข้ามกับ Plotter เลย โดยทั่วไปใช้สำหรับลอกแปลนหรือแบบลงในคอมพิวเตอร์ ดูด้วยสายตา จะคล้ายๆกับ Mouse ที่มีแผ่นรองขนาดใหญ่ แต่ในความจริงแล้ว แผ่นรองที่ว่า แต่ละตารางมิลลิเมตร ประกอบด้วยเซ็นเซอร์เล็กๆเต็มไปหมด คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวและการ click ของ pointer ความสามารถพิเศษที่ Mouse ทำไม่ได้ก็คือ การยก pointer ออกจาก pad แล้วกลับมาวางที่เดิม จะไม่ต่างอะไรกับการไม่ได้ยก pointer ออกไปเลย แม้กระทั่งปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ไปแล้วก็ตาม พอเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ พอย้าย pointer ไปไว้ที่จุดเดิม เครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะแสดงไปที่จุดเดิมอย่างถูกต้อง

Display Adapter เอาไว้ต่อจอภาพ เดี๋ยวนี้จะกลายเป็น VGA กันไปหมดแล้ว อย่างอื่นสูญพันธ์เกือบหมด

DVD-ROM Drive คล้ายๆกับ CD-ROM Drive แต่สามารถอ่านแผ่น DVD ได้ด้วย สังเกตุด้วยตา อาจจะไม่รู้เลยว่าเป็น CD-ROM Drive หรือ DVD-ROM Drive

Floppy Disk Drive เป็นร่องแบนๆ เอาไว้ยัดแผ่น Disk ของเราเข้าไป เพื่ออ่านหรือบันทึกเพิ่มเติม เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจแล้ว แต่ควรจะมีไว้สำหรับลง Driver หรือ copy ข้อมูลของเรามาจากเครื่องอื่นๆ

Harddisk Drive หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง อยู่ในตัวเครื่องของเรา เอาไว้เก็บโปรแกรมทั้งหมดของเรา เช่น MS-Windows98 กะ MS-Office ฯลฯ

Joystick เอาไว้โยกๆตอนเล่นเกมนั่นแหละ ไม่ค่อยมีประโยชน์ในด้านการทำงาน เน้นให้ความมันส์ในการเล่นเกม ทำให้ keyboard พังช้าลง (เท่านั้นแหละ)

Keyboard หรือ แป้นพิมพ์ ทำหน้าที่รับข้อมูลจากผู้ใช้งานเหมือนเครื่องพิมพ์ดีดธรรมดา ผู้ใช้จะพิมพ์ตัวอักษรที่ต้องการให้ไปปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือใช้ในการควบคุมการทำงานของโปรแกรม โดยกดคู่กับปุ่มพิเศษที่มีอยู่ก็ได้

Mainboard หรือ Mater Board เป็นแผงวงจรหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ วงจงต่างๆที่ประกอบอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ล้วนต้องติดต่อทำงานรวมกับแผงวงจรหลักนี้ทั้งสิ้น หากแผงวงจรหลักนี้เสียหรือไม่ทำงาน คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก็ไม่สามารถทำงานต่อไปได้

Memory Stick เป็นแผ่นการ์ดเล็กๆ มีหน่วยความจำอยู่ภายใน สามารถบันทึกข้อมูลที่ต้องการลงไปได้ สามารถอดเก็บได้โดยข้อมูลไม่สูญหาย แม้จะไม่มีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ก็ตาม 

Modem มีหน้าที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของเราเข้ากับระบบโทรศัพท์ เพื่อจะเชื่อมการทำงานและการสื่อสารของคอมพิวเตอร์ของเราเข้ากับระบบอื่นๆที่อยู่ไกลออกไป ปัจจุบันใช้งานหลักทางด้านต่อเข้ากับ internet (ใครไม่รู้จัก internet ผมคงไม่พูดต่อแล้ว เพราะใครคนนั้น คงไม่เห็น Web Site นี้)

Monitor หรือจอภาพ เป็นอุปกรณ์แสดงภาพ มีหน้าตาเหมือนจอ TV ที่บ้านนั่นเอง หลักการทำงานก็คล้ายๆกัน

Mouse ใช้สำหรับอำนวยความสะดวกในการทำงานของ Software ที่ติดต่อผู้ใช้แบบ GUI ผู้ใช้สามารถใช้ Mouse ทำงานเหมือนมือของเรา ใช้ชี้ตำแหน่งหรือเลือกการทำงานที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอภาพ

Multi I/O Card เป็นแผงวงจรย่อยๆ มีไว้เสียบลงบน Slot ของ Mainboard เพื่อเพิ่มจำนวนของ I/O port หรือทดแทน I/O port ที่เสียไป แต่เดิมนั้น เน้นไปทางด้าน Serial Port และ Parallel Port แต่ปัจจุบัน ที่ได้กำลังเริ่มได้รับความนิยมก็คือสำหรับเพิ่ม USB port

Optical Driveหลักการทำงานคล้ายๆกับ CDROM Drive แต่ว่าสามารถเขียนซ้ำได้ด้วย อายุการใช้งานของแผ่น 

Optical Disk โดยทั่วไป ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งของการเขียนซ้ำลงบนเนื้อ Disk นั้นๆ

Plotter ทำหน้าที่คล้ายๆกับ Printer แต่ว่า มีจุดประสงค์การใช้งานเน้นไปทางด้านงานออกแบบ มีหลายชนิด หลายขนาด ถึงอยู่กับชนิดของงานที่จะใช้ด้วย

Power Supply มีหน้าที่แปลงไฟฟ้า 220V จากการไฟฟ้าให้ลงเหลือตามความเหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดนั้นๆ มีทั้งแบบติดอยู่ข้างในและแบบอยู่ข้างนอกตัวถังของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์นั้นๆ (แต่ในกรณีแปลงไฟฟ้าจาก 220V เป็น 10,000V เพื่อใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ (เช่น จอภาพ) ผมไม่ถือว่าเป็น Power Supply)

Printer หรือเครื่องพิมพ์นั่นแหละ มีมากมายหลายชนิด มีหน้าที่หลักคือแปลงผลงานของเราที่อุส่าห์ทำแทบตายให้ปรากฏขึ้นมาอยู่บนแผ่นกระดาษ เพื่อที่จะได้นำไปทำเป็นรายงานส่งเจ้านายหรืออาจารย์ได้

RAM หน่วยความจำหลัก เก็บข้อมูลต่างๆของคอมพิวเตอร์ในขณะที่กำลังทำงาน ยิ่งมี RAM เยอะ จะร่นระยะเวลาการทำงานของ harddisk น้อยลง เครื่องก็จะเร็วขึ้น และสามารถเรียกใช้โปรแกรมตัวใหญ่ๆได้

Sound Card ไม่รู้ว่าถ้าเรียกว่า"หน่วยประมวลผลด้านเสียง"จะผิดหรือเปล่า ไม่มีคำแปลเป็นภาษาไทย เอาไว้ต่อลำโพง มีหน้าที่สำหรับแปลงสัญญาณคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็นเสียงไกล้เคียงธรรมชาติ ถ้าไม่มี คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก็ส่งเสียงร้องได้แค่ "ปี๊บ ปี๊บ" เท่านั้นแหละ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Wave Table)

Speaker หรือลำโพงนั่นเอง คงไม่มีใครบอกว่าไม่รู้จักลำโพงหรอกนะ ลำโพงที่ใช้กับคอมพิวเตอร์มักเป็นแบบสเตอริโอคู่ละ 2 ข้าง แต่ลำโพงสมัยใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้กันก็จะมีแบบชุดละ 4 ข้างหรือมากกว่านั้น แต่ยังไม่เป็นที่นิยม

Tape Backup เทปนั่นแหละ แต่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับเก็บข้อมูลสำรองโดยเฉพาะ มีระบบกำจัดฝุ่นละอองและเชื้อราในตลับเรียบร้อย สามารถเก็บข้อมูลขนาดมหาศาลด้วยม้วนเทปพิเศษม้วนเล็กๆ และสามารถเก็บข้อมูลสำคัญของเราได้นานถึง 30-40 ปี (แต่ถ้าเก็บใส่ขวดโหลปิดผนึกจะได้นานกว่านั้น) การสำรองข้อมูลของระบบลง Tape Backup สามารถทำได้ง่ายๆ และสะดวก (แต่การเอาคืนนั้น โคร_ ยาก ปล่อยไว้เป็นหน้าที่ของ Admin เถอะครับ)

UPS ย่อมาจากคำว่า Un-Interruptable Powersupply เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับป้องกันความผิดปกติของกระแสไฟฟ้า โดยทั่วไปจะนิยมใช้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์

Wave Table เป็นแผงวงจรที่ทำงานร่วมกับ Sound Card ทำหน้าที่ทำให้ Sound Card มีความสามารถเลียนเสียงดนตรีได้ไกล้เคียงเสียงธรรมชาติมากโดยที่ความเร็วของคอมพิวเตอร์ไม่ตกลง ความจริงถ้าจะใช้ software จำลองการทำงานของ Wave Table ก็ได้ แต่เสียงที่ออกมาจะค่อนข้างทื่อๆ ไม่เป็นธรรมชาติ และทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง มีหลายๆโปรแกรมไม่สามารถทำงานได้ถ้าปราศจาก Wave Table เช่น โปรแกรมเล่นคาราโอเกะ ฯลฯ


คำศัพท์อื่นๆ 


ACPI (Advance Configuration and Power Interface) เป็นมาตรฐานการจัดการด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยทำงานร่วมกับ software ของคอมพิวเตอร์ โดยจะจ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ที่มีการเรียกใช้งาน และงดจ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งาน

Active Window หมายถึง Window ที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนั้น โดยปกติแล้วจะอยู่บนสุด

AGP (Accelerated Graphics Port) เป็น interface ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานด้านการแสดงผลโดยเฉพาะ อุปกรณ์ที่จะมาต่อเข้ากับช่องสัญญาณแบบ AGP มักจะเป็น VGA Card มันสามารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงกว่า PCI มาก (PCI ทำงานที่ 33 MHz ส่วน AGP ทำงานที่ 66 MHz) ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เราจะได้เห็นคู่กัน คือเรื่องความเร็วที่เป็นตัวคูณ 1x , 2x , 4x (AGP 1x มี Bandwidth 66 MHz , ส่วน 2x มี Bandwidth 133 MHz , 4x มี Bandwidth 266 MHz)

Application เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับทำงานตามที่กำหนด เช่น Word Processor เป็นต้น

AMR Slot หน้าตาและคุณสมบัติคล้ายๆกับ CNR Slot ครับ แต่ถูกทำออกมาเพื่อต่อ modem โดยเฉพาะ

Bandwidth ไม่ได้หมายถึงความเร็วในการส่งข้อมูล แต่หมายถึงความสามารถในการบรรทุกข้อมูล ถ้า Bandwith กว้าง ก็จะสามารถรับข้อมูลได้เป็นจำนวนมากก่อนที่จะเริ่มทำการส่งข้อมูลจริง (ถ้าเราเปรียบเทียบคงนึกถึงรถบรรทุกที่สามารถขนของได้ครั้งละเยอะๆ ในขณะที่รถสปอร์ตเร็วอย่างเดียว แต่บรรทุกอะไรไม่ได้เลย)

BIOS (Basic Input/Output System) เป็นโปรแกรมที่บันทึกไว้ใน ROM ของแผงวงจรต่างๆ ซึ่งพร้อมจะทำงานทันทีที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับมัน โปรแกรมที่บันทึกไว้นี้ จะควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆภายในแผงวงจรนั้นๆ ซึ่งจะประสานงานกับระบบปฏิบัติการของระบบหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการออกแบบและจุดประสงค์ของการใช้งาน

Bitmap เป็นโหมดของภาพชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วนสี 2 สีด้วยกัน คือ ขาวกับดำ เท่านั้น ไม่มีส่วนประกอบของสีอื่นๆเลย

Boot เป็นการเริ่มต้นการทำงานของคอมพิวเตอร์ โดยที่จะโหลดข้อมูลของระบบปฏิบัติการขึ้นมาทับหน่วยความจำเดิม แล้วจึงจะเริ่มต้นทำงาน

Buffer เป็นที่พักชั่วคราวของข้อมูลก่อนที่จะนำไปใช้งานจริงกับอุปกรณ์ที่มีความเร็วในการถ่ายเทข้อมูลต่ำ เช่น การเขียนข้อมูลลงบน Harddisk จะบันทึกลงในหน่วยความจำก่อน หลังจากนั้น จึงจะเขียนข้อมูลที่มีอยู่ในหน่วยความจำลงบน Harddisk ทันทีที่มีโอกาส ทั้งนี้ คอมพิวเตอร์จะได้ไม่ต้องรอจนกว่า Harddisk จะเขียนข้อมูลเสร็จ

Bump-Mapping

Bus หมายถึง เส้นทางการขนถ่ายข้อมูลระหว่างอุปกรณ์แต่ละตัว โดยทั่วไปแล้ว อุปกรณ์ต่างๆจะใช้ Bus ร่วมกัน หากมีการขนถ่ายระหว่างอุปกรณ์ใดๆ อุปกรณ์อื่นๆต้องหยุดรอจนกว่าการขนถ่ายข้อมูลก่อนหน้านั้นจะแล้วเสร็จ

Cache เป็นหน่วยความจำ(โดยทั่วไปจะเป็น RAM หรือ Harddisk)ที่ใช้งานด้านการลดเวลาในการเข้าถึงข้อมูลที่ต้องเรียกใช้บ่อยๆ เช่น การเปิด web site ที่ช้ามากๆ มักจะมีการเรียกผ่าน cache (คนส่วนใหญ่มักเรียกมันว่า proxy ซึ่งผิด) ซึ่งจะได้ข้อมูลเร็วกว่าการดึงข้อมูลจาก web site จริง (แต่ข้อมูลอาจจะไม่ทันสมัยก็ได้)

CHS (Cylinder Head Sector) เป็นการอ้างถึง sector ของ Disk โดยการระบุหมายเลขไซลินเดอร์ หมายเลขหัวอ่าน และเซ็กเตอร์ในแทรกนั้น

CMOS (Complementary Metal-Oxide Semiconductors) เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตัวเล็กๆ โดยทั่วไปจะนำไปใช้งานกับวงจร digital ทั่วไป แต่ในทางคอมพิวเตอร์แล้ว มันหมายถึงอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งซึ่งเก็บข้อมูลบางอย่างสำหรับให้ BIOS เรียกใช้ ซึ่งจะมีแบตเตอรี่จ่ายไฟเลี้ยงตลอดเวลา ข้อมูลจะไม่หายแม้จะปิดสวิทซ์ไปแล้ว (แต่ทำไมเรียกว่า CMOS ก็ไม่รู้เหมือนกัน)

CMYK Color เป็นโหมดของรูปภาพชนิดหนึ่ง แต่ละจุดจะประกอบด้วยสีม่วงแดง สีฟ้า สีเหลือง และสีดำ มาผสมกันสีละ 256 ระดับ แต่ก็ยังทำให้มีสีได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 16.8 ล้านสีเหมือนกับแบบ RGB แต่สิ่งที่แตกต่างจากแบบ RGB คือ โหมดนี้ เป็นโหมดที่เหมาะกับเครื่องพิมพ์ประเภท InkJet เนื่องจากเป็นโหมดสีแบบเดียวกัน การพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ InkJet จะทำให้ได้ภาพที่สมจริงมากกว่าแบบ RGB

CNR Slot เป็นช่องเล็กๆอยู่บน mainboard สำหรับเสียบแผงวงจรประเภทเน็ตเวิร์คส ซึ่งแผงวงจรที่จะนำมาเสียบ ต้องเป็นแบบทำมาเฉพาะ CNR Slot เช่นกัน ปัจจะบันจะใช้กับ Network Card ซึ่งมี Modem ในตัว แต่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมในเมืองไทย

CPU (Central Processing Unit) เป็นทำหน้าที่เป็นสมองของคอมพิวเตอร์ รับคำสั่งจากหน่วยความจำไปทำงานตามโปรแกรมที่กำหนดไว้ คนส่วนใหญ่จะเปรียบเทียบความเร็วของคอมพิวเตอร์จากความเร็วของ CPU ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะถูกต้อง แต่อุปกรณ์อื่นๆ เช่น mainboard และ RAM ก็มีผลต่อความเร็วเครื่องไม่แพ้กัน

Device Driver ถ้าแปลตามตัวก็แปลว่าเป็นตัวขับอุปกรณ์นั่นเอง เป็นโปรแกรมตัวเล็กๆ ที่ประสานงานระหว่างอุปกรณ์นั้นๆกับโปรแกรมหรือระบบปฏิบัติการ เช่น driver ของ Printer ถ้าไม่มี ก็อาจจะพิมพ์ไม่ได้ หรือถ้าได้ ก็ออกมาไม่สวยงามเท่าที่มันควรจะเป็น

Dialog Box เป็นกล่องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จาก Window ที่จะแสดงผล หรือการขอให้เราป้อนข้อมูลอะไรบางอย่าง

Document เป็นข้อมูลต่างๆ ซึ่งเราสร้างขึ้นมาจาก Application และเก็บไว้ เพื่อที่จะสามารถนำมาใช้ในอนาคต

DMA (Direct Memory Access) เป็นการถ่ายข้อมูลจากหน่วยความจำแห่งหนึ่งไปยังหน่วยความจำอีกแห่งหนึ่งโดยไม่ต้องให้ CPU ช่วย ทำให้สามารถถ่ายข้อมูลได้ตลอดเวลาที่ต้องการโดยไม่ทำให้ CPU ทำงานช้าลง และไม่ต้องหยุดรอด้วย

DRAM ซึ่งก็คือ Dynamic RAM นั่นเอง เป็นหน่วยความจำที่ต้องประจุข้อมูลซ้ำแทบจะตลอดเวลา วงจรที่ใช้หน่วยความจำแบบนี้ก็จะซับซ้อนกว่า RAM แบบอื่นๆ ทำให้ความเร็วในการทำงานจะต่ำกว่าหน่วยความจำแบบ SRAM แต่จะมีราคาถูก และกินกระแสไฟฟ้าน้อย

EEPROM (Electrically EPROM) คล้ายๆกับ EPROM นั่นแหละ แต่วิเศษตรงที่สามารถเขียนทับได้ทันที โดยวงจรที่ใช้จะจ่ายไฟฟ้าไปล้างข้อมูลตรงที่เราต้องการเขียนทับให้เองโดยอัตโนมัติ ซึ่งสะดวกมาก แต่ว่าการทำงานจะช้ากว่า ROM แบบอื่นๆ

EPROM (Eraseable PROM) ถ้าอ่านจากหัวข้อ PROM มาแล้ว คงจะงงๆ สรุปว่า หลังจากที่เขียนข้อมูลลงใน EPROM แล้ว สามารถนำมาล้างข้อมูลภายในทิ้งหมด แล้วจึงจะมาเขียนเหมือนของใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง (ซึ่ง EPROM ในปัจจุบัน จะใช้รังสี Ultra-Violet ในการล้างความจำของ EPROM)

FAQ (Frequency Ask Question) หรือ คำถามที่ถามบ่อย เป็นคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จะถูกรวบรวมเอาไว้ แล้วนำมาประกาศให้ผู้อื่นทราบพร้อมคำตอบที่ถูกเรียบเรียงมาอย่างดีแล้ว ผู้ที่สามารถตั้งคำถามและตอบคำถามจะเป็นเจ้าของประกาศเท่านั้น บุลคลหรือสมาชิกทั่วไป จะตั้งคำถามได้ที่ Q&A Board เท่านั้น

Flash BIOS คล้ายๆกับ BIOS นั่นแหละ แต่สามารถเขียนทับ โดยจุดประสงค์หลักอยู่ที่การ upgrade BIOS ให้เป็น version ใหม่

Flash Memoryหน่วยความจำคล้ายๆ RAM แต่สามารถเก็บข้อมูลได้แม้ไม่มีไฟเลี้ยง ปกติจะทำหน้าที่คล้าย ROM ที่สามารถ upgrade โปรแกรมข้างในได้

Font เป็นกราฟฟิกที่ออกแบบมาให้เป็นรูปแบบของตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์

FSAA (Full Screen Anti-Aliasing) เป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในการ์ดแสดงผลที่สนับสนุนภาพสามมิติ จะช่วยให้ภาพมีความสมจริงมากขึ้น เช่น ลบรอยหยักต่างๆ หรือ การสะท้อนของแสงที่ตกกระทบวัตถุ

Grayscale เป็นโหมดของภาพชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยจุดที่มีสีไล่จากสีดำไปจนถึงสีขาว รวมทั้งสิ้น 256 ระดับ

Icon เป็นรูปภาพเล็กๆที่เป็นตัวแทนของสิ่งหรืองานต่างๆ

IEEE-1394 เป็นมาตราฐานระบบบัสอย่างหนึ่ง ซึ่งมีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงมาก โดยมีความเร็วตั้งแต่ 12.5, 25 และ 50 MBytes/sec (ซึ่งเร็วกว่า USB มาก) อุปกรณ์ที่ใช้มาตราฐานนี้ สามารถถอดหรือเสียบใช้งานได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง

Indexed Color เป็นโหมดของรูปภาพชนิดหนึ่ง โดยในรูปจะประกอบด้วยจุดของสีต่างๆไม่เกิน 256 สี โดยสีที่ใช้จะถูกเลือกมาจากสีทั้งหมด 16.8 ล้านสี และทำเป็นตารางเฉพาะรูปของตนเอง แต่ละรูปจะมาตารางสีไม่เหมือนกัน

IRQ (Interrupt Request) เป็นเทคนิคการติดต่อระหว่างอุปกรณ์กับ CPU ในขณะที่ CPU ไม่ว่าง เมื่อ IRQ ทำงาน มันจะหยุดการทำงานปัจจุบันของ CPU ไว้ก่อน แล้วไปทำงานตามที่อุปกรณ์นั้นกำหนด เสร็จแล้วจึงจะกลับมาทำงานที่ CPU ทำค้างไว้ต่อ

Jumper เราจะได้ยินศัพท์นี้บ่อยในคู่มือ mainboard คอมพิวเตอร์ มันเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ใช้สำหรับต่อเชื่อมขาที่ยื่นๆขึ้นมาจาก mainboard เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกการใช้งานต่างๆของ mainboard นั้นๆ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้ว (แต่ก็ยังมีอยู่) เนื่องจาก mainboard ในปัจจุบันจะเป็นแบบ Plug and Play กันเกือบหมด ที่เหลือก็สามารถกำหนดจาก BIOS ได้

LBA (Logical Block Address) เป็นการอ้างถึง sector ของ Disk โดยการนับเซ็กเตอร์ทั้งหมดที่มีอยู่บนดิสก์ทุกไซลินเดอร์ ทุกด้านของแผ่นจากในดิสก์ ดังนั้น แต่ละเซ็กเตอร์จะได้หมายเลขประจำตัวโดยที่ไม่ซ้ำกันเลย โดยเรียงกันไปตามลำดับ

Linux ได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดแห่งโปรแกรม unix บน PC ที่เป็น intel base แถมแจกฟรีซะด้วย สามารถ download ได้จากอินเตอร์เน็ต แต่ว่า คงไม่มีใครในบ้านเราไป download มาแน่นอน เนื่องจากอินเตอร์เน็ตบ้านเราช้ามาก แล้วโปรแกรมของเขาก็ใหญ่มาก ส่วนใหญ่จะซื้อมาเป็น CD มากกว่า ปัจจุบันมีหลายค่ายในเมืองไทยได้ปรับปรุงระบบภาษาไทยขึ้นมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว

Menu Bar เป็นกรอบวางแนวนอนที่อยู่ข้างบนของ Application Window แต่อยู่ด้านล่างของ Title เป็นรายการของเมนูของ Application นั้นๆ

MIDI (Music Instrument Digital Interface) เป็นตัวแทนของสัญลักษณ์ทางดนตรี ปกติจะใช้ในการเก็บเฉพาะดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้องเพียงอย่างเดียว

Minimize เป็นการลดรูปของ Window ให้กลายเป็น Icon หรือให้กลางเป็น Window ขนาดเล็ก

NMI (Non-Markable Interrupt) ดูหัวข้อ IRQ เราสามารถกำหนดได้ว่า ขณะนี้ งานที่ CPU กำลังทำอยู่มีความสำคัญมากจริงๆ ไม่อนุญาติให้มีการขัดจังหวะได้เลย แต่ถ้าเป็น NMI แล้ว ไม่ว่างานที่ CPU ทำค้างอยู่มีความสำคัญเพียงใดก็ตาม จะไม่สามารถเขียนโปรแกรมขึ้นมาหยุดการทำงานของ NMI ได้เลย

PROM (Programable ROM) อ่านหัวข้อ ROM แล้วคงจะขัดๆกับหัวข้อนี้ สรุปว่า เราสามารถเอา PROM เปล่าๆมาเขียนโปรแกรมเข้าไปข้างใน เพียงครั้งแรก ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วไม่สามารถเขียนทับได้อีกต่อไป

Q&A Board (Question and Answer) หรือ ถาม-ตอบ นั่นเอง เป็นเสมือนกล่องคำถามและคำตอบ ที่อนุญาติให้สมาชิก ฝากคำถามหรือความคิดเห็นใดๆไว้ก็ได้ แล้วสมาชิกด้วยกันก็จะเป็นผู้ที่ช่วยตอบคำถาม และรับข้อคิดเห็นเหล่านั้นไปพิจรณา มีประโยชน์อย่างมากเมื่อสมาชิกมีข้อสงสัยต่างๆแต่ไม่ทราบว่าจะถามใครดี

RAID (Redundant Array of Inexpensive Disks) เป็นการจัดรูปแบบการต่อฮาร์ดดิสก์มากกว่าหนึ่งตัวเข้าด้วยกัน เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ เช่น เพิ่มความเร็วเพิ่มขนาด หรือ เพิ่มความปลอดภัย
๏ RAID-0 เพิ่มความเร็วในการบันทึกข้อมูล โดยการแบ่งกระจายการเก็บข้อมูลไปเก็บไว้บน harddisk แต่ละตัว
๏ RAID-1 เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล โดยการเขียนข้อมูลชุดเดียวกันลงบน harddisk หลายตัว
๏ RAID-5 ใช้ harddisk อย่างน้อย 3 ตัว เก็บรายละเอียดที่ใช้กู้ข้อมูลซึ่งกันและกัน

RDRAM (Rambus DRAM) เป็น DRAM ชนิดหนึ่ง ที่ Rambus Inc. เป็นผู้พัฒนาขึ้นมา เป็น DRAM ที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน

Reboot เหมือนกับ Boot เลย แต่ว่า Reboot จะเป็นการยกเลิกการทำงานทุกอย่างของคอมพิวเตอร์ที่กำลังทำค้างอยู่ แล้วจึงจะเริ่มการทำงานใหม่ทั้งหมด

RGB Color เป็นโหมดของรูปภาพชนิดหนึ่ง แต่ละจุดจะประกอบด้วยสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงินมาผสมกันสีละ 256 ระดับ ทำให้มีสีได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 16.8 ล้านสี


ROM (Read Only Memory) ดูจากคำแปลก็คงเข้าใจแล้ว ว่าเป็นหน่วยความจำที่อ่านได้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถเขียนทับได้ หน่วยความจำแบบนี้ จะสามารถเก็บข้อมูลไว้อยู่ได้โดยไม่ต้องมีไฟฟ้าคอยเลี้ยงอยู่

Scroll Bar เป็นกรอบที่วางไว้ตามยาวของขอบ ปกติจะอยู่ทางด้านขวาและด้านล่าง มีไว้สำหรับเลื่อนเพื่อขยับภาพใน Window ให้สามารถมองเห็นส่วนที่เกินจากหน้าจอและถูกบดบังไว้

SDRAM (Synchronous DRAM) เป็นหน่วยความจำที่สามารถเก็บข้อมูลได้ทีละคู่ในหน่วยความจำแผงเดียวกัน ทำให้มีความเร็วสูงและสามารถ upgrade ได้โดยสะดวก ไม่ต้องเลือกซื้อเป็นคู่ๆ เป็นหน่วยความจำที่ใช้แพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน (และราคาถูกที่สุดด้วย)

Shortcut เป็นปุ่มหรือสัญลักษณ์อย่างย่อ เมื่อกดหรือเรียกใช้ จะทำงานตามคำสั่งที่เรากำหนดเอาไว้

Status Bar เป็นกรอบวางแนวนอน อยู่ด้านล่างของ Application Window ้เพื่อแสดงข้อมูลต่างๆของ Window ที่เรากำลังทำงานอยู่นั้น

True Color

TSR (Terminate and Stay Resident) เป็นโปรแกรมประเภทหนึ่ง ที่ฝังตัวลงในหน่วยความจำ และจะทำงานอยู่ตลอดเวลา จนกว่าจะมีการถอนโปรแกรมออกจากหน่วยความจำ หรือมีการ boot เครื่องใหม่ โปรแกรมประเภทนี้ ได้แก่ VTHAI และ THAIPRO เป็นต้น

Unix เป็นระบบปฏิบัติการประเภทหนึ่งนอกเหนือไปจาก Microsoft Windows ซึ่งระบบนี้เกือบจะสูญพันธ์ไปหลายครั้งแล้ว แต่ปัจจุบัน ได้มีการนำมาใช้กับระบบอินเตอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ(ดีกว่า Windows มากเลย)

USB (Universal Serial BUS) เป็นพอร์ตชนิดหนึ่ง ที่มาทำงานทดแทนพอร์ตต่างๆ ทั้ง Serial, Parallel, Mouse, Keyboard, Joystick รวมแม้กระทั่งอุปกรณ์เน็ตเวิร์คหลายๆอย่าง สามารถเลือกใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ต้องคำนึงถึงว่าข้อต่อจะเหมือนกันหรือไม่ มีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงถึง 12 Mbps สนับสนุน Plug and Play เต็มรูปแบบ สามารถถอดเสียบอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องปิดสวิทซ์ หลังจากที่อุปกรณ์นั้นถูกถอดไปแล้ว คอมพิวเตอร์จะทำตัวเสมือนไม่มีอุปกรณ์นั้นมาเสียบตั้งแต่แรก แต่ถ้าเอาอุปกรณ์ USB เสียบเข้ามา คอมพิวเตอร์จะทำงานติดต่อกับอุปกรณ์นั้นทันที

Wap (Wireless Application Protocal) เป็น Communication Protocal ที่มีพื้นฐานมาจาก Internet Protocal ซึ่ง Wap จะเป็นมาตราฐานเปิดของระบบสื่อสารข้อมูลไร้สายที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อโลกของข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต มาสู่บริการของเครื่องมือไร้สาย อันได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ เครื่องมือไร้สายอื่นๆ ซึ่งนั่นก็หมายถึง การทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลหรือใช้บริการต่างๆ โดยผ่านเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยไม่ต้องมีโมเด็มหรือตัวแปลงสัญญาณอื่นๆมาต่อให้ยุ่งยาก


 

คำศัพท์เทคนิค 

Format ก็คือการล้างข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในแผ่น Disk เพื่อเตรียมแผ่นไว้ใช้งานนั่นเอง รวมแม้กระทั่ง Diskette ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ด้วย เคยมีคนโทรมาไปโวยกับร้านที่ขาย Disk ว่าซื้อไป 1 กล่อง แต่ใช้ไม่ได้ซักแผ่น แต่นั่นเป็นเพราะเค้ายังไม่ได้ format แผ่นนั่นเอง

ในทางเทคนิคแล้ว แผ่น Disk (รวมทั้ง Optical Disk, CD, CDRW) ที่เราซื้อมาใหม่ๆนั้น มีการจัดเรียงของสนามแม่เหล็ก(และสนามไฟฟ้า)อย่างกระจัดกระจายไปเป็นไปในทางทิศเดียวกัน ซึ่งจะทำให้หัวอ่านไม่สามารถเข้าใจข้อมูลที่อยู่ใน Disk ได้

กระบวนการ format จะทำการเรียงสนามแม่เหล็กที่อยู่ใน Disk ให้เรียงกันไปเป็นวงรอบจุดศูนย์กลาง โดยมีทิศของสนามแม่เหล็กเป็นระเบียบ และแบ่งเป็นวงๆไป และแต่ละวงก็จะแบ่งเป็นช่องๆ แต่ละช่องก็จะมีขนาดเท่าๆกัน ทำให้หัวอ่านสามารถตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ภายในเนื้อ Disk ได้


Low Level Format เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับมือใหม่ทั้งหลาย ไม่ฉลาดเลยที่เราจะเอา harddisk ที่อยู่ในประกันมาทำการ Low Level Format ด้วยตัวเองโดยไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัย

อุปกรณ์ที่ต้องการความเร็วสูงสุดอย่าง harddisk นั้น ต้องการให้ระยะเวลาในการรอให้ sector ที่เราต้องการวิ่งมาถึงหัวอ่านให้เร็วที่สุด แต่ถ้ากรณีที่ sector ที่เราต้องการอ่านข้อมูลเพิ่งวิ่งผ่านหัวอ่านไป เราจะต้องรอให้ sector นั้นวิ่งครบ 1 รอบเต็มๆ จึงจะได้อ่านข้อมูลจาก sector นั้น ดังนั้น ผู้ผลิต harddisk รายแรกๆของโลกจึงได้คิดการเรียง sector บน harddisk ใหม่ให้ไม่เรียงตามลำดับ แต่ให้เรียงตามวิธีที่คิดขึ้นใหม่นี้ เพื่อที่จะให้ได้ค่าเฉลี่ยของการเข้าถึงข้อมูลได้ความเร็วสูงสุด เราเรียกสูตรของการเรียง sector แบบนี้ ว่า interleave แบบต่างๆ และการจัดเรียง sector ให้มีค่า interleave แบบต่างๆนั้น เราเรียกว่า "Low Level Format" โดยเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องซึ่งมีความเร็วไม่เท่ากันจะเรียงไม่เหมือนกัน ดังนั้น harddisk ที่ซื้อมาใหม่ จะต้องนำมา Low Level Format ให้มีค่า interleave ที่มีค่าเหมาะสมกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้

ปัจจุบันนี้ Harddisk ที่เราซื้อมาใหม่ๆ จะถูกทางโรงงาน Low Level Format มาให้เรียบร้อยแล้ว โดยการปรับค่าของ interleave มาแบบพิเศษ ไม่ว่าเราจะนำไปเล่นกับเครื่องไหน ก็ให้ความเร็วที่เกือบจะสูงสุดอยู่แล้ว ดังนั้น จึงเป็นการไม่ควรอย่างยิ่งที่เราจะมาทำการ Low Level Format ด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง หากทางโรงงานตรวจพบว่า Harddisk ที่ส่งไปซ่อมมี interleave ไม่ตรงกับทางโรงงานกำหนด ทางโรงงานจะคืนกลับมาโดยไม่รับผิดชอบใดๆกับ harddisk ตัวนั้น

สำหรับการ format harddisk แบบธรรมดานั้น เป็นเพียงการล้างข้อมูลที่อยู่ในแต่และ Sector ออกไปเท่านั้น แต่ส่วนของ header ทั้งหลายที่ไม่ใช่ข้อมูล จะไม่ได้ถูกล้างไปด้วย ดังนั้น แม้จะ format harddisk ไปแล้ว แต่ค่า interleave ก็ยังไม่สูญหายไปไหน

สำหรับคนที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นมือโปรทั้งหลาย ที่ทำการ Low Level Format กับ Harddisk ที่มี Bad Sector โดยเข้าใจว่าจะซ่อมเนื้อ harddisk ให้กลับเป็นปกติได้นั้น ขออธิบายให้ทราบว่า การ Low Level Format ได้ทำการเคลียร์ header ที่ถูกทำเครื่องหมายว่า sector นั้นเสีย ห้ามใช้ ออกไปเท่านั้นเอง ส่วนเนื้อ harddisk ก็ยังคงเสียอยู่เหมือนเดิม


Over Clock (โอเวอร์คล๊อก) คือ การบังคับให้ CPU และ Mainboard ทำงานที่ความเร็วสูงกว่าความเร็วที่ผู้ผลิตกำหนดมา สิ่งที่ได้ก็คือ เราจะได้เครื่องที่มีความเร็วสูงในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น แต่ผู้ที่จะทำการโอเวอร์คล๊อก ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้ทางด้านนี้เป็นพิเศษ เนื่องจาก CPU ที่ทำงานด้วยความเร็วสูงกว่ากำหนดนี้ จะเกิดความร้อนสูงมาก ถ้าระบายความร้อนไม่ทัน นอกจาก CPU จะไหม้แล้ว ยังทำให้อุปกรณ์รอบข้างเสียไปด้วย นอกจากนี้ mainboard ที่ใช้ ก็จะมีอายุการใช้งานสั้นลงด้วย ซึ่งกรณีแบบนี้ โรงงานผู้ผลิตสามารถตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ว่าเสียหายเนื่องจากอะไร และผู้ขายจะไม่รับเปลี่ยนหรือซ่อมให้ด้วยนะครับ

อุปกรณ์ที่จะใช้ต้องคำนึงถึง 
CPU จะต้องเป็นแบบไม่ล๊อคความถี่ และไม่ล๊อคตัวคูณ 
mainboard จะต้องสามารถกำหนดความถี่และตัวคูณด้วย และต้องไม่ใช่เป็นแบบ Auto Detect 
RAM เป็นแบบความเร็วปกติ แผ่นระบายความร้อน ตัวใหญ่กว่าปกติหน่อย และที่สำคัญ ต้องมีหน้าสัมผัสกับตัว CPU อย่างสนิดที่สุด พัดลมติดแผ่นระบายความร้อน ที่ใช้ต้องมีความเร็วรอบสูง แนะนำลำดับการทำงาน การปรับแต่งก็เริ่มจากความถี่ FSB และตัวคูณตามปกติก่อน ลดความเร็วของ RAM ให้ต่ำกว่าความเร็วปกติ เช่น ถ้าปกติ สามารถทำงานที่ 133 MHz ก็กำหนดให้ทำงานแค่ 100 MHz ก็พอ เพราะหลังจากเราเพิ่มความถี่แล้ว มันจะต้องทำงานที่ความเร็วสูงกว่านี้ 
ค่อยๆปรับเปลี่ยน FSB เพิ่มขึ้น โดยเริ่มต้น อาจจะเพิ่มขึ้นทีละ 2 MHz ก็ได้ แล้วจึงจะ boot เครื่องใหม่ ถ้าไม่มีปัญหา ค่อยเพิ่ม FSB ขึ้นอีก แต่ว่า ถ้า boot เครื่องไม่ได้ ก็ค่อย clear CMOS ทีหลัง (หลังๆจะเปลี่ยนเป็นเพิ่มทีละ 1 MHz) 
ระวังอย่าให้อุณหภูมิสูงกว่าปกติมาก เช่น ปกติทำงานที่ 45 องศา ถ้าขึ้นไปเป็น 50 องศา ก็ต้องระวังแล้ว และอาจจะต้องเปลี่ยนแผ่นระบายความร้อนให้ใหญ่ขึ้น หรืออาจจะต้องเปลี่ยนพัดลมที่มีความเร็วรอบสูงขึ้น ระวังอย่าให้ CPU ไหม้ อันตรายมาก 
หลังจากเปลี่ยน แผ่นระบายความร้อนแล้ว เปลี่ยน RAM แล้ว คิดว่าไม่สามารถเพิ่มความเร็วมากไปกว่านั้นได้แล้ว ถ้าหากว่าอุณหภูมิยังไม่สูงมากเกินไป ลองเพิ่มแรงดันอีกซัก 0.1V แล้วลองเพิ่มความถี่ดูซัก 1 MHz ว่ายังสามารถขึ้นไปได้อีกหรือไม่ แต่ถ้าพบว่าร้อนเกินไป ก็กลับมาใช้แรงดันปกติดีกว่า 
เมื่อพอใจแล้ว ก็ลดความเร็วให้ต่ำกว่าความเร็วสูงสุดที่ทำงานได้ซักหน่อยหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อเสถียรภาพของมัน เพราะว่า นอกจากความร้อนที่เกิดขึ้น(ซึ่งเสี่ยงกันอัคคีภัย)แล้ว mainboard ที่คุณใช้จะมีอายุสั้นลงด้วย

Hosted by www.Geocities.ws

1