กรุงเทพธุรกิจ - ทัศนะวิจารณ์ 1 ก.ค. 46
http://www.bangkokbiznews.com/2003/07/01/comment/index.php?news=col3.html
ท่อก๊าซฯ บททดสอบวุฒิภาวะ และภูมิปัญญาสังคมไทย
พระไพศาล วิสาโล
"ทำไมถึงต้องมีโครงการท่อก๊าซ ?" หรือ "จะพัฒนาภาคใต้อย่างไรดี
?"
คำถามกลุ่มหลังนี้ชวนให้เรามาหาคำตอบที่มากกว่า "เอา" หรือ "ไม่เอา"
เป็นคำถามที่ช่วยให้ทุกคนมาช่วยกันหาคำตอบร่วมกัน โดยไม่ต้องแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
ความสงบสุขและความเจริญก้าวหน้าในบ้านเมือง
มิได้ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินหรือความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น
ที่สำคัญกว่านั้นคือความสามัคคีกลมเกลียวและความเอื้ออาทรต่อกันระหว่างผู้คนในชาติ
บ้านเมืองใดแม้จะมีทรัพยากรมหาศาล เศรษฐกิจมั่งคั่ง แต่หากประชาชนแตกแยกกัน
บ้านเมืองนั้นย่อมหาความเจริญได้ยาก มิพักต้องพูดถึงความสงบสุขในแผ่นดิน
ในทางตรงกันข้าม
แม้จะยากจน ขาดแคลนทรัพยากร
แต่ผู้คนมีความรักใคร่กลมเกลียว
เจือจานซึ่งกันและกัน
ย่อมสามารถสร้างชาติสร้างแผ่นดินให้เจริญมั่นคงและผาสุกได
้ในเวลาไม่นาน
"พลังแผ่นดิน"
มิใช่อะไรอื่น
หากคือพลังจากความสามัคคีกลมเกลียวในชาติ
อันเกิดจากความเอื้ออาทรต่อกัน
และจากสำนึกว่าทุกคนมีส่วนเป็นเจ้าของชาติร่วมกัน
มิใช่เป็นเพียงแค่ผู้อาศัยแผ่นดินผู้อื่นอยู่
โครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซียเป็นบททดสอบอย่างสำคัญว่า
ประเทศไทยจะเลือก
เส้นทางใด ระหว่างการมุ่งหน้าสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอย่างไม่ปรานีปราศรัย
กับการสร้างสมานฉันท์ของคนในชาติบนพื้นฐานของความใส่ใจทุกข์สุขของกันและกัน
นี่เป็นบททดสอบอีกครั้งหนึ่งว่า
ชาติเป็นของทุกคน
ไม่เว้นแม้กระทั่งคนเล็กคนน้อย
ชาวนาชาวไร่
หรือชาวประมง
หรือเป็นของชนชั้นนำผู้กุมอำนาจรัฐ
และนี้เป็นบททดสอบ
อีกวาระหนึ่งว่า
ประเทศไทยมีวุฒิภาวะและภูมิปัญญามากพอที่จะจัดการกับความขัดแย้ง
ได้ด้วยสันติวิธีหรือไม่
แท้จริงแล้ว
ความขัดแย้งกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลเซียไม่ใช่ปัญหาสำคัญ
ปัญหาสำคัญจริงๆ
อยู่ที่วิธีการที่ใช้ในการจัดการกับความขัดแย้งดังกล่าว
โรคใดๆ ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับท่าทีหรือวิธีการจัดการกับโรคนั้น
แม้มะเร็งร้ายมาคุกคาม
แต่หากรู้จักรักษากายและใจ
ก็หาเป็นทุกข์ไม่
ยิ่งกว่านั้นคุณภาพชีวิตอาจดีขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
ในทางตรงข้าม ถ้าวิตกกังวลตื่นกลัวเสียแล้ว
เพียงแค่มีสิวหรือน้ำหนักเพิ่มก็ทำให้ทุกข์จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ
หรือถึงกับอยากฆ่าตัวตาย
ตลอดสามปีที่ผ่านมา
วิธีการต่างๆ
ที่ใช้ในการจัดการกับความขัดแย้งกรณี
ท่อก๊าซไทย-มาเลเซียได้ผลักสังคมไทยให้ถลำเข้าสู่วัฏจักรแห่งความรุนแรงลึกขึ้นทุกที
สาเหตุสำคัญประการหนึ่งน่าจะอยู่ที่การตั้งคำถามที่ไม่ถูกต้อง
ได้แก่ การตั้งคำถามว่า
"จะเอาท่อก๊าซหรือไม่?"
คำถามเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดการแบ่งฝักฝ่ายระหว่างผู้ที่ตอบว่า
"เอา" กับ "ไม่เอา"
มีน้อยคนที่จะเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่า
"ทำไมถึงต้องมีโครงการท่อก๊าซ
?"
หรือ "จะพัฒนาภาคใต้อย่างไรดี
?" คำถามกลุ่มหลังนี้ชวนให้เรามาหาคำตอบ
ที่มากกว่า
"เอา" หรือ "ไม่เอา"
เป็นคำถามที่ช่วยให้ทุกคนมาช่วยกันหาคำตอบร่วมกัน
โดยไม่ต้องแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเสียแต่แรก
ความขัดแย้งกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย
ไม่จำต้องลงเอยด้วยความรุนแรง
หากจัดการอย่างฉลาดด้วยท่าทีของผู้มีปัญญา
ความขัดแย้งดังกล่าวก็อาจก่อให้เกิดผล
สร้างสรรค์ได้
เช่นเดียวกับความขัดแย้งทางด้านความคิด
ไม่จำต้องจบลงด้วยการทะเลาะ
วิวาท หากรู้จักมอง
บุคคลย่อมเกิดปัญญาจากความเห็นที่ต่างจากตน
สังคมประชาธิปไตยเป็นสังคมที่เห็นคุณค่าของความขัดแย้ง
ดังนั้นแทนที่จะพยายาม
กลบความขัดแย้ง
กลับเอาความขัดแย้งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคม
ไม่เช่นนั้นแล้วทำไมถึงต้องเอาพรรคฝ่ายค้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบอบรัฐสภา
และให้เกียรติผู้นำฝ่ายค้านถึงกับต้องมีการโปรดเกล้าฯ
อย่างเป็นทางการ
ผู้มีปัญญาย่อมอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาว่า "โชคดีที่เป็นมะเร็ง"
แม้ความขัดแย้งกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลเซียเทียบไม่ได้กับมะเร็งของแผ่นดิน
แต่ก็ขอให้สังคมไทยมีวุฒิภาวะและสติปัญญามากพอที่จะมีท่าทีเช่นนั้นกับกรณีดังกล่าว
เราผ่านเหตุการณ์นองเลือดมาแล้วหลายครั้ง
ทั้งกลางกรุงและในชนบท
ขอให้ประสบการณ์เหล่านั้นตอกย้ำคนไทยทั้งรัฐบาลและประชาชนให้เห็นคุณค่าของ
สันติวิธี และสามารถใช้สันติวิธีในการจัดการความขัดแย้งกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย
ตลอดจนกรณีอื่นๆ
ด้วยดี
ความรุนแรงนั้นไม่อาจระงับความขัดแย้งได้
มันทำได้เพียงแค่ก่อให้เกิด
"ความสงบราบคาบ"
เท่านั้น
แต่ไม่มีวันสร้างสันติสุขขึ้นได้ไม่ว่าในแผ่นดินหรือในใจคน
ผู้มีปัญญาต้องเรียนรู้ที่จะ
"แปรเปลี่ยน"
ความขัดแย้งให้เกิดประโยชน์สร้างสรรค์
ไม่ใช่แค่ "ระงับ"
มันเท่านั้น
กรณีท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย
คือบทพิสูจน์ว่า
สังคมไทยเป็นสังคมแห่งผู้มีปัญญาหรือไม่
- - - - - - - - - - - ********* - - - - - - - - - - - - - -