|
ก็จะเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะเรื่องค่ายจันทร์เจ้าขาหนะ
เพิ่งไปมาสนุกมาก ๆ เลย
เริ่มตั้งแต่วันแรกที่ออกเดินทางเลยก็แล้วกันนะ
วันที่ออกเดินทางกัน เพื่อน ๆ
ไปรวมตัวกันที่ท่าพระจันทร์แต่เช้าเลย เพื่อที่จะนั่งรถขนหมูไป
เฮ้ย!!!
ไม่ใช่ ๆ รถบรรทุกปรับอากาศ (ธรรมชาติ) ไป
โดยในรถคันนี้จะมีพี่ ๆ สต๊าฟล่วงหน้าไปจัดเตรียมสถานที่เอาไว้ก่อน
พอสายอีกหน่อยพวกพี่ ๆ ลูกค่ายจึงค่อยตามไปในรถบัสของมหาวิทยาลัย
เมื่อทุกคนพร้อมรถล้อก็หมุนเคลื่อนออกจากประตูสู่โคราช
แต่แล้วรถที่ออกไปยังไม่ทันพ้นโค้งสนามหลวง “ป้าอุ๊”
ของพวกเราก็นึกอะไรได้ “พี่เจนนี่ล่ะ...พี่เจนนี่ยังไม่มาเลย”
พวกเราเลยต้องหยุดรถเพื่อรอพี่เจนนี่ที่เพิ่งมาถึงในวินาทีสุดท้ายนี่เอง
เฮ้อน้อง ๆ เกือบจะไม่ได้เจอกับพี่เจนนี่สุดน่ารักแล้วรู้ไหม
^-^
และแล้วพอซัก 9 โมงกว่า ๆ
เราก็มาถึงมูลนิธิกัน พอไปถึงก็เห็นน้อง ๆ ทั้ง 20 คนยืนตาแป๋วแหว๋วตั้งแถวคอยอยู่แล้ว
บนหลังมีเป้กันคนละใบ ใส่หมวก สวมรองเท้าผ้าใบ
และคุณครูก็ให้รายชื่อของน้องกับพี่มาพร้อมกับฝากให้ดูแลชะนีแสนซนทั้งหลาย
(ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่คิดว่าจะซนกันได้ขนาดนี้)
พอน้องขึ้นมาบนรถแล้วเราก็ให้น้องกับพี่นั่งด้วยกัน
ตอนนี้เองที่รถเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น แล้วเราก็เริ่มร้องเพลงกันเจื้อยแจ้ว...สุดอ้างว้าง
สตีฟเดวิด...บ้างก็เล่นเกมกัน
บ้างก็หลับปุ๋ยซบกันไปมาตั้งแต่ต้นทาง
จนเรามาถึงค่ายกันตอน 11 โมงกว่า ๆ ก็เจอกับพี่สต๊าฟที่ไปคอยอยุ่ก่อนแล้ว
ต่อมาเราก็จัดลูกลิงออกเป้ฯ 5
ฝูงและให้เขาได้มีอิสระในการคิดชื่อกลุ่มกันเต็มที่
แล้วเราก็ได้ชื่อกลุ่มเจ๋งมาดังนี้ กลุ่มชื่อกลุ่มอะไรเอ๋ย
(เพราะธงสารพัดสัตว์ จนตั้งชื่อกลุ่มไม่ได้
The Hulk, Pirate
(อินเตอร์จังน้องจ๋า...)
กลุ่มรวมใจ (ชื่อซึ้งกินใจ จนพี่สต๊าฟแอบปลื้ม)
ภารกิจต่อไปของลิงน้อยก็คือให้ทำธงประจำกลุ่มมาประชันกัน
พร้อมกับให้น้องกับพี่ประจำกลุ่มออกมาแสดงท่าและเพลงประจำกลุ่มกันอย่างคึกคัก
และเราก็เริ่มหมดแรงจึงต้องไปพักไปเติมพลังกัน
ตกบ่ายเมื่อน้อง ๆ
อิ่มหมีพีมันกันแล้วเราก็จัดการตามแผนการหลอกเด็กต่อ
โดยเริ่มจากพี่ ๆ ช่วยกันวิ่งจับปูมาใส่กระด้งกันก่อน
(อยากเข้าใจสำนวนอย่างถ่องแท้เชิญร่วมพิสูจน์ได้เป็นประจำที่ค่ายจันทร์เจ้าขาทุกรุ่นจ้ะ)
แล้วก็ถึงคิวของกองสันออกโรงบ้าง เราให้น้อง ๆ
นั่งล้อมกันเป็นวงกลมโดยให้มีพี่ ๆ คั่นระหว่างน้อง ๆ พี่กองสันฯ
อยู่ตรงกลางวง
ร้องเพลงกันเต้นกันไปซักพักก็เปลี่ยนมาเล่นเกมส์กันบ้าง
อย่างให้ส่งกระป๋องแป้งไปพร้อมกับเปิดเพลง
เพลงหยุดที่ใครก็จะโดนทำโทษให้ออกมาเต้น ปะแป้งคนนั่งข้าง ๆ
ปะตัวเอง หรือแม้กระทั่งมาปะพี่ที่เผลอ
สรุปแล้วทุกคนก็เลอะแป้งกันถ้วนหน้าแหละนะ อิอิ
พักเหนื่อยกันหน่อย พี่ ๆ เริ่มแจกอาหารว่างและสมุดค่ายให้น้อง ๆ
ได้ระบายสีกันตามใจชอบ ถึงตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วเราก็ปล่อยให้นอ้งได้แยกย้ายกันไปเก็บข้าวของและก็อาบน้ำ
พี่ผู้ชายผุ้เสียสละก็ให้น้อง ๆ
ได้อาบน้ำก่อนและก็ดูเหมือนจะอาบน้ำกันสนุกมาก ๆ
เพราะเสียงคึกคักมาก พี่ ๆ ไม่ได้คิดอะไรกัน
พอกลับมาดูอีกทีก็เห็นน้อง ๆ
กำลังดำผุดดำว่ายกันอยู่ในอ่างน้ำสนุกสนานสุด ๆ
แต่ที่ไม่ค่อยสนุกเห็นจะเป็นพี่ผู้ชายที่ต้องอาบน้ำนั้นต่อจากน้อง
ๆ นั่นแหล่ะนะ...น่าฉงฉานจังเลย!
ระหว่างที่น้องอาบน้ำกันอยู่นั้น
พี่บางคนก็มีกิจกรรมฆ่าเวลาโดยหาของกินในค่าย
ลองเดาดูสิค่ะว่าเป็นอะไร
ก็ในค่ายลูกเสือนี่นะเหรอจะมีของกิน...แต่พี่ ๆ
ผู้มีสายตาอันแหลมคมย่อมหาของกินได้
ก็จะอะไรเสียอีกละก็ต้นมะม่วงที่ปลูกในค่ายอ่ะ
ออกลูกดกอย่างกับอะไรดี ห้อยย้อยเป็นพวงต่องแต่งลูกอ้วน ๆ กลม ๆ
น่ากิน ไม่ช้าจริง ๆ
น้องต้นของพวกเราก็จัดการขอมีดกับเกลือจากป้าที่อยู่แถวนั้นมาปอกกินกันอร่อยไปเลย...(เปรี้ยวจริง
ๆ เลยนะต้นนะ พี่ว่ายิ่งถ้าได้น้ำปลาหวานเนี้ยนะ เพอร์เฟคมาก ๆ
เลย)
อาบน้ำกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กินข้าวเย็นกัน
จากนั้นพี่ ๆ ก็มีการแสดงมาให้น้องได้ดูกันเป็นนิทานก่อนนอน
แสดงนำโยพี่จั่นบิตะ และพี่แจวโก๊ะสองคู่หู ประกบด้วยพี่พรไจแอนท์
น้องซังเรม่อนที่เรียนแอคติ้งการทำตัวกลมจากญี่ปุ่น และซูเนปาน
ในละครตลก็สอดแทรกสอนน้องไปในตัวเองว่า
ให้น้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันและกันและรู้จักให้อภัยกัน
จบละครก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วจึงให้น้องไปแปรงฟันและเข้านอน
และพี่ ๆ
ที่แสนดีก็แอบเม๊าท์ถึงวีรกรรมของเจ้าตัวแสบทั้งหลายกัน
โดยไม่กลัวว่าน้อง ๆ จะแจกขนมตุ๊บตั๊บ หรือแว่นตาธรรมชาติ
แต่แล้วอยู่ดี ๆ ทุกคนก็เงียบลง
เพราะได้ยินเสียงใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา...”เอ๊ะน้องแอบฟังเราคุยกันเหรอเนี่ย
!”
ตายแน่เลยเรา...
และแล้วทุกคนก็โล่งใจที่เห็นพี่ก๊อบเดินเข้ามานี่เอง
จากนั้นพี่ ๆ
หันมายิ้มกรุ่มกริ่มกันเพราะกิจกรรมหนุ่มสาวกำลังเริ่มขึ้น
คนที่ดูรื่นเริงมากที่สุดเห็นจะเป็น หนูอุ๊เรานี่เอง...อิอิ
กิจกรรมแรกของพี่ ๆ เริ่มจากเกมส์
“หัวใจผูกกัน”
เพื่อให้เรารู้จักกันมากขึ้น
(ไม่ว่าจะเป็นควายน้อยหรือควายใหญ่ต่างก็ดีใจที่จะได้รู้จักกับเจ็ดผู้น่ารักที่เข้ามาใน
mini meeting
ค.ควาย ได้แก่ จ.จีใจดี
ยักษ์อุ๋ย แพนะค่ะ นะเฉย ๆ เนยน่ารัก มะปรางอาร์ท หนูแอ๋มติ๊ดตี่
เช้าวันที่ 2 ...
ระหว่างที่พี่ ๆ
กำลังนอนหลับปุ๋ย..ก็มีเสียงดังขึ้น
“พี่ ๆ ตื่นได้แล้ว
ๆๆๆๆๆ” พี่ ๆ
ก็แสนดีจึงเอาผ้าห่มคลุมหน้านอนต่อไป
แต่แล้วก็ต้องยอมแพ้ให้กับลิงน้อยทั้งหลาย
ยอมลุกขึ้นมาออกกำลังกายกับน้อง ๆ พี่ ๆ
ก็ผลัดกันสวนวิญญาณนักเต้นออกมาแด่น แด๊นซ์กัน ไม่ว่าจะเป็นพี่แฟง
พี่เจนนี่ พี่ต้น น้องซัง พี่แพ
โดยมีพี่ต้าคอยมิกซ์เสียงเพลงอยู่ด้านหลัง
และแล้วเราก็พร้อมที่จะออกล่ามหาสมบัติกัน พี่ ๆ
ดีใจที่จะได้ปล่อยแก่ไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง
แล้วก็นำน้องไปตามแผนที่ เดินวนไปมา ก็ยังไม่ถึงสะที...เอ
พาน้องหลงทางซะแล้วซิเรา /(^-^)/
โดยเฉพาะพี่ฮวงกับนะทำเด็กหลงซะแล้ว อิอิ แอมไม่เกี่ยวนะ...
บางเกมก็ออกไปทางล่อแหลมเพราะพวงมะม่วงน้อย ๆ ออกมาเดินเล่น อิ อิ
(พี่จีบอกมาว่าเห็นในด่านที่เราต้องมุดยางลงมาจ๊ะ
แหมตาดีจังนะค่ะ)
บางเกมส์ก็ปีนป่ายกันสุดฤทธิ์จนพี่ถึงกับทึ่งกับความไวประดุจลิงของน้อง
ๆ บางเกมส์ก็สับสนอลหม่าน บวกเลขกันยุ่งเหยิง
พอฝ่าด่านครบทุกฐานแล้ว ก็รวบรวมคำใบ้ไปหาสมบัติกัน
บางกลุ่มเราก็เห็นว่าพี่ ๆ ดูเหมือนจะเริ่มหมดแรงกันแล้ว
จึงเห็นน้อง ๆ วิ่งนำเหมือนจรวดไปก่อน โดยมีป้า ๆ
รีบจ้ำเดินตามกันไป
พอตอนบ่ายเราก็เล่นกีฬาสีกัน สุดยอดอ่ะ!
อย่างเกมวิ่งเปี้ยวที่วิ่งกันแต่ละคนไม่น้อยกว่า 10 รอบ จนแทบสลบ
หรือเกมเหยียบลูกโป่งวิ่งหนีกันสุดชีวิต ผู้รอดชีวิตมีสองพวกคือ
วิ่งไล่เหยียบคนอื่นตายคาที่ กับพวกที่ไม่ทำร้ายใคร วิ่งกรี๊ด ๆ
อยู่ (อย่าเข้ามานะ แอ๋มกลัว) หลังที่เราจะหมดเรี่ยวแรงเหล่าสต๊าฟก็เตรียมขนมมาให้เรากินกันในเกมกินวิบาก
เฮ้อ น่ารักจริง ๆ แถมพี่น้องยังต้องผูกขาติดกันเดินเป๋ไปมา
เพื่อให้ถึงจุดหมาย คิดแล้วก็อดขำไม่ได้ที่เห็นพี่ ๆ
ที่พยายามเอาขนมให้น้องกินเยอะ ๆ
แต่บางคนก้อน่ารักที่พยายามจะช่วยน้องกินให้ได้มากที่สุด
ขอปรบมือให้ค่ะ
ปล. ตอนช่วงเช้าระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกอยู่
ก็มีน้องคนหนึ่งไม่สบายตัวร้อนเชียว พี่นัทที่แสนดีของเราจึงไปนอนเป็นเพื่อนน้อง
น่ารักจริง ๆ เอ...หรือว่าแอบไปนอนหลับจ้ะ
พอตกเย็นพี่ๆ
ก็แสนเหนื่อยที่ต้องจับเจ้าลิงมาแสดงละคร ระหว่างเล่นรอบกองไฟพี่
ๆ และน้อง ๆ ทุกกลุ่มต่างคึกคัก
หลังจากที่เมื่อวานเราได้เล่นละครก่อนนอน
วันนี้เราก็เปลี่ยนกันมาดูละครที่น้องเล่นกันบ้าง
โดยมีพี่กลุ่มเป็นผู้กำกับกันอย่างสนุกสนาน
บางกลุ่มจับฉลากได้เป็นมิวสิควีดีโอ
แต่คนดูก็ไม่รู้ว่าเป็นมิวสิควีดีโอตอนไหน
บางกลุ่มก็เป็นละครต่อสู้กันอย่างดุเดือด
บางกลุ่มเป็นผู้ร้ายจับผู้ร้าย แต่ผู้ร้ายอารมณ์ดีเล่นไปขำไป
ในคืนนั้นเราได้เล่นเกมเกมหนึ่งที่ให้ทุกคนเดินเป็นวงกลม
แล้วเปิดเพลงพอเพลงหยุดก็ให้ไปยืนบนกระดาษที่เราจะค่อย ๆ
พับกันให้เล็กลงในทุกรอบ
ฉันรู้สึกได้ถึงความรักที่เรามีให้แก่กันเพราะทุกครั้งที่กระดาษเล็กลง
ทั้งพี่และน้องจะช่วยกันประคับประคองกันอย่างสุดฤทธิ์ อุ้มกัน
ขี่คอกัน เพื่อที่จะไม่หลุดจากกระดาษ
เป็นภาพที่น่ารักและอบอุ่นมากเลยหล่ะ เธอล่ะ จำความรุ้สึกนี้ได้บ้างหรือเปล่า
แล้วก็ยังมีเกมแท๊ป ...แท๊ป ตะ ละ แล๊ป แท๊ป...
ที่ทุกคนกระโดดกันเป็นจังหวะไปพร้อม ๆ กันเป็นวงกลม สนุกมากเลยนะ
ถ้าคืนนี้ฉันนอนดูทีวีที่บ้าน
ฉันคงพลาดโอกาสที่จะได้กลับมาเล่นเป็นเด็ก ๆ อีกครั้งนึงแล้วซิ
คืนนั้นเราอยู่กันจนดึกมีการทำกิจกรรมการเผาความดื้อซนของน้อง ๆ
และการทำบายศรี
สำหรับฉัน
ฉันอยากจะให้น้องทิ้งความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ในชีวิตเขา
และเริ่มต้นชีวิตใหม่จากการกลับไปจากค่ายนี้
ฉันอาจจะคาดหวังมากเกินไปเพราะน้อง ๆ ยังเป็นเด็กอยู่เลย
เพียงแค่น้องได้รับความสุขและเก็บเอาเป็นความทรงจำที่ดีในวัยเด็กของเขาจากการมาค่ายครั้งนี้ก็เพียงพอแล้ว...
ตลอดเวลาในการไปค่ายฉันมีความสุขมากเลย
รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก
วันเวลาที่ผ่านมาทำให้ฉันไดสัมผัสกับความบริสุทธิ์ของจิตใจเด็กเหมือนดังที่มีลูกค่ายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า
“มาค่ายนี้เหมือนได้มาล้างใจ”
(ชายหนึ่งเดียวในกองสัน)
และสิ่งเดียวที่ฉันคาดหวังจากการมาค่ายครั้งนี้ก็คือ
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และฉันก็ได้รับอย่างล้นใจ
ฉันอยากจะบอกว่า ถ้าค่ายลูกเสือเสาวลักษณ์แห่งนี้ไม่มีพี่ ๆ
มาร่วมใจกัน หรือไม่มีน้อง ๆ ที่ซุกซน
ค่ายแห่งนี้ก็คงไม่มีความหมายอะไร ขอบคุณเด็ก ๆ
ที่สอนให้ฉันได้รู้จักการให้อย่างแท้จริง ขอบคุณสต๊าฟทุกคนที่ต้องเหน็ดเหนื่อยในการเตรียมงาน
และขอบคุณลูกค่ายทุกคนที่มาเป็นส่วนเติมเต็มค่ายนี้ให้สมบูรณ์
เต็มไปด้วยไออุ่นความรักของพี่ ๆ สู่น้อง ความสุข ความทรงจำดี ๆ
ที่จะอยู่ในจิตใจของฉันตลอดไป
รักจันทร์เจ้าขา
จากฉันและเธอ
...สายฝนและไออุ่น...
|