การเรียนรู้ .. การเติบโต .. ไปพร้อมกับ .. จันทร์เจ้าขา

 

จำได้ว่าเคยไปเยี่ยมน้องที่มูลนิธิมหาราชมีโอกาสได้เจอน้องตั้มอายุประมาณ 6-7 ขวบ ซึ่งน้องคนนี้เค้าจะชอบกอดจับมือ คล้องแขนกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก โดยเฉพาะกับผู้หญิง ถ้าเราไม่ได้ทำจันทร์เจ้าขาแต่ไปเจอน้องเค้าตามท้องถนนเราคงกลัว และคิดว่าจ้องเค้าคิดไม่ดีต่อเรา อาจทำร้ายเราก็ได้ การทำจันทร์เจ้าขาทำให้ได้มีโอกาสใกล้ชิดจ้องตั้มแม้เพียงแค่เล่นเกมาศืไม่กี่เกมส์ด้วยกันก็ตาม ทำให้เรารู้ว่าเรามองน้องเค้าแค่ด้านเดียว

หากมองน้องเค้าใกล้ๆ แล้วจะเห็นรอยแผลเป็นตามที่ต่างๆทั้งใบหน้า แขน และขา มันไม่ใช่แผลเป็นจากการซุกซนแต่เหมือนกับโดนทุบตีทำร้ายร่างกายมากกว่าและเมื่อมองเข้าไปในแววตาของน้องตั้มแล้วมันเป็นสายตาที่วิงวอนเหมือนร้องขอความรัก การดูแลเอาใจใส่จากผู้หญิงทุกคนที่เค้าเห็น กลับจากมหาราชวันนั้น เราจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมน้องเค้าต้องกอดแต่เฉพาะผู้หญิงเพราะเค้าไม่เคยได้รับความรัก การเอาใจใส่จากผู้เป็นแม่ที่แท้จริงนั่นเอง ซึ่งแม่แท้ๆของเค้าอาจเป็นผู้ทิ้งรอยแผลต่างๆไว้ตามร่างกายน้องตั้มเอาไว้ดูต่างหน้าก็ได้ วันนั้นเราเลยกลับบ้านมากอดแม่ ในใจคิดว่าขอบคุณที่เลี้ยงเรามา ขอบคุณที่ไม่ทุบตีเรา และขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งเราไปไหน น้องตั้มสอนให้เรามองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่ใกล้ตัว นั่นคือ ครอบครัว

นับแต่นั้นเรามองพ่อ แม่และครอบครัวในบทบาทใหม่ แต่ก่อนเรารำคาญที่แม่คอยจุกจิก จู้จี้ คอยบ่นให้ทำโน่นทำนี่ เราเบื่อกรอบที่เค้าวางไว้เต็มที บางครั้งแกล้งทำเป็นไม่สนใจทำตัวออกนอกกรอบ เอาแต่ใจตัวเองอยากได้โน่นอยากได้นี่ ไม่ตั้งใจเรียน ติดเพื่อน วันๆไม่ค่อยได้คุยกับพ่อแม่เท่าไหร่ คุยโทรศัพท์กับเพื่อนมากกว่า เวลาพ่อถามอะไรเราก็จะตอบแบบรำคาญ ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว เมื่อมองน้องตั้มแล้วทำให้คิดได้ เรามองสะท้อนถึงตัวเอง หากเราเป็นน้องตั้มล่ะ เราจะทำแบบนี้กับพ่อแม่เราไหม หากเป็นแบบนั้นจริงเราคงทำทุกวิถีทางให้พ่อแม่อยู่กับเรานานที่สุด แล้วตอนนี้ล่ะเราไม่ได้เป็นน้องตั้มแต่เรามีสิ่งที่ใครอีกหลายคนไม่มี

Shero

Hosted by www.Geocities.ws

1