ไปไหนมา สามวาสองศอก (กรณีท่อก๊าซฯ)
ประสาท มีแต้ม
กรุงเทพธุรกิจ 3 กค 46
สถานการณ์ความขัดแย้งกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลเซียในขณะนี้
ช่างเหมือนกับสำนวนไทยที่ว่า
"ไปไหนมา
สามวาสองศอก"
เปี๊ยบเลย ผู้คัดค้านได้ตั้งคำถามต่อรัฐบาลอย่างหนึ่ง
แต่รัฐบาล
ก็ตอบไปอีกอย่างหนึ่ง
บางครั้งก็ตอบด้วยท่าทีที่กร้าวแกมก้าวร้าวบางครั้งก็สุภาพพอสมควร
แต่ทุกครั้งจะไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผู้คัดค้านได้ใช้สื่อ
ซึ่งเป็นสมบัติของสาธารณะในการ
อธิบายเหตุผลของตนเองต่อเจ้าของประเทศเลย
ในขณะที่รัฐบาลและเจ้าของโครงการกลับ
ใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการทำลายเครดิตของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยอยู่เสมอและต่อเนื่อง
บทความนี้จะรวบรวมและสรุปคำถามของกลุ่มผู้คัดค้าน
พร้อมกับคำตอบของรัฐบาลว่าไม่ตรง
ประเด็นอย่างไรบ้าง
ความจริงแล้วกลุ่มผู้คัดค้านไม่ได้มีแต่ชาวจะนะเท่านั้น
มีหลายองค์กร
ในจำนวนนี้มีนักวิชาการจากทั่วประเทศกว่า
1,400 คน จากกว่า 40
สถาบัน ถึงแม้ว่า
นักวิชาการกลุ่มนี้ไม่ได้คัดค้านโดยตรง
แต่ได้ตั้งคำถามรวม
6 ข้อ เมื่อปลายปี
2545
แต่สิ่งที่รัฐบาลตอบอยู่ในขณะนี้เป็นการตอบเพียงบางประเด็นเท่านั้น
เช่น รัฐบาลบอกว่า
"ได้ขยับปรับเปลี่ยนโครงการนี้ไปแล้วหลายประเด็น
เช่น จะไม่มีอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
รัฐบาลได้เลื่อนแนวท่อให้แล้ว
(เลื่อนไป 800 เมตร)
แต่ผู้คัดค้านก็ยังค้านในประเด็นเดิมๆ"
(คำพูดของรัฐมนตรีการพลังงานในจอโทรทัศน์หลายช่อง)
การตอบคำถามเพียงเท่านี้
พร้อมๆ กับการปิดกั้นโอกาสในการใช้สื่อสาธารณะของอีกฝ่ายหนึ่ง
จึงเป็นการแยกและ
ปิดล้อมชาวบ้านที่คัดค้าน
รวมทั้งปิดบังความจริงต่อประชาชนด้วย
ทั้งๆ ที่โครงการนี้เป็น
โครงการที่กระทบต่อคนไทยทุกคนใน
3 ระดับ คือ ระดับชาวบ้าน
ระดับจังหวัด
และระดับ
ประเทศ แต่รัฐบาลกำลังตอบคำถามเฉพาะแต่กับชาวบ้านเท่านั้น
แถมยังอธิบายไม่ครบทั้ง
6 คำถามเสียอีก
คำถามดังกล่าวมีดังนี้
แต่ในที่นี้จะขอเน้นหนักที่ข้อแรก
ข้อ 1 จะเอาก๊าซที่มาขึ้นที่จะนะไปทำอะไร
ก๊าซธรรมชาติที่ประเทศไทยขุดเจาะขึ้นมาทั้งประเทศนั้น
ร้อยละ 84 ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า
เพียงร้อยละ
8 ใช้กับอุตสาหกรรมและอีกร้อยละ
8 ใช้กับโรงแยกก๊าซ
หรือใช้กับตัวมันเอง
ท่านนายกฯ ทักษิณ
เพิ่งกล่าวในรายการคุยกับประชาชน
(15 มีนาคม 2545) ว่าประเทศ
ไทยสร้างโรงไฟฟ้ามากเกินไป
คิดเป็นมูลค่าเฉพาะส่วนที่เหลือถึง
4 แสนล้านบาท ทั้งนี้
เพราะการคำนวณที่ผิดพลาด
ซึ่งทำให้คนไทยต้องเสียค่าไฟฟ้าแพง
ดังนั้น เมื่อโรงไฟฟ้า
ก็ล้นเกินและอุตสาหกรรมต่อเนื่องก็ไม่มีแล้ว
จะเอาก๊าซไปทำอะไรกัน
คำถามนี้รัฐบาล
ไม่ตอบ แต่ก็ได้ตอบอย่างคลุมเครือว่า
เอาก๊าซไปให้มาเลเซียบางส่วน
อีกบางส่วนสำหรับ
ใช้ในภาคใต้ตอนล่าง
ดังนั้น ถ้าไม่มีโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมต่อเนื่องแล้วคนไทยจะไม่ได้ใช้ก๊าซที่มาขึ้นจะนะ
เลย ท่านผู้อ่านบางท่านอาจแย้งว่า
"ถ้าอย่างนั้นชาวบ้านกลัวอะไรอีก"
คำถามนี้อาจต้องตอบ
กันยาว แต่คำถามที่ต้องตั้งกลับไปก็คือว่า
ถ้าให้มาเลเซียใช้ตามลำพัง
แล้วทำไมไม่ให้
มาเลเซียลากท่อไปทางทะเล
ไม่ต้องผ่านแผ่นดินไทยซึ่งเป็นแผนเดิมก่อนที่จะถูกเปลี่ยน
มาเป็นดังปัจจุบันเมื่อปี
2540 นี้เอง หรือให้มาเลเซียลงทุนตามลำพัง
ดังนั้น การเปลี่ยนแผนลากท่อมาขึ้นที่จะนะ
จึงเป็นการหวังรายได้จากค่าผ่านท่อของบริษัท
ปตท. จำกัด (มหาชน)
เท่านั้น ไม่ได้มุ่งหวังจะนำก๊าซมาพัฒนาประเทศตามที่ได้ประกาศ
ไว้แต่อย่างใด
ก๊าซจากแหล่งเจดีเอในทะเลที่เป็นของไทย
50% นั้น จะต้องถูกส่งไปมาบตาพุดและ
นครศรีธรรมราชตามแผนเดิม
แม้ว่าท่อก๊าซที่จะนะจะสร้างเสร็จแล้วก็ตาม
นอกจากนี้
ประเทศไทยยังมีก๊าซเหลือที่ได้จ่ายเงินไว้แล้วจากโครงการท่อก๊าซไทย-พม่า
แต่ยังไม่
ได้ใช้ในช่วง
5 ปีที่ผ่านมาอีกจำนวน
0.45 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับ
ที่ปตท.ได้วางแผนไว้ว่าจะให้คนไทยใช้ที่จะนะตลอด
20 ปีข้างหน้า
สิ่งเหล่านี้รัฐบาลน่าจะตอบให้ประชาชนทราบอย่างกระจ่างแจ้ง
การย้ายแนวท่อไปกี่เมตร
หรือเท่าใดก็ตาม
ไม่อาจแก้ปัญหาก๊าซล้นโรงไฟฟ้าเหลือได้
การที่ท่านนายกฯ
สั่งการให้
ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน
จึงเหมือนการป้องฟ้าด้วยฝ่ามือ
สักวันหนึ่งคนก็จะเห็นความจริง
ประเด็นต่อไปนี้จะกล่าวเพียงสั้นๆ
ข้อ 2 ประเด็นกฎหมายและกระบวนการตัดสินใจ
เรื่องนี้องค์กรอิสระหลายองค์กร
ได้ให้ความเห็นว่ารัฐบาลละเมิดขั้นตอนในรัฐธรรมนูญ
ถึง 10 มาตรา
ข้อ 3 ประเด็นสิ่งแวดล้อม
ข้อ 4 ประเด็นทิศทางการพัฒนาภาคใต้
นักวิชาการได้เสนอแนะต่อรัฐบาลว่า
น่าจะพิจารณาข้อดีข้อเสียของภาคใต้ก่อนจะมี
โครงการขนาดใหญ่
ซึ่งน่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวและเสริมสร้างความสมดุลของทรัพยากร
ชายฝั่งให้เป็น
"ครัวของโลก"
ข้อ 5 ประเด็นความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ
ซึ่งสัมพันธ์กับข้อแรก
ข้อ 6 ประเด็นความรุนแรง
ประเด็นนี้นักวิชาการได้เตือนว่า
อย่ามองความรุนแรงเพียงแค่การทุบตีกันเท่านั้น
แต่การ
ปิดโอกาสในการแสดงความเห็น
หรือการไม่ฟังกันก็เป็นความรุนแรงด้วย
โดยปกติโครงการ
พัฒนาอื่นๆ รัฐบาลมักจะอ้างถึงความจำเป็นที่ประเทศต้องพัฒนา
เช่น ต้องการใช้ไฟฟ้า
ต้องการทำถนน
แล้วละเลยประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
ละเลยสิทธิชุมชน
เป็นต้น แต่โครงการนี้
รัฐไม่ยอมตอบแม้แต่ในประเด็นหลักที่สำคัญมาก
คือ เรื่องความจำเป็นด้านพลังงาน
ได้แต่บอก
ว่าเพื่อชาติๆ
และคนส่วนน้อยต้องเสียสละ