|
นิทานปลาดาว.....โจ รหัส 39 |
||
![]() Fireworks Photo Caption |
เมื่อเดือนก่อนมีน้องคนหนึ่งโทรศัพท์มาคุยกับผม เธอแนะนำให้ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "บินทีละหลา" ในหนังสือเล่มนี้เธอไปอ่านเจอนิทานเรื่องหนึ่งชื่อว่า นิทานปลาดาว เธอได้เล่าเรื่องย่อให้ผมฟังและให้ผมไปหาอ่านเอาจากหนังสือเล่มนั้นอีกที สามอาทิตย์ถัดมาหลังจากที่ผมได้คุยโทรศัพท์กับน้องวันนั้น ผมก็ได้ไปเดินดูหนังสือในร้านดอกหญ้า เดินดูไปเรื่อยๆจนเจอหนังสือเล่มที่น้องได้แนะนำมา ผมหยิบขึ้นมาอ่านดู ในคำนำนั้นผู้เขียนได้ยกเอานิทานปลาดาวขึ้นมาเล่า เรื่องก็มีอยู่ว่า ในเช้าวันหนึ่ง ณ หาดทรายที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ มีปลาดาวนับแสน นับล้านตัว ไม่อาจที่จะนับได้หมดลอยขึ้นมาเกยอยู่ที่ชายหาก มันไม่มีโอกาสช่วยตัวเองให้กลับสู่ทะเลลึกได้ ปลาดาวเหล่านั้นได้แน่นอนรอเวลา เวลาที่แสงของดวงอาทิตย์จะขึ้นมาส่องแสงบนตัวมันให้แห้งตายในที่สุด ขณะนั้นเองก็ได้มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาที่ชายหาด เขาได้ก้มลงหยิบปลาดาวเหล่านั้นขึ้นมาทีละตัวและโยนกลับลงไปในทะเล ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างมามุงดูการกระทำของชายคนนั้น และต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา แต่ชายผู้นั้นก็หาได้สนใจเสียงต่างๆไม่ เขายังคงหยิบปลาดาวขึ้นมา และโยนกลับลงไปในทะเลเรื่อยๆ ในที่สุดก็มีหนึ่งในกลุ่มของชาวบ้านตะโกนบอกชายผู้นั้นว่า "คุณๆ ทำอะไรของคุณนะ พอเถอะ คุณไม่มีทางที่จะช่วยปลาดาวเหล่านั้นได้ทั้งหมดหรอก" ชายผู้นั้นตะโกนบอกกลับมา โดยที่มือของเขาทั้งสองยังคงหยิบปลาดาวขึ้นมาและโยนมันลงสู่ทะเลว่า "ความหมายของมันไม่ได้อยู่ที่ผมจะสามารถช่วยพวกมันเอาไดว้ได้ทั้งหมด แต่มันอยู่ที่ปลาดาวตัวแรกและตัวต่อๆไปที่ผมจะสามารถช่วยพวกมันเอาไว้ได้ แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตามที" หลังจากอ่านมันจบ ก็ทำให้ผมนึกถึงเด็กๆกลุ่มหนึ่ง เขาเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความไม่มีโอกาส บางคนไม่เคยเห็นพ่อแม่ บางคนเป็นเด็กพิการ บางคนไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน กลายเป็นเด็กเร่ร่อน เด็กเหล่านี้เปรียบได้กลับปลาดาวที่ลอยขึ้นมาเกยตื้นบนชายหาด เขาเหล่านี้ขาดโอกาส และเมื่อเราเดินไปพบ เราก็มีทางเลือกอยู่ 2 ทางด้วยกัน คือ หนึ่ง เดินเข้าไปหาและให้ความช่วยเหลือเขาเหล่านั้นเหมือนกับที่ชายคนนั้นที่เข้าไปช่วยปลาดาว ถึงแม้เราจะรู้ว่าเราไม่สามารถช่วยมันเอาไว้ได้ทั้งหมด แต่มันไม่สำคัญเท่ากับการที่เราได้ลงมือและเริ่มที่จะช่วยเขาเหล่านั้นแล้ว หรือสอง เราจะยืนมองมันอยู่แบบนั้น และคิดว่าเราคงไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ทั้งหมด เด็กเหล่านี้มีมากเกินไปและเกินความสามารถของเรา มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา ทำได้ก็เพียงแต่มองดูเขาเหล่านั้นด้วยความสงสาร เหมือนกลุ่มชาวบ้านที่ยืนดูปลาดาวเหล่านั้นโดยมิได้ทำอะไร แล้วคุณล่ะได้เลือกทางเดินไหน มันไม่สายเกินไปหรอก หากคุณจะเดินเข้าไปช่วยชายคนนั้นโยนปลาดาวกลับลงสู่ท้องทะเลอีกครั้ง
|