|
รักนี้สีอะไร ? อิทธิรักษ์ สมิตสุวรรณ (หนึ่ง) ประธานชมรมชีวิตและความหวัง |
![]() |
|
ความรักคือการให้
ความรักคือการอภัย ส่วนมากคนเราจะรักกันด้วยการเห็นแก่ตัว ต้องการให้คนที่เรารักเป็นอย่างที่เราต้องการให้เป็น
อยากให้เขาเป็นของเรา นั่นเป็นเพราะเรารักตัวเอง
|
ความรักสำหรับผมในตอนนี้มันน่าจะเป็นสีเหลืองมากกว่าเพราะเป็นสีแห่งความเอื้ออาทร
ความเข้าใจ มันอาจเป็นสีของผู้ติดเชื้อ (เอดส์) ใช้เป็นสากล แต่ผมคิดว่า คนเราถ้ามีความเอื้ออาทรให้กันและกัน
โดยไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนกลับมา ผมว่าโลกจะดูสดใสขึ้น
แต่ก่อนผมว่าความรักเป็นสีแดง เพราะตั้งแต่เด็กแล้วที่เห็นว่าคนเราเวลามีความรักกันเขาจะส่งดอกกุหลาบแดงให้กัน
ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่ได้มีความรู้สึกว่า สีแดงของความรักนั้นความหมายว่าอย่างไร มันเหมือนกับเป็นการทำตามกันมากกว่า
เมื่อผมโตขึ้นมาหลังจากที่รู้ว่าตัวเองเชื้อแล้ว
เกิดความรู้สึกว่าความรักเป็นสีขาวมากกว่า เพราะคิดว่าการที่เราจะให้อะไรใครแล้วไม่น่าจะหวังอะไรตอบแทนกลับมา
มันถึงจะเป็นความรักที่ไม่เกิดทุกข์ คือ เป็นผู้ให้ รักทุกคนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ
หรือขอความรักจากผมอันนี้หมายถึงในแง่ของความรักเพื่อนมนุษย์ ถ้าเราหวังอะไรตอบแทนเราจะทำงานอย่างไม่มีความสุข
หลังจากที่ตัวเองติดเชื้อแล้ว ผมค่อนข้างปิดตัวเอง จากนั้นก็ศึกษาธรรมะแล้วก็ทำงานเรื่องโรคเอดส์
ผมรู้สึกว่า มีรักแล้วมันมีทุกข์ คนที่บอกว่ามีรักแล้วไม่มีทุกข์ ผมว่าเขายังมองไม่ถึงความรักที่แท้จริง
เพราะความรักที่แท้จริงนั้นจะมีความทุกข์แฝงอยู่ อย่างขณะที่เรานั่งอยู่ด้วยกัน
จะมีช่วงความคิดหนึ่งวูบเข้ามาว่า ถ้าเขากลับไปบ้าน เขาจะเจอใครไหม หรือเขาจะกินอะไร
เขาจะเข้านอนเลยไหม คือมันจะมีสุขและทุกข์อยู่ด้วยกันเสมอ การศึกษาธรรมะทำให้ผมรู้ว่าความรักคือการให้
ความรักคือการอภัย ส่วนมากคนเราจะรักกันด้วยการเห็นแก่ตัว ต้องการให้คนที่เรารักเป็นอย่างที่เราต้องการให้เป็น
อยากให้เขาเป็นของเรา นั่นเป็นเพราะเรารักตัวเอง ถ้าเรารักเขา เขาจะเป็นอย่างไร
เขาจะทำให้เราเจ็บ เขาจะทำให้เราทนทุกข์ทรมานแค่ไหน นั่นคือความสุขของเขา เราน่าจะยืนดูความสุขของเขาอย่างมีความสุข
และเมื่อเขาเจ็บปวดแล้วเขากลับมา เราก็พร้อมจะรับเขาไว้ นั่นคือความรักที่แท้จริง
ซึ่งถ้าเราทำได้เราจะไม่เกิดทุกข์
การที่ตัวเองต้องมาเป็นเช่นนี้ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ความรักกลับมา
แต่ก็ได้ ได้ความรักจากเพื่อนๆ ได้ความรักจากน้องๆ จากพี่ๆ จากกลุ่มเป้าหมายต่างๆ
ซึ่งผมออกไปให้ความรู้กับผู้ติดเชื้อ และไปเปิดตัวว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ซึ่งได้ความรักกลับมาเยอะ
แต่ความรักที่มากที่สุดคือความรักที่คุณแม่มีให้ เพราะคุณแม่จะเป็นคนที่ผมปรึกษาได้ทุกเรื่อง
คุณแม่จะช่วยแก้ปัญหาด้วยเหตุผล ความรักของแม่ไม่มีขอบเขต ในบางครั้งคุณแม่ไม่ต้องการให้ผมทำงานบางอย่าง
เช่น ผมเป็นผู้ติดเชื้อ แต่ต้องเข้าไปช่วยเพื่อนที่เป็นผู้ป่วยเอดส์ ซึ่งมีโรคแทรกซ้อนเยอะแยะ
แม่หวาดระแวงว่าลูกจะติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาอีกไหม แต่ท่านไม่ว่าอะไร จะมองดูผมอยู่ห่างๆ
ทั้งที่เป็นห่วง แต่เพราะเป็นความสุขของลูก แม่จึงปล่อยให้ทำ
แต่ละคนมองความรักไม่เหมือนกัน แต่สำหรับผมอยากให้มองความรักเป็นการให้อภัย
ความรักคือสีขาว ขอให้เรารักคนอื่น อย่ารักตัวเอง
จากหนังสือ ดีไลท์ / กุมภาพันธ์ 2540
กลับไป (back)