รายงานสถานการณ์ ฉบับที่ 3
จากพื้นที่ก่อสร้างโครงการท่อส่งและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย – มาเลเซีย อ.จะนะ จ.สงขลา
ประจำวันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน 2546


วันนี้ เวลาประมาณ ๑๐.๑๕ น. เฮลิคอปเตอร์หนึ่งลำได้บินวนในระดับต่ำมากที่บริเวณลานหอยเสียบ ประมาณ ๔ รอบ เพื่อถ่ายรูปสภาพพื้นที่ชุมนุม หลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวได้ไปลงจอดบริเวณตรงข้ามโรงเรียนตลิ่งชัน โดยปรากฏว่ามีสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชันคนหนึ่งลงมาด้วย นอกจากนี้ที่บริเวณโรงเรียนตลิ่งชันยังมีกองกำลัง ตชด. อีกประมาณ ๑๐๐ นาย ซึ่งเกือบทุกนายถืออาวุธปืนครบมือกระจายกำลังอยู่โดยรอบบริเวณ ในเวลาเดียวกัน นายสมหมาย คงแข็ง นายอำเภอจะนะ และ พ.ต.อ.สุรชัย สืบสุข รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาตำรวจ ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า อ้างว่ากลุ่มผู้คัดค้านยั่วยุตำรวจด้วยการถลกผ้าใส่กลุ่มตำรวจ วางตะปูเรือใบดักรถของตำรวจ และยืนยันว่าผู้เสียหายได้ไปแจ้งความไว้แล้ว

ต่อมาเมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. กลุ่มตัวแทนผู้นำทางทางศาสนาจาก ๘ มัสยิด ประมาณ ๒๐ คน คือ มัสยิดบ้านปากบางหมู่ ๔ มัสยิดบ้านโคกสักหมู่ ๖ มัสยิดบ้านบ่อโชนหมู่ ๗ มัสยิดบ้านสะกอม ต.สะกอม มัสยิดบ้านในไร่หมู่ ๗ มัสยิดบ้านป่างามหมู่ ๓ มัสยิดบ้านตลิ่งชันหมู่ ๒ ต.ตลิ่งชัน มัสยิดบ้านควนหัวช้างหมู่ ๖ ต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา ได้เดินทางมายังฐานที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอยู่ห่างจากลานหอยเสียบประมาณ ๗๐๐ เมตร เพื่อขอเจรจากับผู้บังคับบัญชา เนื่องจากการยกกำลังเข้ามาของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สร้างความหวาดกลัว และความวิตกกังวลแก่ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการเข้ามาให้ชัดเจนและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ทั้งนี้ กลุ่มผู้นำศาสนาตั้งใจว่าหากมีโอกาสได้พูดคุย ก็จะทำความเข้าใจกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ว่าประชาชนมีความจำเป็นต้องคัดค้านโครงการ เนื่องจากโครงการนี้ดำเนินการผิดขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยเฉพาะประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชน และกลุ่มผู้ตัดค้านต้องการที่จะรักษาทรัพยากรของประเทศชาติไว้ นอกจากนี้ยังหวังว่าจะได้ไต่ถามสารทุกข์ สุขดิบ สภาพความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่รุ่นลูก รุ่นหลาน และที่สำคัญคือต้องการยืนยันว่าพวกตนจะชุมนุมคัดค้านด้วยความสงบโดยสันติวิธี โดยมีเป้าหมายว่าการพูดคุยครั้งนี้จะสร้างความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้และจะเป็นการลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และระงับความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้

แต่ตัวแทนของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ พ.ต.อ.สุรชัย สืบสุข รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ปฏิ่เสธที่จะรับหนังสือและพูดคุยกับตัวแทนชาวบ้าน โดอยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้คัดค้านต่างคนต่างอยู่ การที่เจ้าหน้าที่เข้ามาก็เพื่อคุมครองให้บริษัททำงานได้ ไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับลานหอยเสียบ หากจะยื่นหนังสือก็ให้ไปยื่นที่อำเภอจะนะ เพราะนายอำเภอเป็นผู้รับผิดชอบและเป็นผู้ตัดสินใจ เมื่อนายรอหีม สะอุ อดีตโต๊ะอิหม่ามมัสยิดบ้านตลิ่งชัน พยายามขอเจรจาและยื่นหนังสือ พ.ต.อ.สุรชัย สืบสุข ก็เบือนหน้าและเดินหนีไป

ขณะเดียวกันกลุ่มผู้คัดค้านอีกส่วนหนึ่ง ยังคงปักหลักอยู่ที่เพิงพักซึ่งเป็นหลังคามุงจาก ปลูกสร้างอยู่ในที่ดินที่เจ้าของยืนยันไม่ยอมขายให้กับโครงการฯ ซึ่งอยู่ติดกันกับแปลงที่ดินที่บริษัทกำลังปรับไถเตรียมดำเนินการก่อสร้าง อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากไม่ยอมรับโครงการนี้แม้จะเริ่มดำเนินการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างแล้วก็ตาม และมีการขึงป้ายผ้าข้อความ “ภาษีของเรา เงินเดือนของท่าน ท่านรับใช้ใคร”
ในส่วนความคืบหน้าของการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างนั้น เมื่อเวลาประมาณ ๑๔.๓๐ น.. เจ้าหน้าที่ของบริษัทได้เริ่มไถปรับถนนสายบ้านตลิ่งชัน บ้านโคกสัก บ้านวังงู ต.ตลิ่งชัน เพื่อความสะดวกในการดำเนินการก่อสร้าง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนประมาณ ๖๐๐ คน ยังคงตรึงกำลังอยู่ในฐานที่ตั้ง และมีการนำเต๊นท์ไปเพิ่มเติมรวมประมาณ ๒๐ หลัง มีรถน้ำของค่ายรามคำแหง ตชด.๔๓ มาคอยอำนวยความสะดวก ขณะที่บริษัทยังคงไถปรับพื้นที่ต่อไป โดยมีตชด.คอยยืนอารักขาอยู่รอบโดยรอบ

ที่ในตัวอำเภอจะนะ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. นายบรรจง นะแส ผู้อำนวยการโครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่งภาคใต้ ได้แถลงข่าวต่อกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า เอ็นจีโอเป็นพวกที่แอบอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิงว่า อยากเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี ๒ ประการคือ หนึ่ง ขอให้นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่อย่าใช้อารมณ์เที่ยวด่าคนอื่นเพื่อความสะใจ หรือเพื่อกลบเกลื่อนที่จะไม่กล่าวถึงปัญหาของโครงการซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างที่กล่าวอ้าง หากนายกฯเชื่อว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติจริง ก็ขอให้ตอบคำถามของฝ่ายคัดค้าน ขอให้เอาสัญญาทั้ง 4 ฉบับของโครงการนี้มาเปิดเผยกับสาธารณะ ไม่ใช่พูดเฉไฉคลุมเครือแค่ว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ และข้อสอง ขอโอกาสให้ฝ่ายวิชาการของชาวบ้านได้มีเวทีสาธารณะที่จะชี้แจงกับคนทั้งประเทศว่าโครงการนี้จะทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างไร ซึ่งถ้าหากท่านนายกฯ ข้องใจจะมาร่วมถกเถียงโต้แย้งกันก็ได้ “เป็นที่ทราบกันดีว่า ตามแผนเดิมของ ปตท.นั้น ในปี ๒๕๔๘ จะมีการต่อท่อก๊าซจากเจดีเอไปขึ้นที่มาบตาพุดและขนอมอยู่แล้ว ในขณะที่มาเลเซียก็ต่อท่อเอาก๊าซส่วนของตนไปใช้เอง แต่เมื่อปี ๒๕๓๙ กลับมีการเปลี่ยนแผนดึงท่อก๊าซมาขึ้นที่จะนะ โดยไทยกับมาเลเซียลงทุนคนละครึ่งรวมประมาณ ๓-๔ หมื่นล้านบาท แต่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์เพียง ๑๐% ในขณะที่มาเลเซียได้ประโยชน์ถึง ๙๐%” นายบรรจงกล่าว

นายบรรจงยังตั้งคำถามอีกด้วยว่า บทบาทของ พล ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ในขณะนี้ที่ใช้อำนาจสั่งการให้กำลังตำรวจเข้ามาช่วยบริษัท ปตท.ในการก่อสร้าง เป็นการใช้อำนาจในฐานะใดกันแน่ เพราะนี่ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจ แต่เป็นหน้าที่ผู้บริหารปตท.ซึ่งพล.ต.อ.สันต์เองก็เป็นกรรมการบริษัทอยู่ด้วย ดังนั้น พล ต.อ.สันต์ควรถอดเครื่องแบบตำรวจออกแล้วสวมเสื้อ ปตท.ให้ชัดเจนไปเลย เพราะสิ่งที่ผบ.ตร.ทำอยู่ในขณะนี้ทำให้ตำรวจเสียศักดิ์ศรีอย่างยิ่งที่ต้องยกกำลังมาเฝ้ายาม สร้างส้วมให้คนงานของปตท. จึงอยากเรียกร้องให้คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (กก.ตร.) ได้พิจารณาเรื่องนี้โดยด่วน เพราะ ผบ.ตร.กำลังทำให้เกียรติภูมิของ ตชด. เสียหาย เสียศักดิ์ศรี ที่เอากองกำลังของประเทศชาติไปให้บริษัทเอกชนใช้


รายงานโดย ศุภวรรณ ชนะสงคราม และ ไอดา อรุณวงศ์

 
Hosted by www.Geocities.ws

1