NaraweE

 

  าหารสุนัข    

 

 
 
         
 
          อาหารการกินเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ขาดไม่ได้ สุนัขก็เช่นเดียวกับคน จำเป็นต้องได้รับอาหารเพื่อเป็นพลังงานในการดำรงชีวิต และนำไปใช้ในการเสริมสร้างอวัยวะโครงสร้างต่างๆ ของร่างกาย เพื่อให้มีการเจริญเติบโตที่ดี มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง และดำรงชีพได้อย่างมีความสุข


           การให้อาหารสุนัขควรให้อาหารครบถ้วนทุกหมวดหมู่ ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ อันเป็นแหล่งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต (แป้ง) วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำ อาหารที่ถูกต้องจะมีผลต่อจิตใจและร่างกายของสุนัขอย่างมาก เช่น ทำให้มีสุขภาพจิตดี มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และเติบโตได้สัดส่วน โดยธรรมชาติแล้วสุนัขเป็นสัตว์กินเนื้อ ฟันของมันมีไว้สำหรับการกัดและตัด มิใช่บดเคี้ยวเหมือนสัตว์กินพืช ดังนั้น “เนื้อ” จึงนับเป็นอาหารธรรมชาติที่เหมาะสมมากสำหรับสุนัข เพราะตรงกับความต้องการของร่างกายหลายคนเลี้ยงสุนัขโดยให้กินอาหารผิดสัดส่วน เน้นแต่ข้าวซึ่งเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต ทำให้สุนัขตัวนั้นอ้วนเดินพุงห้อย อุ้ยอ้าย ไม่กระฉับกระเฉง และเจ็บป่วยได้ง่าย อาจกล่าวได้ว่าอาหารที่ผู้เลี้ยงจัดหาให้สุนัขจะต้องมีโภชนาการครบถ้วน และจะต้องมีอัตราส่วนที่สมดุลกัน การให้โภชนาการอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป ก็อาจทำให้โภชนาการอีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่ขาดไปได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องโภชนาการสำหรับสุนัข มีความจำเป็นสำหรับผู้เลี้ยงสุนัขเป็นอย่างมาก

           โปรตีน มีอยู่ในเนื้อสัตว์ เนื้อปลาและถั่วต่างๆ สุนัขนำประโยชน์ของโปรตีนแต่ละชนิดไปใช้ได้มากน้อยต่างกัน โปรตีนมีความสำคัญต่อสุนัขเกี่ยวกับการเจริญเติบโต การสร้างแอนติบอดี สำหรับป้องกันเชื้อโรค ซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้ขนงอกตลอดจนการสร้างเอนไซม์ต่างๆ เป็นต้น สุนัขที่กำลังเจริญเติบโตต้องการโปรตีนประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์

           คาร์โบไฮเดรต สุนัขต้องคาร์โบไฮเดรต ซึ่งมีอยู่ในน้ำตาล แป้ง และข้าวต่างๆ เพื่อเป็นกำลังงานในการเจริญเติบโต การผลิตน้ำนมและการทำงานประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ความต้องการพลังงานของสุนัขขึ้นอยู่กับพันธุ์ และระดับกิจกรรมของสุนัข เช่น สุนัขใช้งานย่อมต้องการพลังงานมากกว่าสุนัขที่นอนอยู่เฉยๆ

           ไขมัน สุนัขต้องการไขมันสำหรับกำลังงานหรือแคลอรีประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ ไขมันให้กำลังงานมากกว่าคาร์โบไฮเดรต 2 เท่า และไขมันยังมีกรดไขมัน ซึ่งมีความสำคัญต่อโภชนาการของสุนัขและการเจริญตามปกติของสุนัข สุนัขขาดกรดไขมันจะทำให้ผิวหนังแห้งและเจริญเติบโตช้า ถ้ามีไม่เพียงพอจะก่อให้เกิดอาการของโรคขึ้น นอกจากนี้ไขมันยังให้พลังงานเพื่อการเจริญเติบโตตลอดจนการสู้กับความเครียด ความหนาว และถ้าขาดมากเกินไปอาจทำให้ตายได้

           วิตามิน วิตามินหมายถึง สารจำนวนน้อยที่สำคัญต่อชีวิต ดังนั้น การให้วิตามินมากเกินไปจึงไม่จำเป็นและมีโทษด้วย วิตามินมีอยู่หลายชนิด ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต และช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ อาหารแต่ละอย่างจะให้วิตามิน แต่ละชนิดมากน้อยต่างกัน

           วิตามินเอ ช่วยในการต้านทานโรค มีในเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง น้ำมันตับปลา, วิตามินบี ควบคุมความสมบูรณ์ให้กับผิวหนัง ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ป้องกันโรคทางประสาท มีในไข่แดง นม ตับ, วิตามินซีช่วยบำรุงรักษาผิวหนังและขนของสุนัข แก้โรคลักปิดลักเปิด มีในพืชผัก ผลไม้, วิตามินดี ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและกระดูก มีในน้ำมันตับปลา วิตามินดีที่มีมากและเพียงพอ จะช่วยทำให้ธาตุแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสที่ไม่ได้อัตราส่วนนั้น ถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น, วิตามินอี มีความจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ และการผลิตน้ำนม ดังนั้นจึงควรให้วิตามินเหล่านี้แก่สุนัข โดยเฉพาะลูกสุนัข ปัจจุบันมีวิตามินขายอยู่ทั่วไปในท้องตลาด

           แร่ธาตุ มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ช่วยในการสร้างกระดูก ฟัน และเลือด ช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ อาหารแต่ละอย่างก็ให้แร่ธาตุแต่ละชนิดมากน้อยต่างกัน แร่ธาตุที่สำคัญคือ แคลเซียมและฟอสฟอรัส เป็นธาตุที่ช่วยเสริมให้กระดูกแข็งแรง ถ้าขาดไปจะทำให้สุนัขกลายเป็นโรคกระดูกอ่อน โค้งงอ หักง่าย แต่การที่แคลเซียมจะทำงานได้นั้น ต้องมีวิตามินมาช่วยด้วย ดังนั้นในการให้อาหารควรให้ทั้งแคลเซียม และน้ำมันตับปลาควบคู่กันไป


           การให้อาหารสุนัข

           ปริมาณอาหารที่จะให้แก่สุนัขนั้น แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละตัว เพราะขึ้นอยู่กับความต้องการพื้นฐานที่ต่างกัน เช่น ขนาด ช่วงวัยระยะตั้งท้อง กำลังป่วยหรือฟื้นไข้ เป็นต้น จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของสุนัขควรสังเกต เอาใจใส่และตัดสินใจให้ปริมาณอาหารในจำนวนที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละตัว อย่าให้สุนัขกินมาก หรือน้อยไปแต่ละมื้อ โดยอาจสังเกตจากท้องของสุนัขที่อิ่ม จะขยายมากกว่ากระดูกซี่โครงเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่กินจนป่องเต็มที่ หรือเอวกิ่วจนดูไม่ได้ และควรติดตามดูสภาพความสมบูรณ์ของสุนัข ซึ่งคงบอกได้คร่าวๆ ว่าสุนัขได้รับอาหารเพียงพอหรือไม่

           สุนัขท้อง อาหารที่ใช้เลี้ยงแม่สุนัขที่กำลังตั้งท้องนั้น ต้องให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง เป็นอาหารที่มีคุณภาพสูง โปรตีนมาก ไขมันน้อย ถ้าให้อาหารไม่ถูกต้อง ไม่ได้สัดส่วน จะทำให้แม่สุนัขไม่สมบูรณ์หรืออ้วนเกินไป ทำให้แม่สุนัขมีลูกน้อยตัวและตายมาก อาหารที่ให้จะต้องไม่รบกวนระบบการย่อย ซึ้งทำให้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ หรือท้องร่วง อาหารที่ควรให้ได้แก่ เกาเหลาเนื้อเปื่อย เนื้อสด เนื้อปลา น้ำนม ผักสด เป็นต้น ไม่ควรให้ข้าว หรือถั่ว หรือมันเทศมันฝรั่งซึ่งเป็นอาหารแป้งมาก เพราะจะทำให้อ้วน ถ้าสุนัขเคยกินอาหารที่ปนรำ ก็อาจจะให้รำละเอียดได้บ้างเล็กน้อย เพื่อช่วยไม่ให้ท้องผูก ขนาดและปริมาณอาหารที่ให้ในระยะ 6 อาทิตย์แรกของการตั้งท้อง พอๆ กับใช้เลี้ยงสุนัขโตเต็มวัยประจำวัน และเมื่ออีกประมาณ 11 วันจะคลอด ควรให้อาหารโปรตีน เช่น เนื้อหรือปลา แต่อย่างเดียว หรือเพิ่มอาหารโปรตีนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเห็นว่าแม่สุนัขผอมมาก ก็ควรเพิ่มอาหาร 20-30 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่สุนัขจะคลอดในระยะ 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า

           ก่อนคลอด 1 ถึง 2 วัน แม่สุนัขบางตัวจะไม่ค่อยกินอาหารหรือไม่กินเลย เพราะมัวแต่สาละวนอยู่กับรังคลอด หรือสถานที่คลอดลูก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ หลังคลอดแล้วก็จะกินอาหารได้เองที่ต้องระวังก็คืออย่าให้กินอาหารจนอ้วนเกินไป ทำให้คลอดยาก หรือให้อาหารน้อยเกินไป จนผอมไม่มีแรงเบ่งลูก

           อาหารลูกสุนัขหลังคลอด ควรให้ลูกสุนัขกินน้ำนมแม่หลังคลอดเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพื่อให้ได้รับ “น้ำนมเหลือง” ซึ่งมีโปรตีน, วิตามิน, ธาตุเหล็กมาก แต่มีน้ำตาลแล็กโทสน้อยกว่าน้ำนมปกติ นอกจากนี้ยังมีแอนติบอดี สำหรับป้องกันโรคต่างๆ ด้วยคุณสมบัติของน้ำนมนี้จะหายไปหลังคลอด 2 ถึง 3 วัน แต่ถ้าแม่สุนัขไม่มีน้ำนม หรือเต้านมเกิดเป็นโรคอักเสบ ก็ควรนำลูกสุนัขไปฝากกับแม่สุนัขที่มีน้ำนมตัวอื่น หรือให้อาหารอื่นแทน สำหรับลูกสุนัขครอกใหญ่มากไป น้ำนมแม่มีไม่พอกิน ก็ควรเพิ่มน้ำนมโค หรืออาหารสำหรับลูกสุนัขกำพร้าให้ลูกสุนัขกิน มิฉะนั้นแม่สุนัขจะมีสุขภาพทรุดโทรม และอาจเป็นอันตรายได้ น้ำนมที่เพิ่มให้นี้ควรให้เมื่อตอนลูกสุนัขมีอายุได้ 3 สัปดาห์ โดยใส่น้ำนมในจานเตี้ยๆ แล้วจับลูกสุนัขจุ่มปากลงในน้ำนม จนลูกสุนัขหัดกินเองได้

           อาหารลูกสุนัขกำพร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ยังไม่อย่านม ถ้าแม่สุนัขตาย ก็ควรให้กินน้ำนมเหลืองจากแม่สุนัขตัวอื่น แต่ถ้าหาไม่ได้ ก็ให้เตรียมอาหารสำหรับลูกสุนัขกำพร้าดังนี้คือ นมผงเลี้ยงทารก 50 กรัม, ไข่แดง 1 ฟอง, แคลเซียมฟอสเฟต 1 ช้อนชา, วิตามินเอ 1,000-4,000 หน่วยสากล, วิตามินดี 300-1,200 หน่วยสากล,น้ำสะอาด 100 ซี.ซี. หรือสูตรนมสด (ยูเอชที) 1 ถ้วยชา, วิตามินรวม 2-3 หยด, น้ำสะอาด 1 ถ้วยชา การผสมควรผสมทีละอย่างและคนให้ทั่วในแต่ละครั้งที่ผสม ถ้าเตรียมมากอาจต้องแช่ตู้เย็นเก็บไว้ เมื่อใช้เลี้ยงลูกสุนัข ก็นำมาอุ่นอุณหภูมิประมาณ 98 ถึง 100 องศาฟาเรนไฮต์ หรืออังพออุ่นมือจับได้ สำหรับลูกสุนัขตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 3 สัปดาห์ ให้กินทุกๆ 6-8 ชั่วโมง อายุต่อจากนี้ก็ให้กินทุกๆ 12 ชั่วโมง จนกระทั่งแข็งแรงและสามารถกินอาหารแข็งได้

           การให้น้ำนมลูกสุนัขนี้ จะใช้หลอดยาหยอดตา หรือขวดนมสำหรับเด็กดื่มก็ได้ ข้อควรระวังขณะให้ลูกสุนัขกินนมจากขวด คือ ต้องจับลูกสุนัขอุ้มนอนคว่ำ อย่าจับนอนหงายหรือแหงนหน้าสูง ควรอุ้มในระดับขนานกับพื้น เพราะจะสำรักน้ำนม หรือนมจะตกลงในปอด ทำให้ปอดบวมได้

           หลังจากให้สุนัขกินนมเสร็จแล้วทุกครั้ง ต้องทำการนวดกระตุ้นให้สุนัขขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ โดยใช้นิ้ว หรือสำลีถูเบาๆ บริเวณช่วงระหว่างก้นกับรูเปิดของอวัยวะเพศ การกระตุ้น ดังกล่าวจำเป็นมากในระยะ 10 วันแรก

           อาหารสุนัขแม่ลูกอ่อน อาหารที่ใช้เลี้ยงสุนัขแม่ลูกอ่อนนี้ไม่ได้ให้เฉพาะแม่สุนัขเท่านั้น มันต้องถ่ายทอดไปยังลูกสุนัขด้วย โดยการเปลี่ยนเป็นน้ำนม ดังนั้น ช่วงที่ลูกสุนัขกินนม ควรให้อาหารเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าของอาหารที่เคยใต้ตามปกติ จนลูกสุนัขอายุ 3-4 สัปดาห์ นอกจากนี้ ในอาหารควรจะต้องเพิ่มแร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส เพราะขณะที่แม่สุนัขกำลังให้นมลูกจะถูกดึงแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากร่างกายไปยังน้ำนม คือแสดงอาการชัก เกร็ง น้ำลายไหลยืด ดังนั้น ควรหาทางป้องกันโดยการเพิ่มแคลเซียมลงในอาหารตามความจำเป็น

           หลังจากสัปดาห์ที่ 5 เป็นต้นไป ลูกสุนัขก็จะเริ่มกินอาหารแข็ง และกินน้ำนมลดลง แม่สุนัขก็ควรกินอาหารลดลงด้วยในวันที่สองถึงวันที่สี่ ให้อาหารน้อยลงกว่าที่ให้ 1/4, 1/2, 3/4 ของอาหารที่ให้ตามปกติตามลำดับ และวันที่ห้าก็ให้อาหารตามปกติ การลดอาหารแล้วมาเพิ่มขึ้นจะทำให้แม่สุนัขผลิตน้ำนมลดลง และช่วยรักษาเต้านมให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

           อาหารสุนัขหย่านม ลูกสุนัขหย่านมเมื่ออายุประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ แต่ลูกสุนัขจะเริ่มกินอาหารได้แล้วเมื่ออายุ 3-4 สัปดาห์ อาหารที่เหมาะสมสำหรับลูกสุนัขหย่านมใหม่ๆ นี้ ใช้สูตรเดียวกับสูตรอาหารสำหรับแม่สุนัขกำลังเลี้ยงลูก เพราะสุนัขทั้งสองวัยต่างต้องการธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส รวมทั้งวิตามินในอัตราที่สูงเพื่อนำไปเสริมสร้างกระดูกในลูกสุนัข และทดแทนส่วนที่เสียไปกับนมแม่ นอกจากนี้ยังต้องการปริมาณโปรตีนสูงด้วย ดังนั้น สูตรอาหารสำหรับลูกสุนัขหย่านมและแม่สุนัขในช่วงนี้ ควรใช้สูตร เนื้อสัตว์บด 55 ส่วน, ข้าว 23 ส่วน, ผัก 8 ส่วน, ไขมัน 6 ส่วน, วิตามินและเกลือแร่ 3 ส่วน สุนัขขนาดปานกลาง เช่น พันธุ์พอยท์เตอร์ หรือเซตเตอร์ เมื่ออายุ 5 ถึง 6 สัปดาห์ จะกินอาหารประมาณ 3 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว สำหรับแม่สุนัขก็ให้กินมากกว่าปกติ 2 ถึง 3 เท่า ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณลูกที่ต้องเลี้ยง ลูกมากก็กินมาก ลูกน้อยก็กินน้อย สุนัข สำหรับเวลาที่เหมาะควรให้อาหารลูกสุนัขวันละ 3 เวลา จนอายุ 3 เดือน ต่อจากนั้นจึงให้วันละ 2 เวลา จนถึงอายุ 8 ถึง 9 เดือน ผู้เลี้ยงอาจให้อาหารวันละครั้งเดียวก็ได้ถ้าไม่สะดวก แต่ต้องให้มีอาหารพอกิน 24 ชั่วโมง

           อาหารสุนัขโตเต็มวัย สุนัขเมื่อเติบโตเต็มวัย อายุมากขึ้นความต้องการอาหารก็ลดลง ถ้าให้กินมากก็จะทำให้อ้วน ซึ่งทำให้เปลืองค่าใช้จ่ายและสุนัขจะอายุสั้น จึงควรลดจำนวนอาหารในระยะนี้ เมื่อสุนัขโตเต็มที่ ให้อาหารที่มีคุณภาพวันละครั้งก็พอ สูตรอาหารมาตรฐานที่ง่ายต่อการเตรียมและมีคุณค่า ได้แก่ สูตรเนื้อบด 30 ส่วน, ข้าว 35 ส่วน, ผักต้ม 27 ส่วน, ไขมัน 4 ส่วน, วิตามินและเกลือแร่ 1 ส่วน, ยีสต์ผงหรือเม็ด 3 ส่วน ผสมอาหารสูตรนี้โดยน้ำหนัก ทำให้สุก ให้กินเวลาเดียวกันทุกวันตามความสะดวกของผู้เลี้ยง ควรให้อาหารตอนเย็นเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้สุนัขไม่กวนในเวลากลางคืน ถ้าให้อาหารที่ไม่มีคุณภาพและจำนวนน้อยเกินไป จะทำให้สุนัขมีจนหยาบ ไม่เป็นเงา รูปร่างผอม ความต้านทานต่อโรคน้อย

           ควรให้สุนัขมีโอกาสแทะกระดูก เพื่อรักษาฟันให้แข็งแรงและสะอาด กระดูกที่ให้ไม่ควรเป็นกระดูกที่เคี้ยวแล้วแตกละเอียด เช่น กระดูกไก่หรือปลา เพราะอาจทำอันตรายให้กับลำไส้สุนัขได้

           นมก็เป็นอาหารที่สำคัญมากสำหรับลูกสุนัข แต่ไม่จำเป็นสำหรับสุนัขที่แข็งแรงแล้ว อย่าพยายามให้อาหารมากเกินไปเพื่อเร่งให้สุนัขโต เพราะจะมีผลเสียทำให้รูปร่างไม่ได้สัดส่วนเมื่ออายุมากขึ้น สำหรับสุนัขป่วยควรให้อาหารทีละน้อย แต่ให้บ่อยขึ้น ไขดิบ เนื้อบด นม และวิตามินเสริม เป็นอาหารที่มีประโยชน์มากต่อสุนัขป่วยและสุนัขตั้งท้อง

           สำหรับภาชนะที่ใช้ใส่อาหารให้สุนัข ควรแยกอาหารและน้ำจากกัน ภาชนะที่ใช้ต้องหนักพอสมควร เพื่อไม่ให้คว่ำหรือเลื่อนได้ง่ายขณะกำลังกิน และควรทำความสะอาดชามทุกครั้งที่สุนัขกินเสร็จ อย่าทิ้งเศษอาหารไว้ในชาม เพราะจะทำให้สุนัขคิดว่ามันสามารถกินเวลาใดก็ได้ อันจะเป็นการเพาะนิสัยไม่ดี ควรให้อาหารตรงเวลา และหัดให้กินอาหารในช่วงเวลานั้นเท่านั้น อย่าให้สุนัขกินอาหารหรือรับขนมจากผู้อื่น หรือกินอาหารที่ตกอยู่บนพื้นทั้งหมดนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้สุนัขรอดพ้นจากการถูกวางยาได้

           สำหรับการเลี้ยงสุนัขในประเทศไทยปัจจุบันนี้ ถ้าผู้เลี้ยงซื้ออาหารสำเร็จรูปสำหรับสุนัขที่ขายกันอยู่ส่วนใหญ่ ก็จะได้คุณค่าอาหารพอ ซึ่งก็มีทั้งแบบเม็ดและแบบเปียก หรือเนื้อจริงๆ แต่บางครั้งถ้านำมาให้สุนัขกินทันที สุนัขอาจไม่กินเพราะไม่เคยชินจึงต้องมีการฝึกหัดให้กินก่อน โดยการผสมอาหารสำเร็จรูปจำนวนเล็กน้อยลงในอาหารเดิมที่เคยใช้เลี้ยงสุนัขอยู่ก่อน เมื่อเห็นว่าสุนัขไม่สงสัย กินได้ตามปกติ จึงค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนอาหารสำเร็จรูปขึ้นไปทีละน้อย ทำเช่นนี้บ่อยๆ จนกว่าสุนัขตัวนั้นจะกินอาหารสำเร็จรูปล้วนๆ ได้ บางท้องที่ถ้าอาหารสำเร็จรูปหาซื้อยาก ก็ควรใช้อาหารไก่สำหรับไก่ไข่ โดยนำมาต้มเล็กน้อย เพิ่มเศษเนื้อและผักต้มลงไปพอสมควรก็ใช้ได้
      

    

 
 

 
 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1