จันทร์เจ้าขา 2547

 

            

 

                ค่ายสานฝันกับจันทร์เจ้าขาครั้งที่ 5 จบลงไปแล้วด้วยดีท่ามกลางความปลอดโปร่งโล่งใจของเหล่ากรรมการค่ายที่บากบั่นเตรียมงานกนมาเป็นแรมปี  ความประทับใจในค่ายนี้ก็คงจะเป็นความสามัคคีของพวกเราชาวค่ายที่ผนึกกำลังกันเพื่อรับมือกับความเฮี้ยวของเด็ก ๆ นั่นเอง

                เหตุการณ์ตึงเครียดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของคืนวันแรก  เมื่อหน่วยข่าวกรองของค่ายจันทร์เจ้าขารายงานว่า คืนนี้ได้มีการวางแผนปะทะกันระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังปาเลสไตน์  เอ้ย ไม่ใช่...เอ่อ  อะนะ  เล่าต่อละกัน  ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พวกเราพยายามทำให้ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ  คืนนั้นทุกคนได้ดูละครคู่กรรมในเวอร์ชั่นที่คู่พระนาง  โกโบริและอังศุมาลิน  โดนสะเก็ดระเบิดซะจนจำโครงร่างเดินไม่ได้  และการ์ตูนที่ให้คติสอนใจเรื่อง โดเรม่อน ในภาคนี้นองกจากโดราเอมอนจะมีหูแล้ว ยังดัดฟันอีกด้วย...น่ารักจัง

                เมื่อถึงเวลาส่งน้องเข้านอน  พี่ ๆ ได้มีการจัดวางกำลังในจุดต่าง ๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์มิให้บานปลาย  ขณะเดียวกันก็ได้มีผู้อาสาสมัครเป็นทูตสันทวไมตรีเข้าไปเจรจากับแกนนำของทั้งสองฝ่าย  โดยอาศัยหลักจิตวิทยา พระพุทธศาสนา และสัญญาของลูกผู้ชาย ทำให้เหตุการณ์คืนนั้นผ่านไปได้อย่างสงบ และทำให้พวกเราได้มีโอกาสพูดคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงได้ช่วยกันระดมสมองเพื่อค้นหาสาเหตุและวิธีการแก้ไข

                เช้าวันรุ่งขึ้นพี่ ๆ พยายามใกล้ชิดน้อง ๆ มากขึ้น ต่างคนต่างก็มียุทธวิธีส่วนตัวในการเข้าถึงเด็ก ๆ เราพบว่าน้อง ๆ ก็เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในวันถัดมา  ถึงแม้ว่าจะซนบ้าง แสนงอนบ้าง แต่น้อง ๆ ก็มีน้ำใจทั้งกับพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ในค่าย

                กิจกรรมต่าง ๆ ในวันที่สองอันได้แก่แรลลี่ กีฬาสี ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เผาผลาญพลังงานของเราน่าดู กระนั้นตกดึกเราก็ยังได้ดูข่าวภาคค่ำ ละครหลังข่าว มิวสิกวีดีโอ และรายการบันเทิงต่าง ๆ มากมายจาก JJK Production ที่ทั้งพี่และน้องได้ร่วมกันทุ่มทุนสร้างเอง กำกับเอง แสดงเอง (ของจริงล้วน ๆ ไม่ใช้แสตนอิน) และก็ดูกันเอง มันส์...กันเอง  เห่อ ๆ   เมื่อตกดึก (ดึกจริง ๆ คราวนี้) ก็เข้าสู่กิจกรรมสำคัญ นั่นก็คือ การเผาความดื้อซนและบายศรีสู่ขวัญที่ทำให้พี่น้องได้เปิดใจและแบ่งปันความรู้สึกดี ๆ ให้กัน  โดยมีด้ายสีขาวเส้นเล็ก ๆ ผูกข้อมือน้องเอาไว้ให้ระลึกถึงกัน รอวันหน้าที่อาจจะได้กลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง

.......................................................................................................................................................................................

                หากมีคนถามคุณว่า คืนนี้เมื่อคุณมองท้องฟ้า คุณเห็นอะไร  คำตอบส่วนใหญ่มันจะเป็นพระจันทร์ ดวงดาว หรือไม่ก็เครื่องบิน  แต่มีคนคนหนึ่งตอบฉันว่า เขามองเห็นช่องว่างระหว่างดวงดาวเหล่านั้น  เขาบอกต่อว่า ความจริงทุกคนก็เห็น แต่มักไม่ค่อยมีใครสนใจด้วยเหตุนี้ เขาจึงสนใจ...

                เด็กด้อยโอกาส...ผู้อยู่ในสังคมเดียวกับเราล่ะ  หวังว่าพวกเขาคงไม่เป็นดังเช่นช่องว่างระหว่างดวงดาวเหล่านั้นหรอกนะ

                หากแสงจันทร์เป็นส่วนหนึ่งที่ชักนำให้คนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แล้วสามารถทำให้หลายคนในจำนวนนั้นนึกถึงช่องว่างระหว่างดวงดาว

                จันทร์เจ้าขา...ฉันคงไม่เพ้อฝัน หากฉันหวังว่า เจ้าคงเป็นเช่นนั้น

                                                                                                                                พี่จีค่า.....

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1