การใช้คำสั่ง FTP และ Anonymous FTP

การใช้คำสั่ง FTP เพื่อเริ่มติดต่อกับรีโมตเซิฟเวอร์นั้น จะทำได้ 2 วิธีคือ ระบุแอดเดรสของรีโมตเซิฟเวอร์ไปเลยในขณะที่เรียกใช้คำสั่ง FTP หรือเราอาจจะระบุแอดเดรสของรีโมตเซิฟเวอร์ด้วยคำสั่ง Open ซึ่งเป็นคำสั่งย่อยใน FTP อีกทีหนึ่งหลังจากเข้าสู่การทำงานภายในโปรแกรม FTP ก็ได้ (สังเกตว่าสัญลักษณ์ Prompt จะ เปลี่ยนเป็น FTP>) หลังจากนั้นเมื่อทำการติดต่อกับรีโมตเซิฟเวอร์ได้สำเร็จแล้ว ก็จะต้องแจ้งรหัสอินเตอร์เน็ตและรหัสผ่าน ก่อนจะเข้าไปใช้งานต่อไปเหมือนกับว่าเราทำการ Login เข้าไปยังรีโมตเซิฟเวอร์ผ่านทางจอเทอร์มินัลธรรมดา ซึ่งเป็นขั้นตอนใน การรักษาความปลอดภัย มาตรฐานของ TCP/IP และระบบปฏิบัติการ Unix เนื่องจากการที่ต้องบอกรหัสอินเตอร์เน็ตและรหัสผ่านก่อนจะติดต่อด้วย FTP ผ่านเข้าไปยังรีโมตเซิฟเวอร์นี้เอง ผู้ที่จัดตั้งเซิฟเวอร์ FTP สำหรับให้บริการสาธารณะ จึงมักจะจัดเตรียมรหัส Login ที่เป็นกลางและรู้จักอยู่ทั่วไปในกลุ่มผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตซึ่งจะใช้รหัสว่า "Anonymous" (หมายถึง "นิรนาม" คือไม่ระบุชื่อ) แทนรหัสอินเตอร์เน็ต ส่วนรหัสผ่านนั้นจะใช้แอดเดรสของ E-mail ของผู้ใช้หรือในเซิฟเวอร์บางแห่งอาจจะตั้งไว้ให้ไม่ต้องคีย์ รหัสผ่านเสียด้วยซ้ำ โดยทำการ Enter ผ่านไปได้เลยในขั้นตอนที่รอให้คีย์รหัสผ่าน และเมื่อทำการติดต่อกับรีโมตเซิฟเวอร์สำเร็จแล้วก็จะปรากฏ prompt เช่นàพื่อรอรับคำสั่งย่อยต่างๆ ภายใน FTP ต่อไป

การรับและส่งไฟล์โดย FTP

หลังจากที่เราติดต่อกับรีโมตเซิฟเวอร์ได้เรียบร้อยและเข้าสู่การทำงานของโปรแกรม FTP แล้ว ก่อนที่จะทำการรับและส่งไฟล์เราอาจสั่งการเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขอดูข้อมูลต่างๆ บน FTP server นั้นได้โดยใช้คำสั่งย่อยของ FTP ซึ่งจะคล้ายกับคำสั่งของระบบปฏิบัติการ Unix เช่น ถ้าหากเราต้องการแสดงรายชื่อไฟล์และไดเร็คทอรีของ FTP server จะใช้คำสั่ง ls หรือ dir ถ้าหากต้องการแสดงชื่อของไดเร็คทอรีปัจจุบันจะใช้คำสั่ง pwd และในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนไดเร็คทอรีก็จะใช้คำสั่ง cd ตามด้วยชื่อไดเร็คทอรีที่ต้องการ เช่น cd /pub/games หมายถึง เปลี่ยนที่อยู่ไดเร็คทอรีปัจจุบันไปที่ /pub/games เป็นต้น นอกจากนั้น FTP มีคำสั่ง cdup เพื่อใช้เปลี่ยนที่อยู่ของไดเร็คทอรีปัจจุบันขึ้นไปยังไดเร็คทอรีก่อนหน้าหนึ่งชั้น (เหมือนกับ cd.. ใน Unix) ก่อนที่จะทำการรับส่งไฟล์ภายใต้ FTP นั้น เราต้องคำนึงถึงประเภทของไฟล์ที่จะรับส่งด้วย โดยที่ FTP จะแบ่งไฟล์ออกเป็นสองประเภทคือ ไฟล์ตัวอักษร (ASCII) และไบนารีไฟล์ (Binary) ไฟล์ประเภทตัวอักษร เช่น เท็กซ์ไฟล์ (Text File) หรือไฟล์เอกสารต่างๆ เป็นต้น ซึ่งไฟล์ประเภทนี้ส่วนมากจะมีส่วนขยายชื่อไฟล์เป็น .doc หรือ .txt ส่วนไบนารีไฟล์จะเป็นไฟล์ที่เป็นโปรแกรม รูปภาพ กราฟิก วิดีโอ หรือไฟล์ที่ถูกย่อขนาด (compress) ไว้ เป็นต้น ซึ่งไฟล์เหล่านี้มักจะมีส่วนขยายชื่อเป็น .com, .exe (ไฟล์โปรแกรม) .bmp, .tif, .gif, .jpg, .pic, .pcx (ไฟล์รูปภาพ หรือกราฟิก) .mpg (ไฟล์วิดีโอ) และ .zip, .pak, .gz, .z , .Z, .zoo, .arc, .arj (ไฟล์ที่ถูกย่อขนาดไว้) การเลือกประเภทของไฟล์จะใช้คำสั่ง type ของ FTP ตัวอย่างเช่น คำสั่ง type ascii ใช้กำหนดว่าเป็นไฟล์ประเภทตัวอักษร และ คำสั่ง type binary ใช้กำหนดว่าเป็นไบนารีไฟล์ หรือเราอาจจะใช้คำสั่ง ascii แทนคำสั่ง type ascii และใช้คำสั่ง binary แทนคำ สั่ง type binary ก็ได้ ในการรับและส่งไฟล์นั้น คำสั่งที่ใช้จะเป็นมาตรฐานเหมือนกันคือจะใช้คำสั่ง get เพื่อรับไฟล์มาจาก รีโมตเซิฟเวอร์ และใช้คำสั่ง put เพื่อส่งไฟล์ที่ต้องการไปยังรีโมตเซิฟเวอร์ (แต่ในการส่งไฟล์ไปยังรีโมตเซิฟเวอร์นั้น จะทำได้เฉพาะเซิฟเวอร์ที่ตั้งไว้ว่ายอมให้ผู้ใช้ทั่วไป ทำการบันทึกข้อมูลเพิ่มลงไปได้ด้วยเท่านั้น) ตัวอย่างเช่น

get INDEX หมายถึงให้ทำการโอนไฟล์ชื่อ INDEX มายังโลคัลเซิฟเวอร์ หรือคำสั่ง

put winutil.zip หมายถึงให้ส่งไฟล์ winutil.zip จากโลคัลเซิฟเวอร์ไปยังรีโมตเซิฟเวอร์

นอกจากนี้คำสั่ง get และ put ยังสามารถเปลี่ยนชื่อไฟล์ในขณะที่ทำการรับส่งได้ ตัวอย่างเช่น put winutil.zip wutil.zip ไฟล์ที่รีโมตเซิฟเวอร์จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น wutil.zip ส่วนคำสั่ง get ก็ทำได้โดยวิธีการเดียวกัน ในขณะทำการรับส่งไฟล์ จะมีคำสั่งที่ช่วยให้เราทราบสถานะของการทำงานในขณะนั้น คือคำสั่ง hash ถ้าหากเราใช้คำสั่ง hash on ในขณะที่ทำการรับส่งไฟล์ผ่านเครือข่ายนั้น จะปรากฏสัญลักษณ์ '#' ขึ้นแทนจำนวนข้อมูลที่รับส่ง 1 บล็อก ซึ่งขนาดของบล็อกนี้จะแสดงให้เห็นด้วยเมื่อใช้คำสั่ง hash on เช่น จะปรากฏข้อความ Hash mark printing on (8192 bytes/hash mark). หมายถึงสัญลักษณ์ '#' หนึ่งตัวจะเท่ากับข้อมูล 8192 ไบต์ (8 กิโลไบต์) แต่ถ้าหากใช้คำสั่ง hash off ในขณะที่ทำการรับส่งไฟล์ก็จะไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ปรากฏขึ้นให้ทราบ ในคำสั่ง get และ put ที่ได้กล่าวมาแล้วจะทำการรับส่งไฟล์ได้ทีละไฟล์เท่านั้น และเราจะใช้สัญลักษณ์ ? หรือ * ประกอบเป็นชื่อไฟล์เพื่ออ้างอิงทีละหลายๆ ไฟล์ไม่ได้ แต่ในกรณีที่ต้องการรับหลายๆ ไฟล์จะใช้คำสั่ง mget แทนคำสั่ง get และการส่งไฟล์หลายๆ ไฟล์ก็จะใช้คำสั่ง mput แทนคำสั่ง put ซึ่งในการรับส่งไฟล์ด้วยคำสั่ง mget และ mput นั้นจะจะมีข้อความเพื่อให้ยืนยันด้วยอักษร "y" สำหรับแต่ละไฟล์ที่ต้องการรับส่ง (ถ้าต้องการข้ามไฟล์บางไฟล์ให้ตอบ "n" แทน) แต่ถ้าหากต้องการรับส่งทุกไฟล์โดยที่ไม่ต้องการตอบ "y" ไปทีละไฟล์ ก็ทำได้โดยใช้คำสั่ง prompt off เพิ่มเข้าไป ซึ่งจะทำการรับส่งให้ทุกไฟล์โดยไม่ถามอีก รูปแบบของการใช้คำสั่ง mget และ mput นั้นจะคล้ายกับในคำสั่ง get และ put ที่ได้กล่าวมาแล้ว ตัวอย่างเช่น ถ้าหากต้องการรับไฟล์ที่เป็น zip ทั้งหมดจะใช้คำสั่ง mget *.zip ในกรณีที่ต้องการรับส่งไฟล์หลายๆ ไฟล์โดยไม่ใช้สัญลักษณ์ ? หรือ * ก็สามารถใส่ชื่อไฟล์เรียงต่อกันไปได้เลย ตัวอย่างเช่น ต้องการรับไฟล์ชื่อ INDEX และ ws_FTP.zip ต่อเนื่องกัน เราจะสั่งได้ดังนี้ mget INDEX ws_FTP.zip ในการใช้คำสั่ง mget และ mput นั้น ชื่อของไฟล์ที่ได้ใหม่จะเหมือนกับไฟล์ต้นฉบับเดิม เราจะเปลี่ยนชื่อไฟล์ในขณะรับส่งตามแบบของคำสั่ง get และ put ไม่ได้

คำสั่งต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการโอนย้ายไฟล์โดยโปรแกรม FTP และคำสั่ง UNIX ได้สรุปไว้ ในตารางดังต่อไปนี้

การใช้ Telnet ในแบบตัวอักษร

เริ่มจากการเรียกโปรแกรม Telnet เพื่อเริ่มติดต่อกับคอมพิวเตอร์ปลายทาง ตามขั้นตอนดังนี้

1. ทำการ Login เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้ให้บริการหรือ ISP ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ หรือ "โฮสต์คอมพิวเตอร์" (Host Computer) ซึ่งในที่นี้จะเรียกว่าเป็น "โฮสต์ที่อยู่กับเรา" หรือ Local Host

2. เมื่อปรากฏ Prompt ของระบบปฏิบัติการบนเครื่องนั้นๆ ขึ้นให้เรียกใช้คำสั่ง Telnet ซึ่งมีรูปแบบการเรียกใช้งานคือ

telnet คือแอดเดรสของคอมพิวเตอร์ปลายทางที่ต้องการติดต่อด้วย ซึ่งเรียกว่าเป็น "โฮสต์ที่อยู่ไกลออกไป" หรือ Remote Host เช่น ต้องการติดต่อไปยัง NASA SPACELINK จะใช้คำสั่งดังนี้

telnet spacelink.msfc.nasa.gov

3 เมื่อทำการติดต่อกับคอมพิวเตอร์ปลายทางได้สำเร็จ เราจะต้องใส่รหัสอินเตอร์เน็ตและรหัสผ่านตามที่คอมพิวเตอร์ปลายทางระบุไว้ หรือผู้ให้บริการบางแห่งอาจจะให้เข้าสู่บริการที่จัดเตรียมไว้เลย ซึ่งจะต้องตรวจสอบจากคำแนะนำต่างๆ ที่ปรากฏบนจอภาพในขณะที่ใช้งาน และปฏิบัติตามให้ถูกต้อง

Back Next

Hosted by www.Geocities.ws

1