บันทึกไว้...ในความทรงจำ (ค่ายสานฝันกับจันทร์เจ้าขาครั้งที่ 5)

 

                ก็จะเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะเรื่องค่ายจันทร์เจ้าขาหนะ  เพิ่งไปมาสนุกมาก ๆ เลย  เริ่มตั้งแต่วันแรกที่ออกเดินทางเลยก็แล้วกันนะ

                วันที่ออกเดินทางกัน  เพื่อน ๆ ไปรวมตัวกันที่ท่าพระจันทร์แต่เช้าเลย  เพื่อที่จะนั่งรถขนหมูไป  เฮ้ย!!!  ไม่ใช่ ๆ รถบรรทุกปรับอากาศ (ธรรมชาติ) ไป  โดยในรถคันนี้จะมีพี่ ๆ สต๊าฟล่วงหน้าไปจัดเตรียมสถานที่เอาไว้ก่อน  พอสายอีกหน่อยพวกพี่ ๆ ลูกค่ายจึงค่อยตามไปในรถบัสของมหาวิทยาลัย  เมื่อทุกคนพร้อมรถล้อก็หมุนเคลื่อนออกจากประตูสู่โคราช  แต่แล้วรถที่ออกไปยังไม่ทันพ้นโค้งสนามหลวง  ป้าอุ๊ ของพวกเราก็นึกอะไรได้  พี่เจนนี่ล่ะ...พี่เจนนี่ยังไม่มาเลย  พวกเราเลยต้องหยุดรถเพื่อรอพี่เจนนี่ที่เพิ่งมาถึงในวินาทีสุดท้ายนี่เอง  เฮ้อน้อง ๆ เกือบจะไม่ได้เจอกับพี่เจนนี่สุดน่ารักแล้วรู้ไหม ^-^

                และแล้วพอซัก 9 โมงกว่า ๆ เราก็มาถึงมูลนิธิกัน  พอไปถึงก็เห็นน้อง ๆ ทั้ง 20 คนยืนตาแป๋วแหว๋วตั้งแถวคอยอยู่แล้ว  บนหลังมีเป้กันคนละใบ ใส่หมวก สวมรองเท้าผ้าใบ  และคุณครูก็ให้รายชื่อของน้องกับพี่มาพร้อมกับฝากให้ดูแลชะนีแสนซนทั้งหลาย (ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่คิดว่าจะซนกันได้ขนาดนี้)  พอน้องขึ้นมาบนรถแล้วเราก็ให้น้องกับพี่นั่งด้วยกัน  ตอนนี้เองที่รถเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น  แล้วเราก็เริ่มร้องเพลงกันเจื้อยแจ้ว...สุดอ้างว้าง สตีฟเดวิด...บ้างก็เล่นเกมกัน  บ้างก็หลับปุ๋ยซบกันไปมาตั้งแต่ต้นทาง

                จนเรามาถึงค่ายกันตอน 11 โมงกว่า ๆ  ก็เจอกับพี่สต๊าฟที่ไปคอยอยุ่ก่อนแล้ว  ต่อมาเราก็จัดลูกลิงออกเป้ฯ 5 ฝูงและให้เขาได้มีอิสระในการคิดชื่อกลุ่มกันเต็มที่  แล้วเราก็ได้ชื่อกลุ่มเจ๋งมาดังนี้  กลุ่มชื่อกลุ่มอะไรเอ๋ย (เพราะธงสารพัดสัตว์  จนตั้งชื่อกลุ่มไม่ได้  The Hulk, Pirate (อินเตอร์จังน้องจ๋า...)  กลุ่มรวมใจ  (ชื่อซึ้งกินใจ  จนพี่สต๊าฟแอบปลื้ม)  ภารกิจต่อไปของลิงน้อยก็คือให้ทำธงประจำกลุ่มมาประชันกัน  พร้อมกับให้น้องกับพี่ประจำกลุ่มออกมาแสดงท่าและเพลงประจำกลุ่มกันอย่างคึกคัก  และเราก็เริ่มหมดแรงจึงต้องไปพักไปเติมพลังกัน

                ตกบ่ายเมื่อน้อง ๆ อิ่มหมีพีมันกันแล้วเราก็จัดการตามแผนการหลอกเด็กต่อ  โดยเริ่มจากพี่ ๆ ช่วยกันวิ่งจับปูมาใส่กระด้งกันก่อน  (อยากเข้าใจสำนวนอย่างถ่องแท้เชิญร่วมพิสูจน์ได้เป็นประจำที่ค่ายจันทร์เจ้าขาทุกรุ่นจ้ะ)  แล้วก็ถึงคิวของกองสันออกโรงบ้าง  เราให้น้อง ๆ นั่งล้อมกันเป็นวงกลมโดยให้มีพี่ ๆ คั่นระหว่างน้อง ๆ พี่กองสันฯ อยู่ตรงกลางวง  ร้องเพลงกันเต้นกันไปซักพักก็เปลี่ยนมาเล่นเกมส์กันบ้าง  อย่างให้ส่งกระป๋องแป้งไปพร้อมกับเปิดเพลง  เพลงหยุดที่ใครก็จะโดนทำโทษให้ออกมาเต้น  ปะแป้งคนนั่งข้าง ๆ ปะตัวเอง  หรือแม้กระทั่งมาปะพี่ที่เผลอ  สรุปแล้วทุกคนก็เลอะแป้งกันถ้วนหน้าแหละนะ  อิอิ  พักเหนื่อยกันหน่อย  พี่ ๆ เริ่มแจกอาหารว่างและสมุดค่ายให้น้อง ๆ ได้ระบายสีกันตามใจชอบ  ถึงตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วเราก็ปล่อยให้นอ้งได้แยกย้ายกันไปเก็บข้าวของและก็อาบน้ำ  พี่ผู้ชายผุ้เสียสละก็ให้น้อง ๆ ได้อาบน้ำก่อนและก็ดูเหมือนจะอาบน้ำกันสนุกมาก ๆ เพราะเสียงคึกคักมาก  พี่ ๆ ไม่ได้คิดอะไรกัน  พอกลับมาดูอีกทีก็เห็นน้อง ๆ กำลังดำผุดดำว่ายกันอยู่ในอ่างน้ำสนุกสนานสุด ๆ  แต่ที่ไม่ค่อยสนุกเห็นจะเป็นพี่ผู้ชายที่ต้องอาบน้ำนั้นต่อจากน้อง ๆ นั่นแหล่ะนะ...น่าฉงฉานจังเลย!

                ระหว่างที่น้องอาบน้ำกันอยู่นั้น  พี่บางคนก็มีกิจกรรมฆ่าเวลาโดยหาของกินในค่าย  ลองเดาดูสิค่ะว่าเป็นอะไร  ก็ในค่ายลูกเสือนี่นะเหรอจะมีของกิน...แต่พี่ ๆ ผู้มีสายตาอันแหลมคมย่อมหาของกินได้  ก็จะอะไรเสียอีกละก็ต้นมะม่วงที่ปลูกในค่ายอ่ะ  ออกลูกดกอย่างกับอะไรดี  ห้อยย้อยเป็นพวงต่องแต่งลูกอ้วน ๆ กลม ๆ น่ากิน  ไม่ช้าจริง ๆ น้องต้นของพวกเราก็จัดการขอมีดกับเกลือจากป้าที่อยู่แถวนั้นมาปอกกินกันอร่อยไปเลย...(เปรี้ยวจริง ๆ เลยนะต้นนะ  พี่ว่ายิ่งถ้าได้น้ำปลาหวานเนี้ยนะ  เพอร์เฟคมาก ๆ เลย)

                อาบน้ำกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กินข้าวเย็นกัน  จากนั้นพี่ ๆ ก็มีการแสดงมาให้น้องได้ดูกันเป็นนิทานก่อนนอน  แสดงนำโยพี่จั่นบิตะ และพี่แจวโก๊ะสองคู่หู  ประกบด้วยพี่พรไจแอนท์ น้องซังเรม่อนที่เรียนแอคติ้งการทำตัวกลมจากญี่ปุ่น และซูเนปาน ในละครตลก็สอดแทรกสอนน้องไปในตัวเองว่า ให้น้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันและกันและรู้จักให้อภัยกัน  จบละครก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วจึงให้น้องไปแปรงฟันและเข้านอน

                และพี่ ๆ ที่แสนดีก็แอบเม๊าท์ถึงวีรกรรมของเจ้าตัวแสบทั้งหลายกัน  โดยไม่กลัวว่าน้อง ๆ จะแจกขนมตุ๊บตั๊บ หรือแว่นตาธรรมชาติ แต่แล้วอยู่ดี ๆ ทุกคนก็เงียบลง เพราะได้ยินเสียงใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา...เอ๊ะน้องแอบฟังเราคุยกันเหรอเนี่ย !” ตายแน่เลยเรา... และแล้วทุกคนก็โล่งใจที่เห็นพี่ก๊อบเดินเข้ามานี่เอง

                จากนั้นพี่ ๆ หันมายิ้มกรุ่มกริ่มกันเพราะกิจกรรมหนุ่มสาวกำลังเริ่มขึ้น  คนที่ดูรื่นเริงมากที่สุดเห็นจะเป็น หนูอุ๊เรานี่เอง...อิอิ  กิจกรรมแรกของพี่ ๆ เริ่มจากเกมส์ หัวใจผูกกัน  เพื่อให้เรารู้จักกันมากขึ้น (ไม่ว่าจะเป็นควายน้อยหรือควายใหญ่ต่างก็ดีใจที่จะได้รู้จักกับเจ็ดผู้น่ารักที่เข้ามาใน mini meeting ค.ควาย  ได้แก่ จ.จีใจดี  ยักษ์อุ๋ย แพนะค่ะ นะเฉย ๆ เนยน่ารัก มะปรางอาร์ท หนูแอ๋มติ๊ดตี่

เช้าวันที่ 2 ...

                ระหว่างที่พี่ ๆ กำลังนอนหลับปุ๋ย..ก็มีเสียงดังขึ้น พี่ ๆ ตื่นได้แล้ว ๆๆๆๆๆ  พี่ ๆ ก็แสนดีจึงเอาผ้าห่มคลุมหน้านอนต่อไป แต่แล้วก็ต้องยอมแพ้ให้กับลิงน้อยทั้งหลาย ยอมลุกขึ้นมาออกกำลังกายกับน้อง ๆ พี่ ๆ ก็ผลัดกันสวนวิญญาณนักเต้นออกมาแด่น แด๊นซ์กัน  ไม่ว่าจะเป็นพี่แฟง พี่เจนนี่ พี่ต้น น้องซัง  พี่แพ โดยมีพี่ต้าคอยมิกซ์เสียงเพลงอยู่ด้านหลัง  และแล้วเราก็พร้อมที่จะออกล่ามหาสมบัติกัน  พี่ ๆ ดีใจที่จะได้ปล่อยแก่ไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็นำน้องไปตามแผนที่ เดินวนไปมา ก็ยังไม่ถึงสะที...เอ  พาน้องหลงทางซะแล้วซิเรา /(^-^)/  โดยเฉพาะพี่ฮวงกับนะทำเด็กหลงซะแล้ว อิอิ  แอมไม่เกี่ยวนะ... บางเกมก็ออกไปทางล่อแหลมเพราะพวงมะม่วงน้อย ๆ ออกมาเดินเล่น อิ อิ (พี่จีบอกมาว่าเห็นในด่านที่เราต้องมุดยางลงมาจ๊ะ แหมตาดีจังนะค่ะ)  บางเกมส์ก็ปีนป่ายกันสุดฤทธิ์จนพี่ถึงกับทึ่งกับความไวประดุจลิงของน้อง ๆ บางเกมส์ก็สับสนอลหม่าน  บวกเลขกันยุ่งเหยิง  พอฝ่าด่านครบทุกฐานแล้ว  ก็รวบรวมคำใบ้ไปหาสมบัติกัน  บางกลุ่มเราก็เห็นว่าพี่ ๆ ดูเหมือนจะเริ่มหมดแรงกันแล้ว  จึงเห็นน้อง ๆ วิ่งนำเหมือนจรวดไปก่อน  โดยมีป้า ๆ รีบจ้ำเดินตามกันไป

                พอตอนบ่ายเราก็เล่นกีฬาสีกัน  สุดยอดอ่ะ! อย่างเกมวิ่งเปี้ยวที่วิ่งกันแต่ละคนไม่น้อยกว่า 10 รอบ  จนแทบสลบ  หรือเกมเหยียบลูกโป่งวิ่งหนีกันสุดชีวิต  ผู้รอดชีวิตมีสองพวกคือ  วิ่งไล่เหยียบคนอื่นตายคาที่ กับพวกที่ไม่ทำร้ายใคร วิ่งกรี๊ด ๆ  อยู่ (อย่าเข้ามานะ แอ๋มกลัว)  หลังที่เราจะหมดเรี่ยวแรงเหล่าสต๊าฟก็เตรียมขนมมาให้เรากินกันในเกมกินวิบาก เฮ้อ น่ารักจริง ๆ แถมพี่น้องยังต้องผูกขาติดกันเดินเป๋ไปมา เพื่อให้ถึงจุดหมาย คิดแล้วก็อดขำไม่ได้ที่เห็นพี่ ๆ ที่พยายามเอาขนมให้น้องกินเยอะ ๆ แต่บางคนก้อน่ารักที่พยายามจะช่วยน้องกินให้ได้มากที่สุด ขอปรบมือให้ค่ะ

                ปล. ตอนช่วงเช้าระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกอยู่  ก็มีน้องคนหนึ่งไม่สบายตัวร้อนเชียว  พี่นัทที่แสนดีของเราจึงไปนอนเป็นเพื่อนน้อง น่ารักจริง ๆ เอ...หรือว่าแอบไปนอนหลับจ้ะ

                พอตกเย็นพี่ๆ ก็แสนเหนื่อยที่ต้องจับเจ้าลิงมาแสดงละคร  ระหว่างเล่นรอบกองไฟพี่ ๆ และน้อง ๆ ทุกกลุ่มต่างคึกคัก  หลังจากที่เมื่อวานเราได้เล่นละครก่อนนอน  วันนี้เราก็เปลี่ยนกันมาดูละครที่น้องเล่นกันบ้าง  โดยมีพี่กลุ่มเป็นผู้กำกับกันอย่างสนุกสนาน  บางกลุ่มจับฉลากได้เป็นมิวสิควีดีโอ  แต่คนดูก็ไม่รู้ว่าเป็นมิวสิควีดีโอตอนไหน  บางกลุ่มก็เป็นละครต่อสู้กันอย่างดุเดือด บางกลุ่มเป็นผู้ร้ายจับผู้ร้าย  แต่ผู้ร้ายอารมณ์ดีเล่นไปขำไป

                ในคืนนั้นเราได้เล่นเกมเกมหนึ่งที่ให้ทุกคนเดินเป็นวงกลม  แล้วเปิดเพลงพอเพลงหยุดก็ให้ไปยืนบนกระดาษที่เราจะค่อย ๆ พับกันให้เล็กลงในทุกรอบ  ฉันรู้สึกได้ถึงความรักที่เรามีให้แก่กันเพราะทุกครั้งที่กระดาษเล็กลง ทั้งพี่และน้องจะช่วยกันประคับประคองกันอย่างสุดฤทธิ์ อุ้มกัน ขี่คอกัน เพื่อที่จะไม่หลุดจากกระดาษ  เป็นภาพที่น่ารักและอบอุ่นมากเลยหล่ะ  เธอล่ะ  จำความรุ้สึกนี้ได้บ้างหรือเปล่า  แล้วก็ยังมีเกมแท๊ป ...แท๊ป ตะ ละ แล๊ป แท๊ป... ที่ทุกคนกระโดดกันเป็นจังหวะไปพร้อม ๆ กันเป็นวงกลม  สนุกมากเลยนะ  ถ้าคืนนี้ฉันนอนดูทีวีที่บ้าน  ฉันคงพลาดโอกาสที่จะได้กลับมาเล่นเป็นเด็ก ๆ อีกครั้งนึงแล้วซิ  คืนนั้นเราอยู่กันจนดึกมีการทำกิจกรรมการเผาความดื้อซนของน้อง ๆ และการทำบายศรี

                สำหรับฉัน ฉันอยากจะให้น้องทิ้งความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ในชีวิตเขา และเริ่มต้นชีวิตใหม่จากการกลับไปจากค่ายนี้  ฉันอาจจะคาดหวังมากเกินไปเพราะน้อง ๆ ยังเป็นเด็กอยู่เลย เพียงแค่น้องได้รับความสุขและเก็บเอาเป็นความทรงจำที่ดีในวัยเด็กของเขาจากการมาค่ายครั้งนี้ก็เพียงพอแล้ว...

                ตลอดเวลาในการไปค่ายฉันมีความสุขมากเลย  รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก  วันเวลาที่ผ่านมาทำให้ฉันไดสัมผัสกับความบริสุทธิ์ของจิตใจเด็กเหมือนดังที่มีลูกค่ายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า มาค่ายนี้เหมือนได้มาล้างใจ (ชายหนึ่งเดียวในกองสัน)  และสิ่งเดียวที่ฉันคาดหวังจากการมาค่ายครั้งนี้ก็คือ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และฉันก็ได้รับอย่างล้นใจ  ฉันอยากจะบอกว่า ถ้าค่ายลูกเสือเสาวลักษณ์แห่งนี้ไม่มีพี่ ๆ มาร่วมใจกัน หรือไม่มีน้อง ๆ ที่ซุกซน ค่ายแห่งนี้ก็คงไม่มีความหมายอะไร ขอบคุณเด็ก ๆ ที่สอนให้ฉันได้รู้จักการให้อย่างแท้จริง  ขอบคุณสต๊าฟทุกคนที่ต้องเหน็ดเหนื่อยในการเตรียมงาน และขอบคุณลูกค่ายทุกคนที่มาเป็นส่วนเติมเต็มค่ายนี้ให้สมบูรณ์  เต็มไปด้วยไออุ่นความรักของพี่ ๆ สู่น้อง ความสุข ความทรงจำดี ๆ ที่จะอยู่ในจิตใจของฉันตลอดไป

 

                                                                                                                   รักจันทร์เจ้าขา

                                                                                                                   จากฉันและเธอ

                                                                                                                ...สายฝนและไออุ่น...

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1