หลักในการเลือกซื้ออุปกรณ์ เครื่องคอมพิวเตอร์

 

ในคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ๆ จะมีส่วนประกอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย ในตอนนี้จะช่วยให้ท่านได้รู้จักและเลือกซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับที่ท่านต้องการซึ่งจะมีหลักในการเลือกซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้

 

หลักในการเลือกซื้อซีพียู (CPU)

                ในการเลือกซื้อซีพียูนั้นควรทราบรายละเอียดเกี่ยวกับจุดอ่อนของซีพียูแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อด้วย เช่น ขณะใช้งานจะมีความร้อนสูง ทำให้เครื่องไม่สามารถใช้งานได้ครั้งละนาน ๆ หากมีการระบายความร้อนไม่เพียงพอ ซีพียูมีหลายยี่ห้อ ที่แพร่หลายในปัจจุบันได้แก่ยี่ห้ออินเทล (Intel) และ เอเอ็มดี (AMD) โดยแต่ละรุ่นของแต่ละยี่ห้อจะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ในการซื้อซีพียูต้องคำนึงถึงเมนบอร์ดที่นำมาใช้ด้วย เช่น ซีพียูเอเอ็มดีรุ่น K6-2 และ K6-III  ยังใช้เมนบอร์ด Socket 7 ส่วนซีพียูอินเทล Celelon ใช้กับเมนบอร์ดทั้ง Socket 370 และ Slot 1 ส่วนซีพียูอินเทล Pentium II และ Pentium III จะใช้กับเมนบอร์ด Slot 1 และในการนำซีพียูที่ใช้กับ Socket 370 มาใช้กับ Slot 1 โดยใช้ตัวแปลง Slot อาจเกิดปัญหา เพราะมีการต่อหลายขั้นตอน การเลือกซื้อซีพียูควรเลือกซื้อซีพียูที่เป็นมาตราฐานของบริษัทผู้ผลิต เช่น ซีพียูที่มีการบรรจุกล่อง  และมีการรับประกันอย่างน้อย 1 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อเมนบอร์ด  (MAINBOARD)

                ในการเลือกซื้อเมนบอร์ดนั้น จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับซีพียูที่จะใช้ด้วย เพราะเมนบอร์ดบางรุ่นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ใช้กับซีพียูได้ทุกยี่ห้อ หากนำมาใช้ร่วมกันอาจทำให้เกิดปัญหาเครื่องค้าง หรือ Restart ตัวเองบ่อย ๆ และอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาบนเมนบอร์ด เช่น การ์ดแสดงผล, การ์ดเสียง, โมเด็ม, การ์ดแลน มีมากเกินความจำเป็นหรือไม่ หากไม่จำเป็นต้องใช้ ควรเลือกซื้อเมนบอร์ดที่ไม่มี สล็อตหรือซ็อกเก็ตสำหรับติกตั้งซีพียูควรเลือกให้ตรงกับซีพียูที่จะใช้มีควรใช้ตัวแปลงสล็อด  ในการเลือกซื้อไม่จำเป็นต้องซื้อเมนบอร์ดที่ราคาถูกที่สุด เพราะอุปกรณ์บนเมนบอร์ดอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่ดีที่สุด และไม่ควรซื้อรุ่นที่ออกมาใหม่ล่าสุดเนื่องจากอาจมีข้อผิดพลาดในการผลิต ทำให้ต้องเสียเวลาไปเปลี่ยนหลังจากผู้ผลิตแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นแล้ว และจะต้องมีการรับประกันไม่น้อยกว่า 1 ปี ในปัจจุบันเมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ ส่วนใหญ่ จะรับประกันถึง 3 ปีเลยทีเดียว

 

หลักในการเลือกซื้อแรม (RAM)

                ในการเลือกซื้อแรม ในปัจจุบันมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากแรมที่ผลิตออกมาในแต่ละรุ่นจะไม่สามารถใช้ได้กับเมนบอร์ดทุกรุ่น เช่น เมนบอร์ดบางรุ่นจะใช้ได้กับ  RAM BUS 66 ไม่สามารถใช้ RAM BUS 100 หรือ BUS 133 หรือใช้ RAM BUS 66 กับเมนบอร์ดที่รองรับ BUS 133 จะทำให้เครื่องทำงานได้ช้าลง การเลือกซื้อแรมควรคำนึงถึงมาตรา ฐานในการผลิตด้วย คือ ควรมียี่ห้อของผู้ผลิตติดอยู่ที่ชิปของแรมด้วย  และควรเป็นชื่อที่คุ้นเคยไม่ควรซื้อแรมที่ไม่มียี่ห้อมีเพียงสติกเกอร์บอกขนาด และบัสของแรมเท่านั้น  ถึงแม้ว่าราคาจะถูกแต่อายุการใช้งานอาจไม่นาน และจะต้องมีการรับประกันไม่น้อยกว่า 1 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อเคส และพาวเวอร์ซัพพลาย

                ในการเลือกซื้อเคสและพาวเวอร์ซัพพลายนั้น รูปแบบและหน้าตาของเคสนั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ใช้ แต่ควรเลือกซื้อเคสที่เหมาะสมกับเมนบอร์ดที่จะใช้  แลลพาวเวอร์ซัพพลายจะต้องเป็นประเภทเดียวกันกับเมนบอร์ดที่จะใช้ เช่น เมนบอร์ดแบบ ATX จะต้องใช้พาวเวอร์ซัพพลายแบบ ATX ด้วย และจะต้องสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอกับอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในเคส หรือให้เกินไว้ก่อนเพราในอนาคตอาจมีอุปกรณ์มาติดตั้งเพิ่มเติม และในเวลาไฟตกความสามารถในการจ่ายไฟจะลดลงด้วย และจะต้องมีการรับประกันไม่น้อยกว่า 1 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อวีจีเอการ์ด (VGA CARD)

                ในการเลือกซื้อวีจีเอการ์ดสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือความต้องการรายละเอียดของสีของผู้ใช้ว่าต้องการความละเอียดมากน้อยเพียงใด  และความเร็วในการแสดงผลจะลดลงหรือไม่ หากใช้ความละเอียดของสีมาก ๆ จะต้องเลือกซื้อวีจีเอการ์ดที่มีวีดีโอแรมเพียงพอกับการแสดงผล  หรือมีสล็อตว่างไว้สำหรับเพิ่มวีดีโอแรมได้ในภายหลังหากต้องการให้แสดงผลทาง TV ได้ด้วยนั้นก็ต้องเลือกซื้อแบบที่มีช่องต่อ TV-OUT ด้วย สำหรับผู้ที่ต้องการแสดงภาพแบบสามมิติ จะมีวีจะเอการ์ดที่เป็นระบบสามมิติสมบูรณ์แบบ แต่ของแท้จะราคาแพงมาก เช่น VOODOO, RIVA TNT ผู้ที่ต้องการใช้ต้องระวังของเลียนแบบซึ่งจะใช้ชิปที่ดูแล้วเหมือนกับของแท้แต่ราคาจะใกล้เคียงกับวีจีเอการ์ดธรรดา ของแท้ส่วนใหญ่จะมีพัดลมระบายความร้อนติดอยู่ที่ชิป  แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไป  เพราะผู้ที่ทำเลียนแบบพยายามจะทำให้เหมือนกับของแท้มากที่สุด ส่วนเรื่องของยี่ห้อของวีจีเอการ์ดมีค่อนข้างมาก จึงควรเลือกที่มี่จำหน่ายมานานและมีคนใช้ค่อนข้างมาก  เพราะถ้าไดรเวอร์ของวีจีเอการ์ดนั้นเสียหรือหากจะหาได้ง่ายกว่า  ส่วนบัสของวีจีเอการ์ดนั้นขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดที่จะนำไปใช้ และจะต้องมีการรับประกันไม่น้อยกว่า 1 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อซาวน์การ์ด

                ในการเลือกซื้อซาวน์การ์ด ควรเลคอกซื้อยี่ห้อที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมานานเพื่อลดปัญหาในการหาไดรเวอร์หากเกิดชำรุด หรือสูญหาย คุณภาพของเสียงจะแตกต่างกันออกไปตามอุปกรณ์ที่นำมาผลิต ถ้าต้องการเสียงที่มีคุณภาพสูงก็จะต้องหาซื้อซาวน์การ์ดที่มียี่ห้อเหมือนกับเครื่องเสียงที่มีคุณภาพของเสียงดีมาก ๆ แต่ราคาจะสูงมาก ในปัจจุบันซาวน์การ์ดจะรวมเวฟ-เทเบิ้ลไว้บนการ์ดแล้ว แต่ควรซื้อควรดูให้แน่ใจก่อนว่ามีหรือไม่ และไม่ควรซื้อซาวน์การ์ดที่มีราคาถูกมาก  และไม่มีการรับประกัน ถึงผู้ขายจะยืนยันว่าใช้ได้ดีก็ตาม  เพราะอายุการใช้งานของอุปกรณ์แต่ละตัวจะไม่เท่ากัน และจะต้องมีการรับประกันไม่น้อยกว่า 1 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อดิสก์ไดร์ฟ

                ในการเลือกซื้อดิสก์ไดร์ฟนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นมากนัก  เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ราคาค่อนข้างถูก และในแต่ละยี่ห้อราคาจะตาต่างกันไม่เกิน 50 บาท หลักการทำงานของแต่ละยี่ห้อก็เหมือนกัน แต่ควรเลือกที่มีการรับประกันไม่น้อยกว่า 1 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์

                ในการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากจะเป็นตัวเก็บโปรแกรม และข้อมูลทั้งหมดที่ใช้งาน จึงควรเลือกฮาร์ดดิสก์ที่มีคุณภาพดี โดยศึกษาถึงข้อดีและข้อเสีย ของฮาร์ดดิสก์ที่มีคุณภาพดี โดยศึกษาถึงข้อดี และข้อเสียของฮาร์ดดิสก์แต่ละยี่ห้อ  ในท้องตลาดจะมีอยู่หลายยี่ห้อ เช่น SEAGATE, QUANTUM, MAXTER, WESTERN DIGITAL, FUJITSU ในแต่ละยี่ห้อจะมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป เช่น ฮาร์ดดิสก์ของ QUANTUM บางรุ่นจะมีข้อเสียที่  Board Controller จะมีชิปบางตัวไหม้ได้ง่าย และผู้จำหน่ายจะอ้างว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ใช้ จะไม่มีการรับประกันในส่วนนี้ โดยปกติฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุ 1 GB ขึ้นไป จะมีการรับประกัน 3 ปี แต่จะมีบางยี่ห้อบางรุ่นจะมีการรับประกันเพียง 1 ปี และราคาจะถูก ดังนั้นในการเลือกซื้อควรคำนึงถึงความสำคัญของข้อมูลมากกว่าที่จะซื้อของถูกมาใช้งาน ยกเว้นเป็นการใช้เพียงชั่วคราว

 

หลักในการเลือกซื้อซีดีรอมไดร์ฟ

                ในการเลือกซื้อควรเลือกซื้อซีดีรอมไดร์ฟยี่ห้อที่เคยมีจำหน่ายมานาน แต่ความเร็วอาจจะเพิ่มขึ้น ไม่ควรเลือกซื้อยี่ห้อที่ผลิตออกมาใหม่ ๆ เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าคุณภาพจะดี หรือไม่หากใช้งานไปนาน ๆ ถึงแม้ว่าราคาจะถูกกว่า  หากใช้งานได้ไม่ดีพอแต่ไม่ถึงกับเสียก็  ไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ จำเป็นต้องซื้อตัวใหม่ เท่ากับว่าซื้อของแพงมาก  แต่ถ้าหากมีงบประมาณมากขึ้นอีกสักหน่อย ก็น่าจะเลือกซื้อเป็นดีวีดีไดร์ฟ เพราะจะสามารถใช้ได้กับแผ่น ดีวีดี , ซีดีอาร์ และ ซีดีเพลง และเป็นการรองรับการพัฒนาในอนาคต อีกประการหนึ่งไม่ควรไปหลงกับความเร็วที่โฆษณามากนัก  เพราะความเร็วที่แจ้งไว้นั้นจะเป็นความเร็วสูงสูดที่ตัวไดร์ฟใช้ในการอ่านข้อมูลจากบริเวณริมนอกของแผ่นซึ่งมีระยะทางยาวที่สุดเท่านั้นซึ่งระยะหลังบริษัทผู้ผลิตมักจะใส่คำว่า Max ไว้ต่อท้ายความเร็วที่ระบุด้วย เช่น 52 x Max เป็นต้น ปกติซีดีรอมไดร์ฟ จะมีการรับประกันเป็นเวลา 1 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อแป้นพิมพ์

ในการเลือกซื้อแป้นพิมพ์นั้น หากเป็นผู้ที่เคยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์  แล้วควรเลือกรูปแบบที่คุ้นเคย ถ้าเป็นไปได้ควรทดลองกดดูว่าปุ่มแข็งเกินไป หรือไม่ และไม่ควรซื้อที่ราคาถูกที่สุด เพราะคุณภาพของวัสดุที่นำมาผลิตอาจจะคุณภาพไม่ดี อายุการใช้งานจะน้อยมักจะเสียหลังจากหมดการรับประกันได้ไม่นาน ส่วนหัวเสียบนั้นขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดที่จะใช้ และจะมีการรับประกันอย่างน้อย 1 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อจอภาพ

ในการเลือกซื้อจอภาพ เป็นสิ่งสำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง  เพราะราคาค่อนข้างสูง และสามารถทำการซ่อมได้หลังจากหมดการรับประกันแล้ว ส่วนมากผู้นำเข้าจะมีการนำอะไหล่เข้ามาจำหน่ายด้วย  จึงควรเลือกยี่ห้อที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมานาน เพื่อจะหาอะไหล่ได้ง่ายในการซ่อม ในปัจจุบันมีจอภาพที่ไม่มียี่ห้อ ราคาค่อนข้างถูก ออกมาจำหน่ายจำนวนมาก หากจำเป็นต้องซื้อจอภาพแบบนี้มาใช้งาน ควรทดลองให้เครื่องทำงานที่รายละเอียดสูงสุดตามที่บอกไว้ที่ข้างกล่อง เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้จริง ส่วนการลดแสงสะท้อนและปลอดรังสีที่เป็นอันตรายต่อสายตานั้นให้ดูที่ข้างกล่องว่ามีหรือไม่ การควบคุมขนาดและรูปแบบของจอภาพนั้นแบบ Digital Control จะใช้งานได้สะดวกกว่าแบบ Analog Control หากมีการเสียใจจุดนี้แบบ Digital Control จะซ่อมยากกว่าและค่าซ่อมจะแพงกว่า  และควรซื้อจอภาพที่มีการรับประกันไม่น้อยกว่า 2 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อเมาส์

ในการเลือกซื้อเมาส์นั้น หากเป็นผู้ที่เคยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ควรเลือกรูปแบบที่คุ้นเคย และไม่ควรซื้อที่ราคาถูกที่สุด เพราะคุณภาพของวัสดุที่นำมาผลิตอาจจะคุณภาพไม่ดี อายุการใช้งานจะน้อย มักจะเสียหลังจากหมดการรับประกันได้ไม่นาน ส่วนคอนเนคเตอร์นั้นขึ้นอยู่กับเครื่องที่จะใช้  และจะมีการรับประกันอย่างน้อย 1 ปี

 

 

 

หลักในการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์

ในการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์นั้น  จะต้องทราบก่อนว่าต้องการเครื่องพิมพ์ประเภทใด และในแต่ละประเภทจะมีทางเลือกต่างกันไป

-  ประเภท DOT  MATRIX เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้กระดาษที่มีความกว้างมากกว่า A4 และต้องการพิมพ์การดาษที่มีสำเนาหลาย ๆ ชั้น เป็นกระดาษชนิดพิมพ์ต่อเนื่อง และไม่ต้องการความคมชัดของตัวอักษรมากนัก ควรเลือกซื้อยี่ห้อที่มีจำหน่ายมานาน มีศูนย์บริการอยู่ใกล้ และผู้นำเข้ามีความเชื่อถือได้ เพราะเครื่องพิมพ์เป็นอุปกรณ์ที่สามารถซ่อมได้เพื่อจะได้มีอะไหล่ไว้บริการ

-  ประเภท INK JET เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพิมพ์เอกสารที่มีทั้งภาพและตัวอักษร สามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและดำ มีความกว้างของกระดาษเท่ากับ A4 ควรเลือกยี่ห้อที่ได้มาตราฐานและมีจำหน่ายมานานมีศูนย์บริการอยู่ใกล้  และผู้นำเข้ามีความเชื่อถือได้เพราะเครื่องพิมพ์ประเภทนี้หากหมดอายุการรับประกัน แล้วจะไม่มีอะไหล่สำหรับซ่อม หรือถ้ามีราคาจะสูงมากเท่ากับซื้อเครื่องใหม่ หรือถ้าเครื่องตกรุ่นไปแล้วจะหาซื้อหมึกได้ยากมาก และหากไม่ใช้เครื่องบ่อย ๆ ควรเลือกแบบที่ตลับหมึกมีหัวพิมพ์ติดอยู่ด้วย  เพราะหากหัวพิมพ์ตันก็จะสามารถซื้อตลับหมึกมาเปลี่ยนได้เลย ไม่ต้องเข้าศูนย์บริการเพื่อทำการเปลี่ยนหัวพิมพ์ซึ่งราคาจะสูงกว่ามาก

-  ประเภท LASER เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพิมพ์เอกสารที่มีความแตกต่างคมชัดของเอกสารสูง เอกสารส่วนใหญ่จะมีขนาดเท่ากับ A4  ยกเว้นรุ่นใหญ่ที่ราคาจะแพงมาก ควรเลือกแบบที่ไม่มีลูกเล่นมากนัก เช่น สามารถใช้เป็นสแกนเนอร์ ได้ด้วย เนื่องจากการใช้งานหลายอย่างในเครื่องที่มีพื้นที่เท่ากับเครื่องที่มีการใช้งานอย่างเดียว จะเกิดข้อขัดข้องได้ง่ายกว่า  และเป็นยี่ห้อที่ได้มาตรา ฐาน มีจำหน่ายมานาน มีศูนย์บริการอยู่ใกล้และผู้นำเข้ามีความเชื่อถือได้

                -  เครื่องพิมพ์ทั้ง 3 ประเภท    ควรเลือกซื้อที่มีการรับประกันทุกชิ้นส่วน  ยกเว้นส่วนของหมึก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี

 

หลักในการเลือกซื้อสแกนเนอร์

                ในการเลือกซื้อสแกนเนอร์นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ว่า ต้องการความละเอียดของภาพมากน้อยเพียงใดและขนาดของภาพกว้างใหญ่เท่าใด สแกนเนอร์เป็นอุปกรณ์ที่สามารถซ่อมได้ แต่ซ่อมค่อนข้างยาก ส่วนใหญ่เมื่อเครื่องขัดข้องถึงแม้จะหมดการรับประกันแล้วก็ยังจะส่งซ่อมที่ศูนย์บริการ ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อที่มีศูนย์บริการที่ให้บริการมานาน ไม่ไกลมากนักและเชื่อถือได้  และจะต้องมีการรับประกันไม่น้อยกว่า 1 ปี

 

Hosted by www.Geocities.ws

1