รายงานสถานการณ์ ฉบับที่
5
การชุมนุมคัดค้านโครงการโรงแยกก๊าซและท่อส่งก๊าซไทย-มาเลเซีย
๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๖
ลานหอยเสียบขึ้นป้าย 7 คำถามที่รัฐบาลไม่ยอมตอบ
วันนี้เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ชาวบ้านที่ชุมนุมอยู่ที่ลานหอยเสียบได้ร่วมกันขึ้นป้ายคัทเอาท์
เขียนประเด็นคำถาม ๗ ประเด็นที่ต้องการให้รัฐบาลชี้แจงต่อผู้คัดค้านและสาธารณะชนให้ชัดเจน
แทนที่จะใช้กำลังมาล้อมอยู่เช่นนี้ คำถามทั้ง ๗ ประเด็นได้แก่
๑. เอากำลังมารบกับใคร
๒. ความไม่ชอบธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการตัดสินใจ
๓. ในปัจจุบันพลังงานของประเทศไทยมีเพียงพอแล้ว (เอาก๊าซขึ้นมาทำอะไร)
๔. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอยังไม่ผ่านในประเด็นผลกระทบทางสังคม)
๕. ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ ภายใต้สัญญาที่เสียเปรียบ
๖. อบต.ยังไม่อนุมัติ ใครสั่งให้สร้าง
๗. ทิศทางการพัฒนาภาคใต้
ชาวบ้านหวังว่า เมื่อขึ้นป้ายให้เห็นกันชัดๆแบบนี้แล้ว รัฐบาลก็ไม่ควรจะเบี่ยงประเด็นไปอยู่ที่ความรุนแรงและการใส่ร้ายป้ายสีอีกต่อไป
และสังคมก็จะได้ตระหนักว่าการคัดค้านของชาวบ้านนั้นมีเหตุผล มีที่มาที่ไป
ไม่ใช่เพียงเป็นพวกใช้อารมณ์และนิยมความรุนแรง
ใส่ร้าย - ล้อมรั้ว เอาปืนจ่อหัว เจรจา ?
หลังจากที่เมื่อวานนี้ในตัวเมืองหาดใหญ่มีการร่อนใบปลิวโจมตีผู้คัดค้านและโจมตีเอ็นจีโอ
ขบวนการปล่อยข่าวใส่ร้ายชาวบ้านยังคงไม่ยุติ วันนี้มีการปล่อยข่าวว่าชาวบ้านจะไปบุกเผาทำลายตามสถานที่ต่างๆ
แต่ชาวบ้านยังคงแน่วแน่ในแนวทางสันติ ไม่มีการยั่วยุ หาเรื่องทำร้ายเจ้าหน้าที่
จนถึงวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตไป ๑ รายเพราะงูกัด เนื่องจากเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในเขตที่เรียกว่า
บ้านวังงู ในขณะที่ชาวบ้านขึ้นป้าย ฝ่ายบริษัทก็ล้อมรั้วคันดินสูง ๒ เมตรกั้นพื้นที่โดยรอบจนหมดแล้ว
ทำให้บรรดาผู้สื่อข่าวในพื้นที่พากันตั้งคำถามถึงมาตรการตอบโต้หรือหยุดยั้งฝ่ายบริษัท
แต่ชาวบ้านยังคงนิ่งสงบโดยสันติ เพราะไม่เห็นว่าการเข้าไปลงมือขัดขวางจะมีประโยชน์อะไร
และไม่ต้องการให้เกิดชนวนความรุนแรง และการล้อมรั้วนั้นก็ไม่มีผลต่อการเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ของชาวบ้านที่คัดค้าน
เพราะทางเข้าพื้นที่เป็นทางสาธารณะ อีกทั้งในท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลอาจจะเจรจากับฝ่ายผู้คัดค้าน
ทำให้ชาวบ้านหันมามุ่งความสนใจไปที่การปรึกษาหารือถึงหลักการและกระบวนการในการเปิดเวทีที่เป็นธรรมเพื่อถกเถียงข้อมูลกันต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านมีความเห็นร่วมกันในเบื้องต้นว่าการจะตกลงเจรจาอย่างไร
จะต้องเป็นความเห็นที่เป็นมติร่วมของฝ่ายคัดค้านทั้งในส่วนของชาวบ้าน นักวิชาการและเอ็นจีโอ
และชาวบ้านมีข้อกังขาในเบื้องต้นว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อฝ่ายหนึ่งเอาปืนจ่ออีกฝ่ายหนึ่งอยู่
ฟ้องอีกแล้ว
หลังจากที่มีการรายงานทางสื่อมวลชนว่าตำรวจใช้กำลังทั้งทางบก (กำลังตำรวจติดอาวุธ)
ทางอากาศ (เฮลิคอปเตอร์บินวนถ่ายรูป) และล่าสุดที่เป็นข่าวคือกำลังตำรวจที่มาพร้อมเรือติดอาวุธ
จอดอยู่ในระยะที่มองเห็นชัดจากลานหอยเสียบ ในที่สุดวันนี้เรือก็หายไป และมีการส่งกำลังตำรวจหญิงลงมา
ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากการที่มีข่าวเรื่องตำรวจผู้ชายใช้กิริยาและคำพูดหยาบโลนกับชาวบ้านผู้หญิง
ผลจากการรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องและตรงไปตรงมาของสื่อ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ข่าวสด
ทำให้ฝ่ายตำรวจจำเป็นต้องกลบเกลื่อนสร้างภาพใหม่ ซึ่งลดแรงกดดันต่อชาวบ้านได้ในบางด้าน
แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้บรรณาธิการข่าวสดและนักข่าวประจำในพื้นที่ถูกผู้บังคับการ
ตร.สงขลายื่นฟ้องแล้วในวันนี้ แต่ก็เชื่อว่าไม่มีผลต่อความตรงไปตรงมาและจุดยืนของหนังสือพิมพ์แต่อย่างใด
รายงานโดยศุภวรรณ ชนะสงคราม และไอดา อรุณวงศ์
หมายเหตุ
ต้องขออภัยที่การรายงานข่าวชะงักไปบ้างเนื่องจากติดขัดปัญหาทางเทคนิค และเนื่องจากศูนย์ข่าวต้องมีการอพยพโยกย้ายกะทันหันเพราะถูกรบกวนจากตำรวจสันติบาลที่วิ่งวนรอบศูนย์พร้อมรถ
mobile ดูดสัญญาณโทรศัพท์ การตัดแข้งตัดขากลุ่มคัดค้านไม่ว่าจะลักษณะข้างต้น
หรือการยึดรถตั้งแต่วันที่ ๒๐ ธันวา (จนถึงวันนี้ยังไม่ได้คืน แม้ว่าตอนแรกมีสัญญาณว่าอาจจะได้ประกันรถที่ศาลเมื่อวานนี้
แต่ในที่สุดอัยการก็ยื่นค้าน ทำให้ยังต้องสืบพยานต่ออีกระยะหนึ่ง) ทำให้การเดินทางเข้าออกและการสื่อสารจากพื้นที่ขลุกขลักอยู่พอสมควร
จึงต้องขออภัยด้วย