Microsoft Excel
การใช้สูตรคำนวณ
1. ฟังก์ชัน Sum
ประเภท คณิตศาสตร์และตรีโกณมิติ
ความหมาย บวกจำนวนทั้งหมดในช่วงของเซลล์
สูตร : Sum(number1,number2,
.)
Number1,number2,
..เป็นจำนวน 1 ถึง 30 จำนวนที่จะถูกบวกเข้าด้วยกัน
แบบทดลองพิมพ์สูตรในโปรแกรม
1. ระบายเซลล์ B2:B8 จากนั้นพิมพ์ 100 กด Enter พิมพ์ 200 กด Enter พิมพ์ 350 กด
Enter พิมพ์ 450 กด Enter พิมพ์ 360 กด Enter พิมพ์ 420 กด Enter
2. คลิกเซลล์ B10 แล้วพิมพ์ = SUM (
3. ระบาย B2:B8 จากนั้นพิมพ์วงเล็บปิดกด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 2130
4. หากจะหาผลรวมอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายก็คือ คลิกเซลล์ B10 จากนั้นดับเบิลคลิกปุ่ม
Auto sum ก็จะมีผลรวมโชว์ขึ้นมาให้เห็น
5. คลิกเซลล์ B12 แล้วพิมพ์ =SUM ("3","7") และกด Enter จะโชว์ผลลัพท์คือ
10
6. การรวมผลลัพท์จะเป็นการรวมเฉพาะตัวเลขเท่านั้น ถ้าเป็นตัวอักษร โปรแกรมจะไม่นำมาคำนวณ
แต่ในกรณีที่บางเซลล์พิมพ์ True หรือ False และต้องการนำมารวมกับตัวเลขด้วยขอให้กำหนดสูตรโดย
พิมพ์ +1 ต่อท้ายสูตร
2. ฟังก์ชัน Min
ประเภท สถิติ
ความหมาย ส่งกลับจำนวนที่น้อยที่สุดในชุดของค้าที่ระบุ
สูตร : Min(number1,number2,
.)
Number1,number2,
.. คือตัวเลข 1 ถึง 30 ตัวเลขที่ต้องการค้นหาค่าน้อยสุด
แบบทดลองพิมพ์สูตรในโปรแกรม
1. ระบายเซลล์ B2:B8 แล้วพิมพ์ 20 กด Enter พิมพ์ 30 กด Enter พิมพ์ 50 กด Enter
พิมพ์ 48 กด Enter พิมพ์ 24 กด Enter พิมพ์ 60 กด Enter พิมพ์ 80 กด Enter
2. คลิกเซลล์ B10 แล้วพิมพ์ =min(B2,B3,B4,B5,B6,B7,B8) กด Enter จะโชว์ผลลัพธ์
20
3. คลิกเซลล์ B11 แล้วพิมพ์ =min(B2:B8) กด Enter จะโชว์ผลลัพธ์ 20
4. คลิกเซลล์ B12 แล้วพิมพ์ =min(B2:B8,10,50) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 10
แบบฝึกหัด โดยการใช้สูตร SUM
และสูตร MIN
รายรับ รายจ่าย
บริษัท ชูมือ ชูใจ จำกัด
ลำดับที่ รายชื่อสินค้า กำไร ขาดทุน
1 เทปวีดีโอ 4500 2500
2 เทปเพลง 2500 1225
3 รูปภาพประกอบการงาน 8500 4585
4 เครื่องเสียง 12000 7582
5 หนังสือทำมือ 850 450
รวม
ยอดขายต่ำสุด
โจทย์
1 จงหาผลรวมของยอดกำไรทั้งหมด
2 จงหาผลรวมของยอดขาดทุนทั้งหมด
3 จงหายอดขาดทุนต่ำสุด
3. ฟังก์ชัน Average
ประเภท สถิติ
ความหมาย ส่งกลับค่าเฉลี่ย (ค่าเฉลี่ยเลขคณิต) ของอาร์กิวเมนต์ทั้งหมด
สูตร : Average(number1,number2,
.)
Number1,Number2,
.. คือ อาร์กิวเมนต์ 1 ถึง 30 อาร์กิวเมนต์ที่เป็นตัวเลขซึ่งคุณต้องการหาค่าเฉลี่ย
สูตรทางคณิตศาสตร์ 1 ?n x
i
n i = 1
แบบทดลองพิมพ์สูตรในโปรแกรม
1. ระบายเซลล์ B2:B5 แล้วพิมพ์ 2 กด Enter พิมพ์ 3 กด Enter พิมพ์ 4 กด Enter พิมพ์
5 กด Enter
2. คลิกเซลล์ B7 แล้วพิมพ์ =SUM(B2:B5)/count(B2:B5) กด Enter จะโชว์ผลลัพธ์ 3.5
3. คลิกเซลล์ B8 พิมพ์ =AVERAGE(B2:B5) กด Enter จะโชว์ผลลัพธ์ 3.5
4. ฟังก์ชัน Max
ประเภท สถิติ
ความหมาย ส่งกลับค่าที่มากที่สุดในชุดของค่าที่ระบุ
สูตร : Max(number1,number2,
.)
Number1,number2,
. คือตัวเลข 1 ถึง 30 ตัวเลขที่ต้องการค้นหาค่ามากสุด
แบบทดลองพิมพ์สูตรในโปรแกรม
1. ระบายเซลล์ B2:B8 พิมพ์ 20 กด Enter พิมพ์ 30 กด Enter พิมพ์ 50 กด Enter พิมพ์
48 กด Enter พิมพ์ 24 กด Enter พิมพ์ 60 กด Enter พิมพ์ 80 กด Enter
2. คลิกเซลล์ B10 แล้วพิมพ์ = max(b2,b3,b4,b5b6,b7,b8) กด Enter จะโชว์ผลลัพธ์
80
3. คลิกเซลล์ B11 แล้วพิมพ์ =MAX(B2:B8) กด Enter จะโชว์ผลลัพธ์ 80
แบบฝึกหัด โดยการใช้สูตร MAX และสูตร AVERAGE
เงินเดือนพนักงาน
บริษัท ชูมือ ชูใจ จำกัด
ลำดับที่ รายชื่อพนักงาน โอที เงินเดือน
1 ปริญญา ทวีวิเสสานนท์ 1200 8500
2 ชาญยุทธ เพชรสีสุข 1000 7500
3 สุทธิศักดิ์ แก้วกัญญา 1500 9500
4 อรวรรณ พันแสน 850 6500
5 ฉลองบุญ หวานดี 750 650
โจทย์
1 จงหาค่าเฉลี่ยเงินของพนักงานทั้งหมด
2 จงหาค่าโอทีสูงสุดของพนักงานทั้งหมด
5. ฟังก์ชัน Count
ประเภท สถิติ
ความหมาย นับจำนวนเซลล์ที่มีตัวเลขและจำนวนตัวเลขภายในรายการของอาร์กิวเมนต์ ให้ใช้
Count เพื่อหาจำนวนของรายการข้อมูลในเขตข้อมูลตัวเลขภายในช่วงหรืออาร์เรย์ของตัวเลข
สูตร : Count(value1,value2,
)
Value1,Value2,
. คืออาร์กิวเมนต์
1 ถึง 30 อาร์กิวเมนต์ที่สามารถมีหรืออ้างถึงชนิดหลายชนิดที่แตกต่างกันข้อมูล อย่างไรก็ตามจะมีเพียงตัวเลขเท่านั้นที่ถูกนับ
ข้อสังเกต
อาร์กิวเมนต์ที่เป็นตัวเลข วันที่ หรือการแสดงตัวเลขในรูปแบบข้อความจะถูกนับ ส่วนอาร์กิวเมนต์
ที่เป็นค่าความผิดพลาดหรือเป็นข้อความซึ่งไม่สามารถแปลเป็นตัวเลขได้ จะถูกละเว้นไป
แบบทดลองพิมพ์สูตรในโปรแกรม
1. ระบายเซลล์ A1:A5 แล้วพิมพ์ตัวเลขเข้าไปและกด Enter ไปจนครบ คือ 1,2,3,4,5
2. คลิกเซลล์ B1 แล้วพิมพ์ =count(A1:A5) และกด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 5
3. คลิกเซลล์ B2 แล้วพิมพ์ =count(A3:A6) และกด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 3
4. คลิกเซลล์ B3 แล้วพิมพ์ =count(A1:A5,5,6) และกด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 7
5. ในกรณีที่เปลี่ยนตัวเลขเป็นตัวหนังสือ ฟังก์ชัน Count จะไม่นับรายการตัวหนังสือ
6. ฟังก์ชัน Round
ประเภท คณิตศาสตร์ และตรีโกนมิติ
ความหมาย ปัดเศษจำนวนให้เป็นจำนวนที่มีตำแหน่งทศนิยมตามที่ระบุ
สูตร : Round(number,num_digits)
Number คือ ตัวเลขที่ดูต้องปัดเศษ
Num_digits คือ ตำแหน่งทดศนิยมที่คุณต้องการปัดเศษ
แบบทดลองพิมพ์สูตรในโปรแกรม
1. ระบายเซลล์ A2:A8 แล้วพิมพ์ 1234.56789 กด Enter จากนั้นกดปุ่ม Ctrl + Enter
2. คลิกเซลล์ B2 แล้วพิมพ์ =round(A2,2) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 1234.47
3. คลิกเซลล์ B3 แล้วพิมพ์ =round(A3,1) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 1234.6
4. คลิกเซลล์ B4 แล้วพิมพ์ =round(A4,1) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 1235
5. คลิกเซลล์B5 แล้วพิมพ์ =round(A5,1) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 1230
6. หากต้องการแก้ไขตัวเลขที่เซลล์ A5 เป็น 1236.56789 จากนั้นที่เซลล์ B5 กำหนดสูตรเหมือนเดิมคือ
=round(A5,-1) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์1240
7. คลิกเซลล์ B6 แล้วพิมพ์ =round(a6,-2) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 1200
8. คลิกเซลล์ B7 แล้วพิมพ์ =round(A7,-2) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 0
9. คลิกเซลล์ B8 แล้วพิมพ์ =round(A8,-3) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 1000
แบบฝึกหัด โดยการใช้สูตร Count
และสูตร ROUND
รายงานการรับสินค้า
บริษัท ชูมือ ชูใจ จำกัด
ลำดับที่ รายชื่อสินค้า หน่วยละ จำนวน ยอดเฉลี่ย
1 สมุด 20 40 30
2 ปากกา 35 70 52.5
3 แผ่นดิส 25 50 37.5
4 แผ่นซีดีอาร์ 15 30 22.5
5 น้ำยาล้างหัวเทป 5 10 7.5
ยอดจำนวนนับสินค้าทั้งหมด
ยอดเฉลี่ยของน้ำยาล้างหัวเทป
โจทย์
1 จงหายอดจำนวนนับสินค้าทั้งหมด
2 จงหาค่าเฉลี่ยของน้ำยาล้างหัวเทป
7. ฟังก์ชัน RANK
การหาค่าลำดับที่ของตัวเลขที่ระบุ ซึ่งอยู่ในรายการของตัวเลข ซึ่งสามารถใช้ ฟังก์ชัน
Rank
ค่าลำดับที่ขึ้นอยู่กับค่าของตัวเลขอื่นในรายการ (ถ้าคุณต้องการจัดเรียงเอกสาร
ลำดับที่ของตัวเลขก็จะเท่ากับตำแหน่ง)
สูตร : Rank(number,ref,order)
Number คือ ตัวเลขที่คุณต้องการหาลำดับที่
Ref คือ อาร์เรย์รายการตัวเลขหรือเป็นการอ้างอิงไปยังรายการของตัวเลข (ค่าที่ไม่ใช่ตัวเลขจะถูกละเลยไม่สามารถจัดลำดับที่ได้)
Order คือ ตัวเลขที่ระบุวิธีเรียงลำดับ
แบบทดลองพิมพ์สูตรในโปรแกรม
1. ระบายเซลล์ B2:B7 กด Enter พิมพ์ 4 กดEnter พิมพ์ 5 กด Enter พิมพ์ 8 กด Enter
พิมพ์ 6 กด Enter พิมพ์ 4 กด Enter
2. Copy ข้อมูลในเซลล์ B2:B7 ไปยังคอลัมภ์ C และ D
3. คลิกเซลล์ C1 พิมพ์ ZtoA ส่วนในคอลัมภ์ C และ D พิมพ์ AtoZ
4. ระบายข้อมูลในเซลล์ C2:C7 แล้วพิมพ์ Sort ZtoA
5. ระบายข้อมูลในเซลล์ D2:D7 แล้วพิมพ์ SortAtoZ
6. คลิกเซลล์ B9 แล้วพิมพ์ =RANK(B4,B2:B7) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 4
7. คลิกเซลล์ B10 แล้วพิมพ์ =RANK(B4,B2:B7,0) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 4
8. คลิกเซลล์ B11 แล้วพิมพ์ =RANK(B4,B2:B7,1) กด Enter จะโชว์ผลลัพท์ 3
แบบฝึกหัด โดยการใช้สูตร RANK
โรงเรียน ชูมือ ชูใจ ภาคเรียนที่
1 ปีการศึกษา 2547
รายชื่อ คะแนนที่ได้ คะแนนสุทธิ คะแนนสุทธิ อันดับที่
กัปตัน 4
เปปเปอร์ 5
เอก 8
ไก่ 6
เต็ม 4
อัลเปอร์ 7
โจทย์
1 จงหาอันดับที่ของนักเรียนที่สอบทุกคน
ภาคผนวก
การจัดรูปแบบของกระดาษทำการ ในกรณีที่เลือกกลุ่มเซลล์ที่อยู่ติดกัน
1. เลื่อนเม้าท์ไปยังเซลล์แรกที่เลือก
2. วางตัวชี้ตำแหน่งภายในเซลล์นั้น แล้วลากให้คลุมเซลล์ที่ต้องการ
3. กดปุ่ม Shift ที่เป็นคีย์บอร์ดค้างไว้ แล้วกดลูกศรลากผ่านเซลล์ที่ต้องการ
การเลือกกลุ่มเซลล์ไม่ติดกัน
1. เลือกเซลล์หรือกลุ่มเซลล์แรก
2. กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วเลือกกลุ่มเซลล์ถัดไป
3. กดปุ่ม F5 แล้วพิมพ์ตำแหน่งเซลล์ที่ต้องการ เช่น A4,B3:C4
เลือกทั้งแถวหรือทั้งคอลัมภ์
1. คลิกที่ชื่อแถวหรือคอลัมภ์
2. เลื่อนไปยังเซลล์ใดในแถวหรือคอลัมภ์
กดปุ่ม Shift + คานวรรค เพื่อเลือกแถว หรือ
กดปุ่ม Ctrl + คานวรรค เพื่อเลือกคอลัมภ์
การแก้ไขข้อมูล
1. เลื่อนไปยังเซลล์ที่จะแก้ไข จะปรากฏแถบสูตรอยู่
2. คลิกที่ส่วนของข้อมูลที่ต้องการจะแก้ไขในแถบสูตร หรือดับเบิลคลิกที่เซลล์ข้อมูลนั้น
3. กดปุ่ม F2 ที่แป้นคีย์บอร์ด
เมื่อมีการสร้างกระดาษทำการ และกรอกข้อมูลที่เป็นตัวเลขและตัวอักษร เพื่อความสะดวกในการทำงาน
ซึ่งมีประเภทของการจัดรูปแบบ 2 ประเภทดังนี้คือ
1. ปรับขนาดความกว้างของคอลัมภ์
2. ปรับขนาดความกว้างของแถว
การจัดลักษณะการแสดงข้อมูล
1. เลือกเซลล์หรือกลุ่มเซลล์ที่ต้องการจัด
2. เลื่อนเม้าท์ไปที่เมนูรูปแบบ (Format) เลือกคำสั่ง เซลล์ (Cell)
3. เลือกแผ่นป้ายที่ต้องการจัดรูปแบบ
4. เลือกรูปแบบตามที่ต้องการ
5. กดตกลง (OK)
และถ้าต้องการแทรกเซลล์ แถว หรือคอลัมภ์ ก็สามารถทำได้โดยวิธี
1. เลื่อนเม้าท์ไปที่เมนู แทรก (Insert)
2. เลือกคำสั่ง แถว (Row) เพื่อต้องการแทรกแถว
คอลัมภ์ (Columns) เพื่อต้องการแทรกคอลัมน์
เซลล์ (Cell) เพื่อต้องการแทรกเซลล์
หรือต้องการจัดรูปแบบด้วยแบบสำเร็จ Auto Format
1. เลือกกลุ่มเซลล์ที่จะจัด
2. เลือกเมนูรูปแบบ (Format)
และเลือกคำสั่ง จัดรูปแบบอัตโนมัติ (Auto Format)
แผนภูมิ เป็นการนำข้อมูลจากกระดาษทำการมาแสดงในรูปของกราฟ เพื่อสื่อความหมายของข้อมูลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ชนิดของแผนภูมิมี 2 แบบดังนี้
1. แผนภูมิแบบฝังตัว (Embeddedchart)
เป็นแผนภูมิที่ถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกระดาษทำการ
2. แผนภูมิแบบเอกสาร (Chart Document)
เป็นแผนภูมิที่แยกออกจากกระดาษทำการโดยแสดงในแผ่นงานแยกต่างหาก
การสร้างแผนภูมิ
1. เลือกกลุ่มเซลล์ที่จะนำข้อมูลมาสร้างแผนภูมิรวมทั้งข้อความที่จะนำมาใช้ด้วย
2. จากเมนูแทรก (Insert) เลือกคำสั่ง แผนภูมิ (Chart)
3. เลือกชนิดของแผนภูมิ
4. แสดงกลุ่มเซลล์ที่จะนำมาสร้างแผนภูมิ หากไม่ถูกต้องให้เลือกใหม่
5. ใส่ชื่อแผนภูมิ และข้อความกำกับแกน x แกน y
6. เลือกว่าจะสร้างแผนภูมิแบบใด
หรือ เลือกไอคอน แผนภูมิ บน Toolbar