NaraweE

 

  สุนัข  

 

 
 

 
          ในการที่จะเลี้ยงสุนัขที่เจ้าของรักให้มีอายุยืนนานนั้น ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องเลี้ยงสุนัขให้แข็งแรง ถ้าผู้เลี้ยงได้มีการเลี้ยงดูดี สุนัขก็จะมีความต้านทานต่อโรคต่างๆ ได้ดี อาการเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆ จะเป็นไปได้ยาก ในทางตรงกันข้าม หากสุนัขไม่ได้รับการเอาใจใส่เลี้ยงดูให้ดีตามสมควรแล้ว สุนัขนั้นย่อมมีกำลังต้านทานโรคต่างๆ ได้น้อย จึงมักมีโอกาสเป็นโรคภัยได้ง่าย อย่างไรก็ดีการเลี้ยงสุนัขให้ปราศจากโรคต่างๆ นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ดังนั้นจึงสมควรที่ผู้เลี้ยงจะได้ทราบเรื่องราวของโรคสุนัข และวิธีบำบัดรักษาโรคโดยสังเขปไว้บ้างเพื่อป้องกันและรักษาโรคที่ถูกต้อง


          1.โรคไข้หัด หรือดิสเทมเปอร์ เป็นโรคฮิตติดอันดับสำหรับสุนัขโรคหนึ่ง โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส มักเกิดกับลูกสุนัขอายุน้อยๆ ตั้งแต่ 2-3 เดือนเป็นต้นไป บางครั้งก็พบว่าเกิดในสุนัขอาวุโสได้เช่นกัน เป็นแล้วโอกาสหายสำหรับสุนัขที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ค่อนข้างต่ำ น้อยตัวนักที่จะหาย ถึงจะหายแต่ก็ไม่ปกติ มักแสดงอาการทางประสาท คือ กระตุกหรือชักตลอดชีวิต ส่วนใหญ่แล้วตาบอย่างค่อนข้างทรมาน

          อาการของโรคนี้มักแสดงออกทางระบบการหายใจก่อน คือมีขี้มูกสีเขียวไหลย้อย ดูเหมือนปอดบวม มีไข้ เบื่ออาหาร ซึม มีตุ่มหนองขึ้นใต้ท้อง มีขี้ตาสีเขียวๆ เกรอะกรังตลอดเวลา เมื่ออาการทวีความรุนแรงขึ้นจะพบว่ามีอาการทางประสาท คือ ริมฝีปากสั่น กระตุก และจะลามไปที่บริเวณหนังหัว ใบหน้า ขาหลัง อาจพบว่าบริเวณฝ่าเท้ากระด้างขึ้น บางรายพบว่ามีท้องร่วงร่วมด้วย สุดท้ายของโรคมักตาย นับเป็นภัยใหญ่หลวงชนิดหนึ่งของลูกสุนัข แต่สามารถป้องกันได้โดยการพาลูกสุนัขไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดตั้งแต่อายุ 2 เดือน เป็นเข็มแรก หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนก็พาไปรับการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง เป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและฉีดซ้ำทุกๆ ปี ปีละ 1 ครั้ง

          2.โรคพาว์โวไวรัส หรือลำไส้อักเสบ โรคพาว์โวไวรัส หรือลำไส้อักเสบเป็นโรคที่มีการระบาดไปทั่วโรค และแพร่เข้ามาสู่ในประเทศไทยเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง นับเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสุนัขที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล การระบาดเกิดขึ้นได้ง่าย รวดเร็วและรุนแรง ทำให้สุนัขตายไปเป็นจำนวนมากด้วยอาหารท้องเดิน อาเจียน ไม่กินอาหาร ไข้สูง ร่างกายสูญเสียน้ำมาก ทำให้สุนัขตายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลูกสุนัข อัตราการติดต่อโรคสูงมาก

          โรคลำไส้อักเสบจากไวรัสนี้มักพบบ่อยในลูกสุนัขอายุตั้งแต่ 2 ถึง 6 เดือน หลังจากได้รับเชื้อโรคไปแล้วประมาณ 5-7 วัน ลูกสุนัขจะไม่กินอาหาร มีไข้สูงๆ ต่ำๆ แสดงอาการอาเจียนบ่อยครั้ง ต่อมาไข้จะสูงขึ้น นอนซึม หมดแรงเพราะอาเจียนอย่างมาก พร้อมกันนี้ก็เริ่มมีอาการท้องร่วง ถ่ายออกมาเป็นน้ำเหลวสีโอวัลตินหรือสีแดง เพราะมีเลือดสดๆ ปนออกมา มีกลิ่นเหม็นคาวมาก ไวรัสจะเข้าไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ช็อคตายได้อย่างรวดเร็วอัตราการตายของลูกสุนัขจะสูงมาก ส่วนสุนัขโตแพ้โรคนี้น้อย สุนัขโดเบอร์แมน, เกรท เดน จะแพ้โรคนี้อย่างรุนแรง

          โดยปกติโรคนี้ไม่มียารักษาโดยตรง เพียงแต่รักษาตามอาการที่พบเท่านั้น ทางที่ดีควรหาทางป้องกันไว้ก่อน โดยการฉีดวัคซีนตั้งแต่เมื่อลูกสุนัขอายุได้ 2 เดือน และกระตุ้นภูมิคุ้นกันโดยฉีดวัคซีนซ้ำอีกครั้งเมื่ออายุได้ 3 เดือน หลังจากนั้นก็ฉีกกระตุ้นทุกๆ ปี ปีละ 1 ครั้ง

          3.โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคที่มนุษย์รู้จักมากว่า 500 ปีแล้ว เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ เรบี้ส์ (Rabies) ไวรัส ชื่อ เรบี้ส์ (Rabies) ไวรัสนี้ชอบอาศัยอยู่ในระบบประสาทมากที่สุด จึงทำให้สัตว์ที่ป่วยโลกนี้แสดงอาการทางประสาทออกมาอย่างเด่นชัด เป็นเหตุให้เรียกได้ว่า บ้า นอกจากเป็นกับสุนัขแล้ว ยังติดกับสัตว์อื่นๆรวมทั้งคน การติดโรคติดโรคนี้เชื้อจะเข้าทางบาดแผลที่ถุกกัด แล้วจะแสดงอาการป่วยภายใน 21 ถึง 60 วัน หรืออาจจะเป็นก่อนหรือหลังนี้ก็ได้ อาการสุนัขบ้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบดุร้ายกับแบบซึม

          อาการแบบซึมสุนัขจะไม่แสดงอาการดุร้ายหรือกัดคน นอกจากจะพยายามจับหรือเข้าใกล้ตัว อาจมีอาการขู่หรือกัดได้ สุนัขจะหลบซ่อนตัวตามซอกมุมมือ ไม่ออกมากินน้ำ อาหาร อ้าปากลิ้นห้อย ขากรรไกรแข็ง น้ำลายไหลยืด น้ำลายไหลตลอดเวลา บางครั้งออกกินน้ำและอาหารได้ แต่ส่วนใหญ่จะเลียน้ำไม่เข้าปาก คล้ายกับมีอะไรติดอยู่ในคอ จะซึมอยู่เช่นนี้จนตายไป

          ส่วนอาการชนิดดุร้าย สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ระยะเริ่มแรกอารมณ์และอุปนิสัยของสุนัขเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เจ้าของที่อยู่ใกล้ชิดจะสังเกตได้เช่น เคยคลุกคลีอยู่ก็จะแยกตัวออกไป มีอารมณ์หงุดหงิด อุณหภูมิสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย ถ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด รูม่านตาจะขยายโตกว่าปกติ สุนัขจะมีอาการเริ่มแรกอยู่ 2-3 วัน ก็เข้าสู่ระยะที่ 2 หรือระยะตื่นเต้น เป็นระยะที่แสดงอาการกระวนกระวาย ระบบประสาทตอบสนองอย่างฉับไวและรุนแรงต่อเสียงหรือสิ่งกระตุ้นต่างๆ ต่อมาอาการตื่นเต้นกระวนกระวายใจ เพิ่มมากขึ้น แสดงอาการงับแมลงหรือวัตถุที่ขวางหน้า ถ้ากักขังจะกัดอย่างรุนแรงจนเลือดกลบปากหรือฟันหัก กัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น ก้อนหิน ก้อนดิน เศษไม้ แล้วเริ่มออกวิ่งโดยไร้จุดหมาย เป็นลักษณะของความบ้าคลั่งอย่างชัดเจน เสียงเห่าหอนจะผิดไป เนื่องจากเกิดอัมพาตของกล้าเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเคี้ยวและการกลืน สุนัขอาจแสดงอาการขยอกหรือขย่อน คายสิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในลำคอ ต่อมาอาการอัมพาตจะแพร่ขยายลามไปทั้งตัวและตายภายใน 2-4 วันหลังจากเริ่มแสดงอาการ

          เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าไม่สามารถรักษาได้ เป็นแล้วตาย 100 % จึงจำเป็นต้องป้องกันโรคไว้ล่วงหน้า โดยการฉีดวัคซีน เมื่อสุนัขอายุ 3 เดือนขึ้นไป และฉีดซ้ำทุกๆ ปี ถ้าเป็นสุนัขที่อายุต่ำกว่า 3 เดือน หากนำไปฉีกวัคซีนแล้ว ต้องฉีดซ้ำครั้งเมื่ออายุ 3 เดือน จากนั้นก็ฉีดซ้ำทุกๆ ปี เช่นกัน

          4.โรคปอดบวม โรคนี้พบมากในลูกสุนัขเล็กๆ และในสุนัขชรา เพราะทั้งสองวัยมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอพอๆ กัน ส่วนสุนัขรุ่นๆไม่ค่อยพบ เนื่องจากสภาพร่างกายแข็งแรง โรคปอดบวมในสุนัขเกิดจากสาเหตุหลายประการ ได้แก่ เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย พยาธิเข้าทำลายปอด ทำให้ปอดอักเสบ แต่ที่เกิดจากแบคทีเรียจะเป็นส่วนใหญ่ สุนัขจะแสดงอาการซึม มีไข้สูงมากอาจถึง 106 องศาฟาเรนไฮด์ เบื่ออาหาร จนถึงไม่กินอาหาร ชอบหลบไปนอนในที่เย็นๆ เช่น ห้องน้ำ ข้างโอ่ง หายใจกระหืดกระหอบ มีขี้มูกไหลออกมาสีขาวถึงสีเขียวข้น บางครั้งมีอาเจียน ไอ มีเสลดหนาในลำคอ บางตัวเป็นมากๆ น้ำท่วมปอดต้องนั่งตลอดเวลา นอนไม่ได้หายใจไม่ออก ซ้ำร้ายต้องหายใจทางปากตลอดเวลา

          พราะจมูกอุดตันเต็มไปด้วยน้ำมูก ข้อควรปฏิบัติคือ ควรดูแลเลี้ยงให้อาหารอย่างดี รักษาความสะอาด ให้ความอบอุ่น ใส่เสื้อหนาๆ โดยเฉพาะที่คอ หน้าอกและหลัง ห่มผ้า ปูรองพื้นที่นอนด้วยผ้า อย่าให้นอนในที่เย็นอับชื้น หรือโดยฝนสาด และนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษา

          5.เห็บสุนัข ประเทศไทยเราเป็นเมืองที่มีฤดูร้อน ฤดูฝน อากาศอับชื้นเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเห็บและหมัด เห็บที่อยู่ตามตัวสุนัขนี้จะไข่ครั้งละหลายพันฟองตามพื้นดิน ตามสนามหญ้าแล้วจึงกระโดดเกาะไต่ขึ้นไปหากินดูดเลือดตามตัวสุนัข เห็บที่พบบนตัวสุนัขมี 2 ประเภท คือ พวกหนึ่งเป็นตัวเล็กๆ แบนๆ สีน้ำตาล ส่วนอีกพวกหนึ่ง โตบวมเป่งสีเทาดูคล้ายๆ ลูกหยี ทั้งคู่เป็นเห็บชนิดเดียวกัน เพียงแต่พวกแรกเป็นตัวผู้ และพวกหลังเป็นตัวเมีย ที่กินเลือดและมีไข่เต็มท้อง พร้อมที่จะกระโดดจากตัวสุนัขลงไปวางไข่บนดิน ตังอ่อนที่ฟักออกจากไข่สามารถอยู่ได้นานเป็นปี ดังนั้นจึงพบว่ามีเห็บอยู่ตามตัวสุนัขมากและฆ่าไม่หมด พบอยู่เป็นประจำ โดยจะพบได้ตามบริเวณลำคอ ไหล่ หน้าอก ใบหู รูหูและบริเวณง่ามนิ้วเท้า เห็บจะดูดเลือดจากสุนัขกิน ทำให้สุนัขซูบซีด นำโรคหยาธิในเส้นเลือดมาแพร่ เห็บในรูหูทำให้เกิดอาการอักเสบในช่องหู สุนัขบางตัวแพ้น้ำลายของเห็บ ทำให้เกิดอาการไข้สูง หิวหนังอักเสบและคันมาก

          การป้องกันเห็บ ควรให้น้ำยาฆ่าเห็บโรยตามบริเวณบ้าน คอกกรง ซอกข้างฝา หรือที่สงสัยว่ามีไข่เห็บ อาบน้ำด้วยยากำจักเห็บหรือใช้ยาฆ่าเห็บชนิดแป้งโรยตัว ใส่ปลอกคอป้องกันเห็บ หรือทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเห็บน้อยลงแล้ว ก็ควรป้องกันไม่ให้สุนัขที่ปลอดเห็บแล้วออกไปคลุกคลีกับสุนัขตัวอื่นๆ นอกบ้าน ซึ่งอาจมีเห็บจำนวนมากแพร่มายังสุนัขได้อีก

          การตรวจตราเห็บตามตัวสุนัข เมื่อพบเห็บแล้วไม่ควรบี้เห็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเมียลงบนพื้น เพราะเท่ากับเป็นการแพร่กระจายไข่ของเห็บออกไปอีก ฉะนั้นเมื่อจับเห็บได้แล้วควรหย่อนลงในขวดที่หย่อนน้ำมันเอาไว้ เห็บก็จำตายและและป้องกันการกระจายของไข่ได้อีกด้วย

          6.พยาธิไส้เดือน พยาธิไส้เดือนหรือเรียกว่าพยาธิตัวกลม อาศัยอยู่ในลำไส้สุนัขเช่นกัน ขนาดตัวยาว 2-3 นิ้ว จะดูดกินอาหารที่กระเพาะอาหารย่อยแล้ว พบมากในลูกสุนัข คอยแย่งอาหารที่ได้รับการย่อย พร้อมที่ร่างกายสุนัขจะดูดซึมไปใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีน แต่กลับถูกพยาธิแย่งไป พยาธิจะเติบโตดี ขณะเดียวกันสุนัขก็โตแต่ส่วนพุง เพราะเต็มไปด้วยพยาธิ และเกิดสภาวะท้องมาน คือมีน้ำขังอยู่ในช่องท้อง เนื่องจากน้ำซึมผ่านเส้นเลือดออกมารวมกันอยู่ภายในช่องท้อง จึงทำให้เกิดท้องโตยิ่งขึ้นกว่าเดิม

          ในลูกสุนัขจะพบว่ามีอาการท้องป่องคล้ายกับกินอาหารอิ่มทั้งวัน ถ่ายอุจจาระเหลว ถ้ามีพยาธิจะไปอุดตันท่อน้ำดี เกิดอาการดีซ่าน บางตัวมีพยาธิไส้เดือนตัวแก่มหาศาลขยุกขยิกเป็นก้อนจุกแน่นอยู่ในลำไส้ ทำให้อาหารไม่สามารถผ่านไปได้ ตามปกติ ผลสุดท้ายลูกสุนัขก็จะตาย

          การติดต่อของโรคพยาธิไส้เดือนเหมือนกับพยาธิปากขอ คือสุนัขกินไข่แก่ที่มีไข่พยาธิเข้าไป หรือชอนไชผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนี้ลูกสุนัขอาจมีพยาธิตั้งอยู่ในท้องแม่โดยชอนไชเข้ากระแสเลือดที่ไปเลี้ยงลูกสุนัขในมดลูกผ่านทางรก

          การป้องกันพยาธิไส้เดือนจะต้องทำก่อนที่จะผสมพันธุ์สุนัขและในช่วงท้ายๆ ของอาการตั้งท้อง พอลูกสุนัขเกิดมาได้ 2-3 อาทิตย์ จึงถ่ายพยาธิอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็พิจารณาที่จะทำทุก 3-4 เดือน เหมือนกับการถ่ายพยาธิปากขอ ส่วนการรักษาสุนัขที่เป็นพยาธิมาแล้ว ก็อาจใช้ยา เปปเปอร์ราซีนให้กินตามคำแนะนำในฉลาก

          7.ขี้เรื้อน ขี้เรื้อน หรือสุนัขขี้เรื้อน เป็นคำไทยที่นิยมใช้ลูกสุนัขที่เป็นโรคผิวหนัง ขนร่วง และมีอาการคัน ผอมโซ ชาวบ้านทั่วไปรู้จักสุนัขขี้เรื้อนด้วยกันทุกคน บางคนบอกว่าขี้เรื้อนต้องใช้น้ำมันเครื่องทาตัว บางคนบอกว่าให้เอาน้ำหน่อไม้ดองราดจะหาย บางคนรักษาอย่างไรก็ไม่หาย ดังนั้นจึงควรที่จะรู้จักโรคเรื้อนกันถ่องแท้ต่อไป

          สุนัขเป็นขี้เรื้อนจะมีอาการคัน ใช้เท้าเกาตามลำตัว หรืออาจถูตามต้นไม้ ขนตามร่างกายจะร่วง หรือบางตัวขนตามหลังจะร่วง ซูบผอม เดินโซเซ สุนัขบางตัวขนร่วงหมด จนถูกขนานนามว่าหมาหนังกลับ

          สาเหตุของขี้เรื้อนมีต่างๆกัน เช่น เกิดจากเห็บ หมัด จากการแพ้ต่างๆ จากพยาธิหัวใจ จากการขาดฮอร์โมนบางชนิด แต่สาเหตุที่แท้จริงและเป็นขี้เรื้อนขนานแท้คือ เกิดจากพยาธิผิวหนังทำให้ผิวหนังคัน ขนร่วง เป็นทั้งตัวก็ได้ หรือเป็นเฉพาะที่ก็ได้ จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ให้ตรวจ โดยขูดเอาผิวหนังมาส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาพยาธิ ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิด คือ

          1.ชนิดที่อยู่ที่ผิวหนัง เรียกว่า เชื้อซาคอปติค เป็นขี้เรื้อนแห้งเพราะสุนัขจะแสดงอาการคัน ขนร่วงตกสะเก็ดแห้งๆ ตามตัว ขี้เรื้อนนี้ไม่รุนแรงนัก และรักษาให้หายขาดได้

          2.ขี้เรื้อนที่อยู่ในต่อมน้ำเหลือง ที่รากโคนขน เกิดจากเชื้อดีโมเด็กซ์ ชาวบ้านนิยมเรียก ขี้เรื้อนเปียก เพราะผิวหนังของสุนัขที่มีเชื้อจะมีหนองเยิ้ม มันจะแทรกซอนตัวเองลงไปในรูขุมขน ทำให้รักษาได้ยาก

          การรักษาขี้เรื้อนต้องอดทน เพราะใช้เวลาในการรักษานาน นอกจากให้สัตวแพทย์รักษาแล้ว อาจทำได้เองโดยเฉพาะขี้เรื้อนแห้ง ให้ตัดขนบริเวณนั้นออก แล้วขูดผิวหนัง ฟอกด้วยสบู่อ่อนๆ แล้วจึงค่อยๆทายาพวกขี้ผึ้งกำมะถัน ผสมน้ำมันมะพร้าวทาทุกวันจนกว่าจะหาย หากเป็นขี้เรื้อนเปียก ควรจะขูดผิวหนังลึกๆ ถึงรากขน หรือขูดให้เลือด ซิบๆ แล้วฟอกด้วยสบู่ที่ใช้รักษาโรคเรื้อนแล้วทาด้วยยาฆ่าแมลง เช่น เบนซิลเบนโซเอท แล้วจึงใช้ยาพวก กำมะถันทา ถ้าหากเป็นมากๆ ควรแบ่งรักษาเป็นส่วนๆไป
ตับอักเสบ
รายงานจากสัตวแพทย์บ่งว่า การแพร่เชื้อของไวรัสนี้มีจำนวนมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ทั่วๆไปแล้วสุนัขที่ยังเล็กอยู่จะเป็นเหยื่อของโรคนี้ อาการที่เห็นได้ชัดคือ ง่วงซึม อาเจียน อยากน้ำอย่างแรง เบื่ออาหาร และอุณหภูมิสูง อาการใกล้เคียงกับดีสเทมเปอร์มาก อาการที่อาจเกิดร่วมกับอาการดังกล่าวคือ หัว ลำคอ และท้อง บวม เชื้อโรคนี้จะแพร่ไปเร็วมาก อาจตายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง การป้องกันก็คือ ฉีดวัคซีนกันแต่เนิ่นๆ

          ตะโพกลีบ โรคนี้ส่วนใหญ่เป็นกับสุนัขใหญ่มากกว่าสุนัขเล็ก แต่ถึงอย่างไรก็สามารถเกิดกับสุนัขได้ทุกขนาด สาเหตุที่เกิดขึ้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าเป็นกรรมพันธุ์ และเมื่อเป็นแล้วไม่มีทางรักษา และอันตรายขึ้นอยู่กับอาการของโรคจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน โดยทั่วไปโรคนี้อาจเกิดจากความไม่ดีพอระหว่างรอยเชื่อมสะโพก กระดูกขาอ่อน และไขข้อ และเกิดจากการไม่เข้ารูปทรงของกระดูกส่วนใดส่วนหนึ่ง ทั้งกระดูกส่วนของต้นขาอ่อนอาจเลื่อนหลุดจากเบ้า

          โรคนี้เป็นสาเหตุให้เกิดอาการขาหลังแข็ง จะเกิดอาการปวดและเคลื่อนไหวได้ช้าลำบาก มันจะเป็นแพร่หลานในหมู่ลูกสุนัข และจะสังเกตุได้ภายในอายุ 2 เดือน ความรุนแรงอาจเกิดได้ในอายุ 6 เดือน ถ้าสงสัยว่าสุนัขเป็นโรคนี้ ควรนำสุนัขไปเอ็กซเรย์ และถ้าหากป่วยก็จะไม่ให้ได้รับการผสมพันธุ์ โรคนี้อาจมียาที่ช่วยระงับความปวดและให้สุนัขได้เคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น

          หนาวสั่น หลอดลมอักเสบ นิวเมอเนีย โรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ อาจเกิดกับสุนัขได้ เพราะมันถูกบังคับให้อยู่ภายใต้บรรยากาศที่คนสร้างมากกว่าบรรยากาศตามธรรมชาติ ถูกความเย็นหรือลมหลังอาบน้ำ นอนใกล้แอร์หรือทางที่พัดลมพัดโรคนี้ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ การปฏิบัติก็เหมือนกับที่ทำกับเด็กยามเป็นโรคเดียวกัน ให้สุนัขอยู่ในที่ซึ่งอบอุ่น เงียบ และบำรุงรักษามันอย่างดี

          โรคเบาหวาน โรคนี้เป็นโรคซึ่งเกิดจากความสมดุลย์ของน้ำตาลในร่างกายถูกทำลายเพระความผิดปกติของการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน อาการจะเริ่มโดยระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น และจำนวนน้ำตาลที่เกินก็จะถูกขับออกมาเป็นปัสสาวะ ลักษณะของอาการที่ปรากฎคือ กระหายน้ำอย่างรุนแรง ปัสสาวะถี่ขึ้น ขณะที่รับประทานอาหารเพิ่มขึ้น อาการที่เกิดขึ้นนั้นจะสังเกตุได้ก็ต่อเมื่อมันรุนแรงแล้ว ดังนั้น ถ้ามองข้ามไป สุนัขมันจะแย่และซูบผอมลงอย่างรวดเร็ว ถ้าถึงขั้นโคม่า ก็จะตายในที่สุด
การปฏิบัติก็ทำเช่นเดียวกับคนที่เป็นโรคนี้ ฉีดอินซูลินเพื่อใช้ทดแทนอินซูลินในร่างกายเข้าไป ถ้าจำเป็น การอดอาหารก็เป็นการลดไขมันลงได้อย่างเร็ว อดอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต และไปเพิ่มอาหารจำพวกโปรตีน


          พยาธิหนอนหัวใจ พยาธิหนอนหัวใจที่เข้าไปอยู่เต็มในสุนัขนั้น ตัวพาหะคือ ยุง โรคนี้ก็ให้เกิดปัญหาร้ายกับสุขภาพไม่น้อย สุนัขที่เป็นโรคนี้จะเหนื่อยง่าย หายใจยาก ไอ และน้ำหนักลด ทั้งๆที่เจริญอาหาร ถ้าหากรู้เป็นตั้งแต่ขั้นแรก โรคนี้ก็ถูกขจัดออกไปได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตาม การให้ยาป้องกันพยาธิในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝนก็เป็นการดี สัตวแพทย์ของคุณจะนำตัวอย่างเลือดไปทำการทดสอบเพื่อดูว่าเป็นพยาธิชนิดไหน พยาธิตัวแก่จะพบมากที่หัวใจซีกขวา ปอด และเส้นเลือดแดง มันจะปล่อยเป็นเชื้อที่ขนาดเล็กมากเชื้อนี้จะวนเวียนอยู่ในกระแสเลือดของสุนัข จนกว่ายุงจะมาไข่และปล่อยเชื้อเป็นตัวอ่อนซึ่งเติบโตขึ้นมาเป็นวัฏจักร การส่องกล้องหาพยาธิพวกนี้เป็นเรื่องจำเป็นเพราะมันมีขนาดเล็กและมีจำนวนมาก

          ความเจ็บป่วยทางผิวหนัง รอยถลอกหรืออะไรที่เกิดขึ้นจะชี้ถึงความผิดปกติได้ทั้งสิ้น เมื่อไรที่คุณตกแต่งร่างกายสุนัขคุณ คอยมองหาจุดแดงๆซึ่งอาจชี้ได้ว่าเป็นขี้เรื้อน หรือแผลเปื่อย หรือเชื้อรา แทนที่จะดูแลสุนัขเอง ควรนำไปให้สัตวแพทย์ตรวจ


          โรคเรื้อน หรือ เปื่อย โรคนี้ส่วนใหญ่แทบทั้งหมดจะเกิดในช่วงเดือนที่เป็นช่วงฤดูร้อน และเกิดกับสุนัขที่แผ่นหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงโคนหาง โรคนี้ไม่เหมือนขี้เรื้อน เพราะไม่ได้เกิดจากสัตว์ที่เกาะอาศัยผิวหนัง สาเหตุหลักของโรคนี้ คือ การเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งทำให้สุนัขติดต่อโรคนี้ได้ อาการร้อน ชื้น ทำให้แบคทีเรียเติบโต และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปยังผิวหังของสุนัข ก่อให้เกิดอาการคันที่ผิวหนัง เป็นแผลฟกช้ำ สุนัขจะต้องได้รับการกำจัดหมัดและเห็บเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคนี้ขึ้นมาอีก โรคแผลเปื่อยชื้นนี้ปกติจะเกิดเป็นจุดร้อนๆ ซึ่งปรากฎอยู่บนผิวหนัง เชื้อนี้จะลามอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สุนัขจะเกาอยู่เรื่อยๆจนหนังถลอก ส่วนที่เป็นที่แพร่เชื้อโรคให้ตัดขนออกและทำความสะอาด สัตวแพทย์จะให้ยาแก้แสบคันและยาปฏิชีวนะต่อต้านเชื้อโรค เพื่อระงับอาการคัน

          บวมเป็นหนอง หนองที่คั่งอยู่ในแผลอันเกิดจากการติดเชื้อ หรือระคายเคือง บริเวณที่เป็นแผลฟกช้ำ เจ็บเมื่อสัมผัส ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดตามบริเวณรอบๆแผลหรือหนังที่ฟกช้ำ จะทำให้หนองรวมตัวเป็นตัวหนองแล้วแตกในที่สุด ให้ใช้ยาแอนตี้ไบโอติกเมื่อหนองแตกแล้ว


          ถุงช่องทวาร ในตัวสุนัขจะมีถุงช่องทวารหนึ่งคู่อยู่ข้างๆของด้านในช่องทวาร หากถุงดังกล่าวอัดแน่นและไม่หลุดร่วงออกไปตามธรรมชาติ เกิดการระคายเคือง จะทำให้สุนัขถูเสียดสีก้นไปตามพื้นเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและอาการระควยเคือง หากถุงช่องทวารก่อปัญหาแก่สุนัขเรื่อยไป ทางที่ดีควรจะให้สัตวแพทย์ทำการผ่าตัดเอาออกมาเสีย


          ข้ออักเสบ หากตามข้อต่างๆของสุนัขผิดปกติ บวมเป่งหรือพอง ข้ออักเสบเกิดจากการติดเชื้อและบาดแผล ซึ่งสัตวแพทย์จะตรวจพบยืนยันด้วยเอ็กซ์เรย์ แม้ข้ออักเสบเมื่อเป็นแล้วรักษาหายยาก แต่สัตวแพทย์จะสั่งยาระงับปวดให้

          ลมหายใจมีกลิ่น นี่อาจเกิดจากโรค เช่น โรคไตอักเสบเรื้อรัง หรือฟันผุ โรคติดต่อจากเชื้อแบคทีเรีย หรือแผลเปื่อยในเหงือก หรือบางทีจากอาหารเสียแต่เพียงอย่างเดียวก็ทำให้สุนัขมีกลิ่นปากได้ การวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องมีความสำคัญเพื่อเราจะรู้ว่าเราต้องเยียวยา หรือ จะต้องเปลี่ยนแต่เพียงอาหารอย่างเดียว

          หัวลึงค์อักเสบ พบในสุนัขเพศผู้เมื่อปลายอวัยวะเพศ และหนังหุ้มอักเสบ มีหนองไหล การระคายเคืองจะทำให้สุนัขรำคาญ แต่ก็บรรเทาให้หายได้ด้วยครีมแอนตี้ไบโอติก และการรักษาความสะอาดจะช่วยให้สุนัขหายจากอาการหัวลึงค์อักเสบได้เร็วขึ้น

          นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วนี้จะเกิดขึ้นในกระเพาะปัสสาวะของสุนัขทั้งเพศผู้และเพศเมีย แต่ในเพศผู้มันจะผ่านเข้าไปในหลอดปัสสวะ และจะฝังอยู่ในนั้น ทำให้ปัสสาวะขัด นิ่วในกระเพาะปัสสาวะจำเป็นต้องรีบผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเรียบร้อยแล้วอาหารที่จะให้สุนัขควรจะผสมยาป้องกันนิ่ว ในกระเพาะปัสสาวะให้ด้วยเพื่อควบคุมกรดในกระเพาะปัสสาวะ และป้องกันมิให้เกิดนิ่วขึ้นอีก

          ไอ เมื่อมีการระคายเคืองมากๆในลำคอ สุนัขจะไอ หรือเมื่อในลำคอมีสิ่งแปลกปลอม หรือเห่าเก่งเกินไป หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยควัน ก็อาจจะทำให้สุนัขไอได้ แต่ไม่ต้องวิตก ยกเว้นหากสุนัขไอเรื่อยๆไม่หยุดเราควรพาไปหาสัตวแพทย์



          กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มักจะพบในสุนัขเพศเมียมากกว่าเพศผู้ โรคกระเพาะอักเสบเป็นการอักเสบของกระเพาะและมีอาการที่เห็นได้เด่นชัดคือ ปัสสาวะบ่อยผิดปกติและต้องเบ่ง ในบางครั้งการเบ่งฉี่อยู่ตลอดเวลาจะทำให้ปัสสาวะไหลออกมาครั้งละไม่มาก นิดเดียว และบางครั้งก็อาจมีเลือดไหลออกมาด้วย หรือบางครั้งไม่มีปัสสาวะออกมาเลย การรักษามีทั้งการให้กินแอนตี้ไบโอติก และยาแอนตี้เชพติก และต้องให้น้ำดื่มแก่สุนัขเพิ่มขึ้น

          โรคบิด เป็นโรคที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน เป็นโรคที่มีอาการลำไส้อักเสบอุจจาระร่วงมีโลหิตปน และปวดเบ่ง สุนัขจะเป็นไข้ทันทีที่เป็นโรคบิด ลำไส้เล็กที่อักเสบรุนแรงอาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือลำไส้แพ้สารบางชนิดที่สุนัขกินเข้าไป เพื่อมิให้เกิดโรคบิดนี้อาหารควรเป็นอาหารสุก ไม่ค้างคืน ไม่เน่าเสีย และต้องสะอาด หากเป็นแล้วควรพาไปหาสัตวแพทย์เป็นดีที่สุด

          โรคหู การสั่นหัว การเกาหูหรือการดมกลิ่นเสียอาจจะก่อให้เกิดโรคในช่องหูของสุนัขได้ หูที่มีสุภาพที่ดีนั้นควรใสมีผิวสีชมพูซีดปราศจากสิ่งสกปรก หากหูมีแผลหรือมีขี้หูมากควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจ

          โรคติดเชื้อทางตา ตาแดงหรือเยื่อตาขาวอักเสบเป็นสิ่งปกติที่เกิดกับสุนัข รักษาได้ด้วยการเช็ดล้างด้วยน้ำยาล้างตา(ที่มีส่วนผสมของเกลือ) จำนวนยาปฏิชีวนะ หรือยาทาก็ได้ หากสุนัขปิดตาไปข้างหนึ่งหรือมีน้ำไหลออกมาแสดงว่าจะต้องมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตา เช่นผงเข้าตา เราช่วยโดยการใช้สำลีค่อยๆเขี่ยที่ขอบตา หรือจะใช้สำงีชุบน้ำยาล้างตาเช็ดก็ได้ ถ้ามองไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในตา ให้พาสุนัขไปหาสัตวแพทย์

          หมัดสุนัข แมงไร้ปีกตัวเล็กๆที่ดูดเลือดสุนัขทำให้รำคาญและคัน บางครั้งทำให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนัง หากหมัดอาศัยอยู่กับสุนัขมากเกินไปจะทำให้สุนัขเสียเลือดมาก และสุนัขจะใช้เล็บเกาตลอดทั้งวันเวลาหมัดกัด เกาบ่อยๆจะทำให้เป็นแผลติดเชื้อได้ เราควรใช้แชมพูที่มีตัวยาฆ่าหมัดและเห็บสุนัขจะช่วยได้มากที่เดียว อาจโรยยาผงให้สุนัขด้วย แต่ระวังอย่าให้เข้าตา นอกจากที่ตัวสุนัขแล้วเราควรทำความสะอาดที่นอนของสุนัขด้วยยาฆ่าเชื้อ

          จุกเสียด จะพบบ่อยในสุนัขที่มีหน้าอกเล็ก เมื่อสุนัขกินอาหารเข้าไปมากเกินควร ภายในเวลา 2-4 ชั่วโมงหลังจากนั้นสุนัขจะรู้สึกอึดอัด ปวดท้องและท้องจะป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัดหากมีอาการจุกเสียดแน่นท้องควรได้รับเยียวยาจากสัตวแพทย์ทันที

          ชัก โรคลมบ้าหมูจะทำให้สุนัขชักซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาการชักจะเริ่มจากสัตว์โตเต็มที่ได้ไม่นาน สุนัขเป็นโรคลมบ้าหมูจะสูญเสียสติ ควบคุมการทรงตัวไม่อยู่ จะดิ้นชักงอ เราควรหาทางแก้ไขในเบื้องต้นด้วยการทำให้สุนัขอยู่อย่างสงบในห้องที่มืดๆจนกว่าอาการชักจะทุเลาลง ปล่อยให้สุนัขพักผ่อน ในระหว่างที่สุนัขชักอย่าได้เข้าไปจับตัวเด็ดขาด มันอาจหันมากัดได้ ยารักษาโรคลมบ้าหมูอาจช่วยลดอาการชักให้น้อยลงได้ พยาธิในลำไส้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ลูกสุนัขชัก

          แพ้แดดเป็นลม เกิดขึ้นบ่อยเมื่อสุนัขติดอยู่ในรถที่จอดกลางแดดนานๆ สุนัขจะรู้สึกอีดอัดหายใจไม่สะดวก เมื่อการหายใจทำงานได้ไม่เต็มที่ อุณหภูมิในตัวสุนัขจะสูงขึ้นจนทำให้สุนัขเป็นลมในที่สุด การปฐมพยาบาลเริ่มต้นด้วยการลดอุณหภูมิในตัวสุนับ เราต้องนำสุนัขแช่ลงไปในน้ำเย็น หรือจะฉีดน้ำเย็นรดให้ทั่วตัว หรือจะเอาน้ำแข็งมาโปะตัวสุนัขก็ได้ จุดที่ดีที่สุดที่จะประคบคือหลังต้นคอ

          ตะโพกพิการ ความผิดปกติของข้อต่อของตะโพกที่มีมาแต่กำเนิดสร้างความเจ็บปวดและทำให้ขาเสียได้ ซึ่งต้องได้รับการรักษาด้วยยาและการผ่าตัด สุนัขที่ไม่สมประกอบไม่สมควรจะนำมาผสมพันธุ์ เพราะลูกที่เกิดมาอาจจะพิการตามพ่อพันธุ์แม่พันธุ์

          ดีซ่าน หนัง ตา และปัสสาวะเหลืองจัด ควรพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์ อย่ารอช้าเพราะดีซ่านเป็นอาการของโรคสุนัขที่ร้ายแรง เช่น โรคติดเชื้อปรสิต
 

         

 
 


 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1