|
ค่ายสานฝันกับจันทร์เจ้าขาครั้งที่ 5
จบลงไปแล้วด้วยดีท่ามกลางความปลอดโปร่งโล่งใจของเหล่ากรรมการค่ายที่บากบั่นเตรียมงานกนมาเป็นแรมปี
ความประทับใจในค่ายนี้ก็คงจะเป็นความสามัคคีของพวกเราชาวค่ายที่ผนึกกำลังกันเพื่อรับมือกับความเฮี้ยวของเด็ก
ๆ นั่นเอง
เหตุการณ์ตึงเครียดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.
ของคืนวันแรก เมื่อหน่วยข่าวกรองของค่ายจันทร์เจ้าขารายงานว่า
คืนนี้ได้มีการวางแผนปะทะกันระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังปาเลสไตน์
เอ้ย ไม่ใช่...เอ่อ อะนะ เล่าต่อละกัน
ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่พวกเราพยายามทำให้ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ
คืนนั้นทุกคนได้ดูละครคู่กรรมในเวอร์ชั่นที่คู่พระนาง
“โกโบริและอังศุมาลิน”
โดนสะเก็ดระเบิดซะจนจำโครงร่างเดินไม่ได้
และการ์ตูนที่ให้คติสอนใจเรื่อง “โดเรม่อน”
ในภาคนี้นองกจากโดราเอมอนจะมีหูแล้ว ยังดัดฟันอีกด้วย...น่ารักจัง
เมื่อถึงเวลาส่งน้องเข้านอน พี่ ๆ ได้มีการจัดวางกำลังในจุดต่าง ๆ
เพื่อควบคุมสถานการณ์มิให้บานปลาย
ขณะเดียวกันก็ได้มีผู้อาสาสมัครเป็นทูตสันทวไมตรีเข้าไปเจรจากับแกนนำของทั้งสองฝ่าย
โดยอาศัยหลักจิตวิทยา พระพุทธศาสนา และสัญญาของลูกผู้ชาย
ทำให้เหตุการณ์คืนนั้นผ่านไปได้อย่างสงบ
และทำให้พวกเราได้มีโอกาสพูดคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
รวมถึงได้ช่วยกันระดมสมองเพื่อค้นหาสาเหตุและวิธีการแก้ไข
เช้าวันรุ่งขึ้นพี่
ๆ พยายามใกล้ชิดน้อง ๆ มากขึ้น ต่างคนต่างก็มียุทธวิธีส่วนตัวในการเข้าถึงเด็ก
ๆ เราพบว่าน้อง ๆ ก็เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในวันถัดมา
ถึงแม้ว่าจะซนบ้าง แสนงอนบ้าง แต่น้อง ๆ ก็มีน้ำใจทั้งกับพี่ ๆ
และเพื่อน ๆ ในค่าย
กิจกรรมต่าง ๆ
ในวันที่สองอันได้แก่แรลลี่ กีฬาสี ฯลฯ
ล้วนแล้วแต่เผาผลาญพลังงานของเราน่าดู
กระนั้นตกดึกเราก็ยังได้ดูข่าวภาคค่ำ ละครหลังข่าว มิวสิกวีดีโอ
และรายการบันเทิงต่าง ๆ มากมายจาก
JJK Production
ที่ทั้งพี่และน้องได้ร่วมกันทุ่มทุนสร้างเอง กำกับเอง แสดงเอง
(ของจริงล้วน ๆ ไม่ใช้แสตนอิน) และก็ดูกันเอง มันส์...กันเอง เห่อ
ๆ เมื่อตกดึก (ดึกจริง ๆ คราวนี้) ก็เข้าสู่กิจกรรมสำคัญ
นั่นก็คือ
การเผาความดื้อซนและบายศรีสู่ขวัญที่ทำให้พี่น้องได้เปิดใจและแบ่งปันความรู้สึกดี
ๆ ให้กัน โดยมีด้ายสีขาวเส้นเล็ก ๆ
ผูกข้อมือน้องเอาไว้ให้ระลึกถึงกัน
รอวันหน้าที่อาจจะได้กลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง
.......................................................................................................................................................................................
หากมีคนถามคุณว่า
คืนนี้เมื่อคุณมองท้องฟ้า คุณเห็นอะไร
คำตอบส่วนใหญ่มันจะเป็นพระจันทร์ ดวงดาว หรือไม่ก็เครื่องบิน
แต่มีคนคนหนึ่งตอบฉันว่า
เขามองเห็นช่องว่างระหว่างดวงดาวเหล่านั้น เขาบอกต่อว่า
ความจริงทุกคนก็เห็น แต่มักไม่ค่อยมีใครสนใจด้วยเหตุนี้
เขาจึงสนใจ...
เด็กด้อยโอกาส...ผู้อยู่ในสังคมเดียวกับเราล่ะ
หวังว่าพวกเขาคงไม่เป็นดังเช่นช่องว่างระหว่างดวงดาวเหล่านั้นหรอกนะ
หากแสงจันทร์เป็นส่วนหนึ่งที่ชักนำให้คนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
แล้วสามารถทำให้หลายคนในจำนวนนั้นนึกถึงช่องว่างระหว่างดวงดาว
จันทร์เจ้าขา...ฉันคงไม่เพ้อฝัน หากฉันหวังว่า เจ้าคงเป็นเช่นนั้น
พี่จีค่า.....
|