| อยากได้คอมพิวเตอร์ที่โดนใจทำไงดี? | ||
| ปกติร้านขายคอมพิวเตอร์ทั่วไป
จะจัดเครื่องคอมพิวเตอร์มาให้เราเลือกเป็นชุดๆแล้วตั้งชื่อต่างๆนานาว่าเครื่องนี้สำหรับนักศึกษา,
เครื่องนี้สำหรับงานสำนักงาน
หรือถ้าเป็นเกมเมอร์ละก็ต้องรุ่นใหญ่สุดนี่เลย
รวมทั้งอาจมีออบชันพิเศษเช่น
การ์ดเร่งความเร็วหรือดีวีดีมาให้ ลองถามตัวเองดูสักหน่อยก่อนหาคอมพิวเตอร์สักเครื่องว่าเรามีความจำเป็นที่จำต้องใช้เครื่องขนาดไหน เอาไปใช้ทำอะไรจำเป็นต้องเป็นเครื่องที่เร็วสุด และมีออปชันมากหรือไม่ถ้ามีเวลาสักนิดสิ่งแรกที่ควรทำคือ ก่อนเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ให้ลองสำรวจกันก่อน จากนั้นลองเอาเอกสารจากร้านต่างๆมาดูว่าแต่ละร้านให้อะไรมาบ้าง ต่อไปจึงค่อยกลับไปซื้อ ถ้าจะให้ได้คอมพิวเตอร์ที่โดนใจ บอกได้เลยครับ ไม่ว่าร้านไหนๆก็ไม่มีให้เป็นชุดๆแน่นอน เพราะถ้าที่ร้านจัดให้เป็นชุดๆนั้น เราอาจจะถูกใจอุปกรณ์เกือบทั้งเครื่อง แต่ดันใช้การ์ดแสดงผลที่ช้าไปสักนิด หรือใช้จอภาพยี่ห้อที่เราไม่คุ้นชื่อนัก มากกว่านั้นหน่อยคือเป็นเครื่องที่สมบูรณ์แล้ว แต่เราเองดันอยากได้ไดรฟ์ขนาด 120 เมกะไบต์ สักตัวติดมาด้วยซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่าชุดที่ร้านจัดให้มักจะเป็นชุดรวมๆ ที่อยู่ในระดับทั่วๆไปอยู่แล้ว เพราะว่าชุดที่ร้านจัดให้มักจะเป็นชุดรวมๆ ที่อยู่ในระดับทั่วๆไปและบางครั้งอาจจะใช้อุปกรณ์ที่สามารถทำให้ราคาโดยรวมของเครื่องลดลงได้เช่นกัน เพราะโดยปกติแล้วสเปกของเครื่องนั้นก็จะขึ้นอยู่กับราคาเช่นกัน ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ให้โดนใจก็คือ "ฝัน" พยายามจินตนาการว่า เราอยากได้อะไรบ้าง แล้วจับมันใส่มาในเครื่องที่เรามโนภาพเอาไว้ จากนั้นก็จับจินตนาการอันนั้นออกมาเป็นรายการอุปกรณ์ทั้งหมด แต่ยังไงก็อย่าลืมดูเงินที่ใส่เข้าไปด้วย
เริ่มต้นที่เราควรจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจซื้อจากนั้นก็ลองดูว่า
อุปกรณ์ชิ้นใดบ้างที่ไม่ถูกใจก็เปลี่ยนให้ถูกใจ
อาจจะเพิ่มเติมให้ดีขึ้นหรือใช้ในรุ่นที่ต่ำลง
เช่น
หน่วยความจำ
32 เมกะไบต์
อาจจะเล็กไปก็เพิ่มเป็นสัก
64
เมกะไบต์หรือการ์ดแสดงผลเป็นการ์ดขนาด
8
เมกะไบต์ที่มีการเร่งความเร็ว
3Dสำหรับเกมในปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนเป็นการ์ดแสดงผลแบบเร่งความเร็วรุ่นธรรมดา แล้วจึงไปซื้อการ์ดเร่งความเร็วพวก3DFXมาใส่เพิ่มเติม และที่ลืมไม่ได้ก็คือมองหาข้อมูลจากเพื่อนๆที่เคยซื้อไปแล้วหรือเข้าไปในอินเทอร์เน็ต ดูข้อมูลตามเว็บไซต์ของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อหาข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน แล้วจะเริ่มต้นที่ไหน?…นี่เป็นคำถามที่มักจะอยู่ในใจเสมอเวลาที่เราจะเริ่มทำอะไรสักอย่าง เริ่มแรกหลังจากที่สรุปได้ว่าถึงเวลาที่จะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ตั้งที่ บ้านให้ลองสักหน่อยจากนั้นก็ลองเดินดูทั่วๆ ไปว่ามีอุปกรณ์ตัวไหนบ้างที่กำลังฮิตมาก หรือตัวไหนที่คุณภาพสูงๆโดยมากมักจะมีโชว์เอาไว้ |
ลองเสียเวลาดูสเปกของอุปกรณ์แต่ละชิ้นแต่ละรุ่น
สัก 2-3
รุ่นก็จะเริ่มเห็นความแตกต่าง
แล้วลองเปรียบเทียบคุณภาพกับราคาหาจุดที่คุ้มที่สุดซึ่งอุปกรณ์ชิ้นที่ดีที่สุดราคาย่อมสูงตามไปด้วย
แต่ใช่ว่าอุปกรณ์ที่ดีที่สุดจะราคาแพงที่สุด
จากนั้นก็ดูอุปกรณ์ชิ้นอื่น
ๆ
ต่อไปจนพอใจแล้ว
ก็ลองย้อนกลับมาดูว่า
เราต้องการอุปกรณ์ต่อพ่วงอะไรบ้าง
ต้องการไดรฟ์เก็บข้อมูลความจุสูงๆอย่างซิปไดรฟ์หรือซูเปอร์ไดรฟ์หรือไม่นอกจากนี้ก็เป็นพวกเครื่องพิมพ์ กับสแกนเนอร์ ซึ่งรายละเอียดของอุปกรณ์ภายนอกเหล่านี้จะมีข้อแตกต่างให้เห็นอย่างชัดเจนอย่างเช่นเครื่องพิมพ์ควรดูในเรื่องความเร็วคุณภาพสี หรือราคาหมึกจากที่ได้สำรวจมา (เป็นการส่วนตัว) พบว่าราคาเครื่องพิมพ์ในระดับคุณภาพใกล้เคียงกันนั้นแตกต่างกันมากพอสมควรทีเดียวซึ่งยี่ห้อจะเป็นตัวแปรหลักอย่างหนึ่ง ตามด้วยความเร็วและอื่นๆ นอกจากนี้แล้วอุปกรณ์อีกชิ้นที่คิดว่าเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆจะมีกัน นั่นก็คือโมเด็ม อย่างที่รู้ๆกันว่าต้องเลือกรุ่นที่มีความเร็วสูงๆอยู่แล้วแต่ละรุ่นคุณภาพก็แตกต่างกันไป โมเด็มในรุ่นที่ราคาถูกอาจจะขาดความสามารถบางอย่าง เมื่อเทียบกับโมเด็มในรุ่นที่แพงกว่า และในบางรุ่นอาจจะมีอาการสายหลุดบ่อย หรือต่อแล้วเครื่องปลายทางไม่ยอมรับ ทางออกเดียวที่จะรู้ได้ คือสอบถามคนใกล้ชิดที่พอจะเคยใช้งานรุ่นต่างๆอยู่ หลังจากนั้นเมื่อได้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตรงใจแล้วก็ถึงเวลาที่เดินเข้าไปในร้านอีกครั้งแล้วลองสอบถามจากสเปกที่มีอยู่ในมือ แล้วเปรียบเทียบกันดู แน่นอนครับว่า แต่ละร้านจะให้ข้อคิดเห็นหรือราคาต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีปัญหาอะไรนัก แต่จะมีเพียงบางร้านเท่นนั้นที่พยายามโน้มน้าวให้เราใช้อุปกรณ์ชิ้นที่เขาต้องการขาย ถึงตอนนี้ก็ต้องดูกันว่า ระหว่างคนซื้อกับคนขายใครที่จะใจแข็งกว่ากัน ที่ผมเคยพบมาบางร้านถึงกับบอกเลยว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ดี คุณภาพแย่มากพร้อมทั้งพูดจาต่างๆ นานา แต่ในความเป็นจริงแล้วมันตรงข้ามกับคำพูดที่เขาพูดโดยสิ้นเชิงทั้งจากข้อมูลที่ได้มาก่อนตัดสินใจซื้อ จนนำมาใช้ในปัจจุบัน (เกือบ 3 ปี ไม่เคยเกเรเลยสักครั้งเดียวทั้งๆที่ใช้งานหนักข้ามวันข้ามคืนบ่อยครั้ง ถ้าเรียกว่าคุณภาพแย่คงหาของคุณภาพดีบนโลกใบนี้ได้ยาก) หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องการบริการ รวมทั้งกรณีที่เกิดปัญหา บางร้านอาจจะรับประกัน 1 ปีภายใน 3 เดือนแรกอาจจะเปลี่ยนของใหม่ให้ทันทีเงื่อนไขเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับร้านแต่ละร้าน หลังจากนั้นก็ถึงเวลาสนุกกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ หรืออาจจะเป็นเวลาที่น่าปวดหัวที่สุดในการใช้คอมพิวเตอร์นั่นคือการติดตั้งซอฟต์แวร์และไดรเวอร์ต่างๆ (หากทำด้วยความระมัดระวังมันก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลแต่ประการใด) แล้วคราวนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ในฝัน ก็จะปรากฏอยู่ตรงหน้าให้คุณใช้งานได้ตรงใจที่สุด |
|