คุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างไปจากสิ่งไม่มีชีวิตคือความสามารถในการสืบต่อเผ่าพันธุ์หรือเพิ่มจำนวนตัวเอง Rudolf Virchow
นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันกล่าวว่า ที่ใดมีเซลล์ที่นั่นต้องเคยมีเซลล์อยู่ก่อนแล้วเช่นเดียวกันสัตว์ย่อมต้องสืบต่อเผ่าพันธุ์มาจากสัตว์ และพืชก็ต้องสืบต่อเผ่าพันธุ์มาจากพืช Virchow
ได้กล่าวสรุปเป็นภาษาละตินไว้ว่า omnis cellula e cellula หมายความว่า เซลล์ทุกเซลล์ถือกำเนิดมาจากเซลล์เพียงหนึ่งเซลล์ กระบวนการซึ่งเซลล์เพิ่มจำนวนจากหนึ่งเซลล์เป็นหลายเซลล์เรียกว่า การแบ่งเซลล์ (cell division) ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตการแบ่งเซลล์จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และเกิดอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต เช่นในไซโกตจะแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จาก 4เป็น 8 เซลล์ไปเรื่อยๆ จนได้เซลล์จำนวนมากที่มีจำนวนชุดของสารพันธุกรรมตลอดจนข้อมูลทางพันธุกรรมเหมือนเซลล์เริ่มต้น เรียกการแบ่งเซลล์ในลักษณะนี้ว่า การแบ่งแบบไมโทซีส(mitotic division) เมื่อสิ่งมีชีวิตเจริญมาได้ระยะหนึ่ง จะเริ่มสร้างเซลล์สืบพันธุ์จากเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นเซลล์เริ่มต้นสำหรับการสร้างเซลล์สืบพันธุ์การแบ่งตัวเพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์อาศัยกระบวนการแบ่งเซลล์แบบพิเศษที่มีความสลับซับซ้อนกว่าการแบ่งแบบไมโทซีสและเป็นการแบ่งเพื่อลดจำนวนชุดของสารพันธุกรรมในเซลล์เริ่มต้น เช่นในมนุษย์โดยปกติแล้วเซลล์ที่อยู่ในระยะที่ไม่มีการแบ่งเซลล์ (non-dividing cell) จะมีจำนวนชุดของสารพันธุกรรม2 ชุด (2n) และจะถูกแบ่งให้เหลือเพียง 1 ชุด (n) หรือครึ่งหนึ่งในเซลล์สืบพันธุ์ เรียกการแบ่งเซลล์แบบพิเศษนี้ว่า การแบ่งแบบไมโอซีส (meiotic division) |