|
คำบอกเล่าจากใจ อาจารย์ศากุน
จากค่ายสานฝันกับจันทร์เจ้าขาครั้งที่ 1 |
|||||
|
คงเป็นคำกล่าวที่น่าจะเป็นจริงได้หลังจากที่ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมกับกลุ่มจันทร์เจ้าขา ที่ได้นำเด็กจาก Mercy Center ไปเข้าค่ายที่จังหวัดนครนายกว่า "การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ" ในค่ายนี้จะเห็นพี่ๆทุกคนที่ส่วนใหญ่มาจากคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงความรักกับเด็กๆเหล่านี้ ในค่ายนี้จะเห็นพี่ๆทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลน้องๆเกือบจะแบบตัวต่อตัว มีทั้งให้เด็กๆ กัด ถีบ หรือต่อย ( เป็นการเล่นกันนะครับ) อย่างเมามัน แต่จะไม่เห็นพี่ๆคนใดที่จะทำหน้าบึ้งตึงหลังจากโดนอะไรต่อมิอะไร ทุกคนมีรอยยิ้มที่จะให้เด็กๆเหล่านี้เล่นด้วย เป็นภาพที่น่าประทับใจในมุมมองส่วนตัวของผม สิ่งที่กลุ่มจันทร์เจ้าขาได้จัดทำครั้งนี้จริงๆแล้วก็สอบคล้องกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ต้องการนอกเหนือจากผลเลิศทางวิชาการแล้วยังมีเป้าหมายที่ให้บริการและทำกิจกรราต่างๆที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและบ้านเมือง เป็นความจริงที่ว่า ถ้าจะมองประเทศไทยอีก 20 - 30 ปีข้างหน้าก็ต้องหันมามองเด็กๆเหล่านี้ว่าเขาจะเติบโตขึ้นอย่างไร เป็นที่น่าภูมิใจว่าอย่างน้อยกลุ่มจันทร์เจ้าขาก็มีส่วนในการขัดเกลาสร้างเด็กๆ เหล่านี้ให้ตัวของเด็กแต่ละคนมีความรู้สึกว่าเขามีคุณค่าในสังคม เด็กๆเหล่านี้สามารถค้นหาความสามารถและศักยภาพในตัวของเขาเองจากค่ายนี้ หลายคนมีสติปัญญาที่แหลมคมมาก สังเกตได้จากช่วงที่มีการเล่นเกม ไหวพริบและสติปัญญาในการแก้ปัญหาดูจะคิดได้ลึกซึ้ง และหลักแหลมกว่าตัวของผมเองอีก ผมจำได้มีการเล่นเกมที่จะต้องคำนวณเพื่อการจับกลุ่ม (จำแน่ชัดไม่ได้ว่าเกมอะไร) เด็กหลายๆคนบวกเลขได้เร็วมาก จะเห็นได้ว่าถ้าเขาเหล่านี้ถูกขัดเกลาโดยถูกต้อง พวกเขาจะต้องเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป นอกเหนือจากกิจกรรมทางด้านบันเทิงแล้ว ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ต้องการเสริมกระบวนการคิดของเด็กเหล่านี้ให้มีการคิดมีหลักเกณฑ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางด้านศิลปะไม่ว่าจะเป็นการละเลงสีใส่ตัวเอง เพื่อน หรือว่าพี่ ก็เพื่อต้องการให้เด็กๆมีจิตใจที่อ่อนโยนลง ซึ่งดูพี่ๆทุกคนก็ไม่มีปัญหากับความเลอะเทอะที่เกิดจากสี ผมคิว่าระยะเวลา 3 วันนี้เป็นระยะเวลาที่มีค่ากับตัวของเด็กๆแต่ละคนที่เขาได้ออกมาจากสังคมที่เขาเคยอยู่ โดยมาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่พี่กลุ่มจันทร์เจ้าขาช่วยกันสร้างขึ้น เด็กได้เรียนรู้การที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ไม่เพียงแต่พวกเขาเองเท่านั้นแต่ยังได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับคนอื่นในสังคมจริง ส่วนตัวของผมเองต้องยอมรับและเสียดายว่าผมใช้เวลาอยู่กับกลุ่มจันทร์เจ้าขาและเด็กๆเหล่านี้น้อยเกินไป แต่เวลาเกือบจะ 1 วันเต็มที่ได้เห็นนั้นก็ดีใจที่อย่างน้อยทิศทางในการสร้างสังคมกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง การสร้างคน 1 คนไม่สามารถสร้างได้โดยใช้สูตรสำเร็จว่า 1 + 1 ต้องเท่ากับ 2 แต่การสร้างคนจะเกิดขึ้นได้โดยพวกเราต้องลงไปใช้ชีวิตร่วมกับพวกเขา บางทีการใช้ชีวิตกับเด็กเหล่านี้อาจต้องเสียสละทั้งเวลาและแรงกาย หรืออะไรต่อมิอะไรมากมาย สำหรับผมเองการได้ไปนครนายกครั้งนี้ ความคิดระหว่างขับรถกลับกรุงเทพฯที่ผมต้องเสาะหาร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าอร่อยเพื่อเติมกำลังแล้ว ผมก็ได้ใช้เวลาคิดทบทวนสิ่งที่กลุ่มจันทร์เจ้าขาได้ทำซึ่งเป็นประโยชน์มาก ก็ได้แต่หวังว่ารอยฟกช้ำของพี่ในกลุ่มจันทร์เจ้าขาจะเป็นของฝากจากน้องๆ จาก Mercy Center ที่จะทำให้คิดถึงพวกเขาอีกต่อไป ................................... |
|
||||