คำศัพท์ และคำที่น่าสนใจ

        หัวข้อนี้ใช้เวลาคิดอยู่นานเหมือนกันไม่รู้จะตั้งชื่อว่าอะไร จะเอาเรื่องเครียด ข่าวคาว หรือหวาน หรือสัปดน หรือเอาเรื่องส่วนตัวที่เคยไปทำงาน หรือพบปะกับผู้คน หรือที่เคยไปลุยเดี่ยว ก็คิดว่าคงเริ่มต้นแค่นี้ก่อน เรื่องมันเยอะ เพราะติดตามข่าวสารจากเวียตนามค่อนข้างถี่ เดี๋ยวจะเบื่อกันก่อน เลยว่าจะเริ่มจากตรงนี้ก่อนแล้วกัน

ตอนที่ 19

คำน่าสนใจ "Hóa đơn đỏ "

อ่านว่า ฮว้า เดิง ด๋อ

          สำหรับพนักงานตัวเล็กๆจนๆอย่างผม เวลาไปเที่ยวกับลูกพี่ทั้งหลาย ตามบาร์ คาราโอเกะ ห้างร้านค้าต่างๆ เป็นสิ่งที่เราต้องทวงถามเจ้า ฮว้าเดิงด๋อ ทุกครั้ง เจ้านี่ก็คือใบเสร็จรับเงินพร้อมใบกำกับภาษีของเวียตนาม หรือว่า VAT นั่นเอง ครับ ก็เหมือนกับที่เราทำบิลเบิกค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าความบันเทิง บริการเจ้านายทั้งหลาย ส่วนบิลธรรมดา(= ฮว้าเดิงเบิ่นเทื่อง) เป็นเหมือนบ้านเรา ลักษณะพิเศษของบิลVATนี้จะเป็นใบเสร็จ ขนาดจะใหญ่กว่าบ้านเราหน่อย ที่สำคัญต้องมีตัวพิมพ์สีแดง ชื่อกิจการ ที่อยู่ เลขที่ประกอบการ และลงตราประทับจากร้านค้า(=ก๊อ น๊ำ เย้า)  ไม่งั้นไม่ใช่ของแท้ แล้วที่สำคัญถ้าจะไปเบิกที่บ้านเราต้องให้เขาทำรายการเป็นภาษาอังกฤษได้จะดี เพราะจะได้ไม่งงภาษาที่เขาเขียน มูลค่า VAT ของเวียตนามคิดที่ VAT 10%  ซึ่งก็ต่างจากบ้านเราถ้าจำไม่ผิดบ้านเรายังคงที่ VAT 7%  ส่วนระบบซื้อขายVAT เทคนิคไม่ต่างจากบ้านเรา การหลีกเลี่ยงภาษีธุรกิจธุรกรรมก็ไม่ต่างบ้านเรา การค้าขายตลาดมืดแลกเปลี่ยนเงินตราก็เหมือนบ้านเรา ตลาดมืดที่ว่าก็คือพวกห้างร้านต่างๆโดยเฉพาะร้านทองร้านเพชรจะให้อัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่าธนาคาร และLobbyโรงแรม ประมาณ 7-10% แต่เรื่องแลกเงินระวังเงินดอลล่าร์ ด้วยนะครับ ผมเคยเจอแบงค์ปลอมมาแล้ว ซึ่งทำได้แนบเนียนมาก ขนาดส่อง้วยBlacklight ก็ยังดูไม่ออก แต่เนื้อกระดาษพวกนี้จะบางทำเอาผมเกือบเข้าคุกมาแล้ว เลยต้องระวังการแลกเปลี่ยนให้ดี  รายละเอียดเรื่องระบบเงินเอาไว้ขยายความเล่าต่อคราวหน้าแล้วกันนะครับ บิลพวกนี้สามารถนำมาประเมินหักภาษีค่าใช้จ่ายที่บ้านเราได้ ดังนั้น ควรจะเก็บเอาไว้เคลมได้ รวมทั้งค่า TAX สนามบินขาออก อย่างบ้านเรากับเวียตนามราคาใกล้เคียงกันคือ 500 บาท ส่วนเวียตนามประมาณ 192,000 ด่อง(512 บาท)  ซึ่งผมก็เก็บเอามาเคลมได้ด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าผมเคี่ยวไปรึเปล่า ช่วงหลังมาถึงไม่ค่อยมีคนจ้างเราเลย ฮ่า...

 

ตอนที่ 18

                    

คำน่าสนใจ "Phòng vệ sinh Nam  Nữ "

อ่านว่า ฟ่อม เหว่ซิน นำ นื๋อ

                แปลว่า ห้องน้ำ ชาย หญิง หรือ ทางใต้บางที่จะเรียกว่า ตอยเล็ด(Toilet)  ก็ได้ ตอนที่ผมไปใช้ห้องน้ำยอมรับว่า เขาใส่ใจในสุขา อนามัยดีทีเดียว เพราะสะอาด ดีมาก ถ้าตามโรงแรมที่พักก็คงไม่ได้แตกต่างสักเท่าไร แต่ถ้าได้ไปเที่ยวตามผับ ดิสโก้ ร้านอาหาร เอาแบบปานกลาง ถึงต่ำ  บางที่ก็มีป้ายแสดงตามรูป ตอนไม่เมาก็พอเห็น แต่เมาหนัก ก็แย่หน่อยมองป้ายไม่ค่อยเห็น และบางที่เขียนเป็นภาษาเวียตนามไว้ ทำให้เข้าผิดห้องประจำ ฮ่า...ลักษณะการเรียงห้องเท่าที่สังเกต เขาจะเอาห้องน้ำหญิงอยู่ซ้าย(=เบน จ๊าย) ส่วนห้องน้ำชายอยู่ทางขวา(=เบน ฝาย) มีอยู่บ้างที่สลับกัน แต่ก็พอเห็นบ้าง บางที่ประหยัดน้ำไม่ต้องเปิดน้ำบ่อย  ก็เอาน้ำแข็งก้อน(=นึก ด๊า ไต) ใส่โถปัสาสาวะ บ้างก็ใส่น้ำแข็งมือก้อนโตโต ลงไปในรางระบายน้ำสำหรับห้องน้ำชาย เวลาทำธุระก็เล็งไปที่น้ำแข็งเพลินดีไปอีกแบบ ซึ่งการใส่น้ำแข็งลงไปก็เป็นการประหยัดน้ำมากๆ ไม่ต้องเปิดปิดก๊อกน้ำบ่อยๆให้สิ้นเปลือง คิดว่าค่าน้ำประปาคงราคาแพงน่าดู ซึ่งผมเองก็สังเกตว่าสาธารณูปโภคพื้นฐานสมัยปี 2003 นั้นยังไม่เพียงพอ ถนน(=เดิ่ง) น้ำประปา(=กั๊บ นึก) ไฟฟ้า(=กั๊บ เด๋ง)ก็มีปัญหา ไว้ตอนหน้าจะเล่าให้ฟังนะครับ นอกเหนือจาการใส่น้ำแข็งแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ค่อยเห็นอย่างลูกเหม็น นะนาวมะกรูดผ่าซีก อย่างบ้านเราใช้กัน
                 เวลาเข้าห้องน้ำทีไรก็มีบริการสาระพัด ยิ่งตอนไปยืนทำธุระ จะมีบริกรชาย(
=เหง่ย หยึด หวู่/จุบ ต่าง)มาบริการทั้งนวดไหล่นวดคอ เอาผ้าเช็ดหน้าร้อนๆมาเช็ดหน้าเช็ดคอ พอให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย งานนี้ก็เลยต้องเสียทิปอีก(=หลี่สี่) บางครั้งผมต้องบอกเขาไปว่า "không (=คอม)" คือไม่เอาไม่ต้องบริการ แต่บางคนก็ดื้อมากๆจะบริการให้ได้ ผมก็โดนเสียตังค์อีก ตกทิปครั้งหนึ่งก็ประมาณ 20-25 บาท(ต๊ามแหง่ง-เหม่ยหง่าน ด่อม) บางครั้งผมโชคดีมีห้องส้วมที่ว่างพอให้ผมหลบเข้าไป ช่วยทำให้ผมหลบการบริการได้ ซึ่งพักหลังผมจะเข้าไปหลบบ่อย เพราะรำคาญบริกร แต่ก็ไม่วายมาจ่ายค่าทิปน้องๆอยู่ดี ฮ่า....
                  ห้องน้ำคนเวียตนามที่ฐานะปานกลางถึงต่ำผมก็เคยไปใช้บริการ ห้องค่อยข้างคับแคบไปหน่อยสำหรับคนตัวใหญ่อย่างผม ประตูปิดก็ไม่มี(ไม่มีประตู
=คอม ก๊อ เก๋อ) จะมีแต่เพียงฉากม่านดึงมาปิดด้วยแม่เหล็กอย่างง่ายๆ ซึ่งผมก็เห็นหลายบ้าน เป็นอย่างนี้ การใช้น้ำก็ตักราดเอา แบบชักโครกมีให้เห็นน้อยมาก ต้องบ้านคนมีฐานะหน่อยกับโรงแรม มีอยู่ครั้งหนึ่งพวกผมเมากันมาเลยแวะกินเฝ๋อ แต่รู้สึกปวดเบาก็เลยจะเข้าห้องน้ำ ก็เลยถามหาห้องน้ำกับเจ้าของร้าน เดินหาตั้งนานกว่าจะเจอ ห้องน้ำอยู่ข้างถนนทางเท้าสาธารณะติดถนนใหญ่ มีซอกก่ออิฐเปิดแคบครึ่งตัวพอจะบังตัวได้เล็กน้อย โชคดีที่เป็นตอนหลังเที่ยงคืน ถ้าเป็นกลางวันผมคงไม่กล้าใช้เพราะมันโล่งโจ้งจริง ฮ่า..

ปี 2004.

ตอนที่ 17

คำน่าสนใจ "Bảo vệ "

อ่านว่า บ๋าวแว๋

                ขอแปลว่า "เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" ผมมีสหายเวียตนามบางคนเป็น ยาม หรือ รปภ. ที่เวียตนาม ซึ่งบางท่านอาจจะว่าอาชีพนี้ดูต่ำต้อยไปนิด เหมาะสำหรับคนเกียจคร้าน แต่ผมกลับมองว่า เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ เพราะเขาสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ดีมากๆ เท่าที่สัมผัสมา และเป็นกลุ่มคนที่สนใจใฝ่การเรียนรู้  บางครั้งผมเคยสอนภาษาไทย บางครั้งก็ภาษาอังกฤษพอเป็นพื้นฐานตอบแทนพระคุณที่เขาสอนภาษาเวียตนามให้ ทั้งที่เขาเองก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่เราสื่อกันเข้าใจ โดยเฉพาะคำบางคำไม่สามารถหาเรียนตามตำราได้ เขาให้แล้วเราก็รับ อาจด้วยเพราะเขาสอนเราด้วยคำที่ง่ายง่ายทำให้เรียนรู้ได้ไม่ยาก ทุกวันนี้คนเวียตยอมรับว่าคนไทยหัวไวมากๆ ผมว่าส่วนหนึ่งเราเขามีวิถีชีวิตคล้ายคลึงกันหลายหลายอย่าง พวกที่ประกอบการเป็น รปภ. ส่วนมาก ก็ไม่ได้จบอะไรมา คล้ายบ้านเรา รู้จักภาษาเขียนนิดหน่อยก็ทำงานได้ เพราะถ้าได้ทำงานบริษัทต่างชาติต้องทำบันทึกประจำวัน ใครเข้าออกมาทำงานกี่โมง มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ต้องบันทึกค่อนข้างละเอียด(เว้นแต่ช่วงนั่งดื่มเหล้าด้วยกันกับผมห้ามบันทึก ฮ่า...) เงินเดือนเขานับว่าไม่มากมายพอเลี้ยงชีพได้ ประมาณ พันกว่าบาท ต้องทำข้าวห่อจากบ้านมารับประทาน หากไปซื้อกินคงไม่ไหวเพราะราคาอาหารขายเท่าบ้านเรา(ขนาดแถมซุปให้แล้ว)ซึ่งเทียบกันแล้วแพงมากๆเลย  ส่วนความเป็นอยู่ก็ลำบากพอสมควร แต่ละเดือนผมก็ช่วยเขาสามสี่ร้อยพอประทังชีพ เพราะเราก็มีแค่พอใช้(=ดู๋ จอ อัง)
                 รปภ.บางคนก็มาจากสายตำรวจทหารก็มี เวลามีเหตุการณ์การประสานงานค่อนข้างจะง่ายกว่า แต่ก็เสียเงินค่าดำเนินการบ้างตามแต่จะเรียกร้อง แต่เวลาเกิดเหตุก็ต้องพึ่งพาตำรวจเป็นหลัก มีอยู่ครั้งหนึ่งเรานั่งประชุมกันเรื่องก่อสร้างโรงงานที่นิคมวีซิบ(
VSIP) จ.บินห์ยึง โฮจิมินห์ ก็มีคนเมาถือมีดปังตอเข้ามาถามหาภรรยา ตอนที่เรากำลังจะเสร็จประชุม สุดท้ายก็โดนตำรวจลากไปกระทืบซะเลือดกลบปากเลยครับ เพราะเรามาในฐานะนักลงทุนหรือจู๋ เด่า ตือ (เขากลัวจะเสียภาพพจน์มากๆ เรื่องความปลอดภัยต่อนักลงทุน ตั้งแต่มีเหตุ 911 ที่เวิร์ดเทรดแล้ว)  เลยเนื้อเรื่องมาอีกแล้ว จะว่าไป รปภ.นั้นชุดแต่งกายส่วนมากค่อนข้างจะคล้ายกับรูปข้างบน มีบั้งติดดาวที่บ่า อยู่หนึ่งปีก็ติดหนึ่งดาว หลายปีก็ติดเพิ่มไปเรื่อยๆ คนที่อยู่ในภาพชื่อนายฮว่าง อดีตนายตำรวจ จ.ลองอัน และนายฮุย เป็นรปภ.ของนิคมคนไทย(THAIHOA)ที่ผมเคยไปแวะเยี่ยมมา ถือว่าพวกเขาเป็นรุ่นบุกเบิก สมัยผมไปเปิดงานก่อสร้างที่นั่นและช่วยผมในการประสานงานต่างๆอย่างดี ทั้งที่เขาไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เลย การทำงาน รปภ. เขาจะวนเป็นกะ วันละแปดชั่วโมง 
                  แต่มี รปภ.บางประเภทที่ทำงานเฉพาะกลางคืน หลายสถานที่ด้วยกันตามผับบาร์ดิสโก้ อย่างที่ผมเคยไป เช่นที่ผับอเมริกา โรงแรมไฟร์สตาร์วินเซอร์(
=นำ ซาว วิน ซอ เจอะ อัน ดอม) เขตไชน่าทาวน์ที่โฮจิมินห์(และที่อื่นๆก็คงคล้ายๆกัน)  รปภ.แต่งเสื้อยืดสีดำหล่อล่ำบึก หน่อย คอยกดลิฟท์ ให้ เดินตรวจดูความเรียบร้อยจนบางครั้งเราคนไทยดูแล้วมันขัดตา เพราะขนาดไปดิ้นกลางฟลอร์ ก็ยังตามไปประกบและมีจำนวนเยอะมาก จนรู้สึกอึดอัดก็เลยพูดเปรยๆกับพี่ๆว่า ไม่รู้มาบาร์เกย์หรือยังไง ฮ่า... ภายหลังก็เลยทราบว่า แขกที่นั่นมากันก็ชกต่อยกันบ่อย ส่วนมากก็เรื่องแย่งสาวสาวกันนะครับเพราะน้ำเมามันพาไป  ก็เลยต้องโดนควบคุมเป็นพิเศษ ผับบาร์ส่วนมากจะปิด ก่อนเที่ยงคืน(ช่วงหลังปี 2005)ผิดจากเมื่อปี 2003 จะปิดตอนตีสอง(ไม่รู้เขาก๊อปนโยบายประเทศเราไปรึเปล่า?)  มาเมื่อต้นปีนี้ผมได้ข่าวว่าเขาจะขยายเวลาปิดบริการไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง เพราะกำลังบริโภคนักท่องเที่ยวราตรีที่นั่นมันดีจริงๆ แต่ก็มีบางที่เหมือนกันที่เปิดถึงเช้า ซึ่งเป็นที่ไหนจะเอาไว้เล่าต่อคราวหน้านะครับ ส่วนการใช้วิทยุสื่อสารว๊อกกี้ท้อกกี้(=โบ๋ ด่าม)เองของรปภ.ก็ไม่มีใช้ ผิดกับบ้านเราเพราะที่นั่นตำรวจทหารมีสิทธ์ใช้เท่านั้น บางครั้งผมเปิดวิทยุฟังข่าวก็มีคลื่นพวกนี้แทรกเข้ามาบ่อยๆ ช่วงหลังมาก็เห็นคนขับรถแท๊กซี่เริ่มเอาโบ๋ด่ามมาใช้ อาวุธตัว รปภ.ก็มีกระบองเท่านั้น เช่นเดียวกับตำรวจ มีแต่ทหารเท่านั้นที่ใช้ปืนได้ บริษัทที่เปิดให้บริการ รปภ. โดยมากมาจากกลุ่มทหารตำรวจ(บริษัทพวกนี้ส่วนมากก็มีชื่อบริษัทเป็นเลขที่บ้าน) 
                   ผมก็เคยแนะนำเพื่อน รปภ.บางคนว่า น่าจะมาเป็นคนขับรถ ซึ่งก็คงจะมีรายได้ดีหน่อยเพื่อนมันก็ว่าดี แต่แย่เรื่องเดียวคือการขับรถยนต์ยาก จราจรติดขัด อันตราย คนมีลูกเมียจะกลับบ้านดึก เพราะต้องไปส่งเจ้านายกินเที่ยวนวดนาบตามกิจวัตรของสังคม มาถึงตรงนี้เรื่องชักจะยาว  ผมมีเรื่องตลกเกี่ยวกับ คนขับรถแท๊กซี่บ้านนอก(
=เหง่ย ไล้ แซ) ซึ่งทำให้ผมสติแตกไปเลยครั้งหนึ่ง เอาไว้คราวหน้านะครับ บาย

ตอนที่ 16

คำน่าสนใจ "Dổi Mới"

อ่านว่า โด๋ย เม้ย

                ขอแปลว่า "ปรับเปลี่ยนใหม่" เป็นคำที่ไปพ้องกับนโยบายพัฒนาประเทศเวียตนามเข้าพอดี ช่วงนี้ รู้สึกเซ็งกับหน้าเว็บ เดิมทีก็ตั้งใจจะทำให้คนไทยอ่านได้ง่ายและต้องโหลดไวด้วย ก็ไวสมใจดี แต่ทำไปทำมา ไม่สวยซะเลย ก็เลยมีสองแนวทาง อันแรกย้ายเซิร์ฟเวอร์เปลี่ยนระบบไปใช้พวก BB(บอร์ดโพสข้อความ)  ซึ่งมีโค้ดพร้อมลองกับอินทราเน็ตแล้ว มีคนที่ทำงานเขาชอบ และทำระบบฐานข้อมูลได้ แต่ไฟล์ใหญ่จริงๆ และพวกฟรีเซิร์ฟเวอร์ไม่เสียตังค์(=คอม จ๋า เตี่ยง)พื้นที่บริการน้อย โหลดช้ามากๆ แต่จะพยายามทำดู เคยสังเกตเว็บเวียตนามพันธมิตรอย่างคุณบ๊อบซึ่งใช้เว็บฟรีเหมือนกัน แต่คนละเว็บกับผม เจอหยุดปรับปรุง บางที่ของท่านอื่นปิดบริการกะทันหัน หรือล่ม ข้อมูลต่างๆในเว็บที่ลงไปไม่สามารถเก็บกู้ออกมา ทำให้ขาดความต่อเนื่องข้อมูล เป็นเรื่องเศร้ามากๆ ต้องเร่ร่อนหาที่สถิตย์ใหม่(=ยือ มา) ผมจึงเลือกทางที่ประหยัด ประโยชน์ และมีประสิทธิภาพ นั่นคือการปรับปรุงเปลี่ยนเว็บนี้ซะใหม่ โดยพยายามจัดเรียงเนื้อหาต่างๆใหม่ จะว่าไปแล้ว "โด๋ย เม้ย" ก็น่าจะตรงกับคำว่า Re-engineering โดยนำแนวคิดหลักวิศวกรรมเข้ามาประยุกต์เสมือนประเทศเป็นเครื่องจักร คนเหมือนเป็นเฟืองตัวเล็ก ที่หมุนเฟืองตัวใหญ่ให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า อืม วันนี้ไปไกล อีกแล้ว เอาล่ะ ค่อยๆเป็นไป ขอบคุณ มิตรสหายที่ติชมมานะครับ จะพยายามนำแนวคิด ทุกท่านมาใช้ให้มากที่สุด 


ตอนที่ 15

 

คำน่าสนใจ "Việt Nam/เวียตนาม/เวียดนาม หรือ เหวียดนาม?"

อ่านว่า เหวียด นาม

                ผมประหลาดใจไม่น้อย หลังจากที่ปรับปรุงเว็บมาไม่นานนัก ก็เอะใจว่า จริงแล้ว เขียนผิดไปหรือเปล่า? เพราะคำว่า"เวียตนาม" ที่ผมใช้อยู่เสมอ กับคำว่า "เวียดนาม" ที่ผมเคยเห็นเขาตีพิมพ์ในเว็บผู้จัดการ หรือเว็บอื่นๆ ทำให้น่าคิด ว่า อันไหนเขียนถูก กันแน่ ผมมีความกังวลใจอย่างมาก ยิ่งกว่าจน เครียด กินเหล้า จึงเริ่มทำการค้นหาสาเหตุ ว่าโดยส่วนมาก เขาใช้คำไหนมากกว่า และได้พบว่าเป็นดังนี้
                เว็บ
www.google.co.th  เวียตนาม=74 หน้า:เวียดนาม=78 หน้า
                เว็บ
www.sanook.com   เวียตนาม=50 หน้า:เวียดนาม=53 หน้า
นี่ก็น่าที่จะยืนยันได้ว่ามีการใช้คำว่า "เวียดนาม" มากที่สุด แล้วบุคคลเหล่านั้นมีหลักการใช้มาจากไหน นี่แหละที่ทำให้ผมเอะใจขึ้นมาอีกครั้ง ผมจึงได้ไปที่เว็บระบบเครือข่ายพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน และของ nectec ซึ่งก็หวังว่าคงให้คำตอบที่น่าพอใจ โดยพบว่า คำว่า "เวียตนาม" มีความหมายถึงประเทศทางตอนใต้ของจีน.... ส่วนคำว่า "เวียดนาม" นั้นไม่มีความหมายใดใดเลย นั้นสรุปหมายความว่า คำว่า"เวียตนาม" นั้นผมได้นำมาใช้นั้นถูกต้องแล้ว แต่ก็คิดต่อว่าทำไมไม่ใช้คำว่า"เวียดนาม" ผมว่าน่าจะมาจากภาษาอังกฤษแน่ๆ คำว่า Viet nam ผมขอยกตัวอย่างตัวสะกด d=-t=-ต พยัญชนะ t=th=ท,ธ ดังนั้นเดาได้ว่า คำว่า viet nam จึงเป็น เวียตนาม


ตอนที่ 14

 

คำน่าสนใจ "gà la cười"

อ่านว่า ก่า ลา เก่ย

                แปลว่า ตลกโชว์ เมื่อตอนปี 2003 ผมเห็นการแสดงตลกโชว์ เมื่อตอนไปเที่ยวผับแห่งหนึ่ง ซึ่งใกล้กับโรงแรมกิมโด้ ถนน เหวี๋ยงเหว่ โฮจิมินห์ ก็เป็นช่วงเบรกหลังจากเปิดเพลงเต้นกันมาตลอด และมีการโชว์ของนักเต้นขาโจ๋  เท่าที่ทราบการบริหารจัดการคล้ายระบบผับแด้นท์ที่เมืองไทย ราคาชาร์จคนมาเที่ยว แค่ค่าจอดรถมอ'ไซต์ก็ต้องจ่ายเองประมาณ 5 บาท ถ้าดึกหน่อยและเมา ก็20บาท รถยนต์ 25 บาท ถ้าดึก ก็ เป็น 50 บาท บางทีถ้าแพงมากเราก็โวยซะ ไม่งั้นไม่จ่าย ฮ่า....พวกนี้จะกลัวตำรวจและเราก็รู้ราคาอยู่ ตลกโชว์ตัวเอกที่เห็นโดยมากจะแต่งตัวพื้นเมือง ภาคกลาง เท่าที่สังเกต น่าจะป็นการแสดงที่นิยม ในวังมาก่อน แต่พอระบบปกครองปลี่ยนไป ก็เลยแพร่หลายมาจากพวกที่เคยอยู่ในวัง เหมือนการแสดงที่เรียกว่าจำอวด(ตลก)อย่างบ้านเรา มุขตลกที่ใช้ คล้ายคลึงบ้านเรา(อันนี้ ฟังมาจากเพื่อนเวียตที่แปลให้ฟัง)  พวกคำทะลึ่ง สัปดน สองแง่สามง่าม ก็มี เป็นที่นิยมกันมาก จนกระทั่งมีโรงละครเวทีตลกโชว์ คล้ายคอนเสิร์ท ถ้าขึ้นป้ายเห็นคำนี้ก็เข้าไปดูได้ ตั๋วประมาณแสนด่องกว่าด่อง เป็นความบันเทิงคลายเครียด สำหรับคนฐานะปานกลาง หนุ่มสาว ที่นั่นนอกเหนือจากการไปชมคอนเสิร์ทนักร้องหรือการแสดงอื่นๆ ถ้ามีตังค์ก็ขยับไปดูพวกโอเปร่าก็หรูหน่อยสไตล์ฝรั่งเศส ซึ่งเดิมนั้น เวียตนามเคยตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสมาก่อน ก็คงจะได้รับอิทธิพลอย่างนั้นมา ส่วนตลกโชว์นั้น พบเห็นตามงานทั่วไป งานปีใหม่ก็เคยไปชมเหมือนกันจัดแถวบริเวณป้ายแอลซีดีซัมซุงหน้าตลาดเบิ๋นถั่น อนุสาวรีย์เหวี๋ยง วัน หาน เป็นโชว์ฟรีก็นั่งกินบั๊นหมี่บนเบาะมอ'ไซต์กับสาวๆ นั่งไปดูไป สนุกดี ขอเพิ่มเติมอีกอย่าง เท่าที่สังเกตอย่างหนึ่งผู้จัดการร้านหรือพนักงานบางคนเท่าที่เคยคุยด้วย เคยทำงานที่พัทยาบ้านเรามาก่อน จึงไม่แปลกใจที่ระบบจัดการร้านคล้ายๆบ้านเรา แต่อย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยจะเห็นก็คือ สาวโคโยตี้ นั่นเอง เพราะอาจจะไม่แพร่หลายนัก แต่ก็อาจจะมีในบางสถานที่ ไว้มาเล่าอีกที คราวหน้านะครับ

 

ตอนที่ 13

คำน่าสนใจ "cảm ơn"

อ่านว่า ก๋ำ เอิง

                คำนี้แปลว่า ขอบคุณ เป็นคำ ที่ผม จำได้ว่า เป็นคำที่ผมเรียนรู้ ต่อจากคำว่า ซินจ่าว ครับ
-ก๋ำเอิง หยิ่ว ล้ำ=ขอบคุณมากๆ
-ก๋ำเอิง แอม ยา=ขอบใจน้องนะ
-ก๋ำเอิง จู๊=ขอบคุณครับ ลูกพี่
-ก๋ำเอิง รัด หยิ่ว=ขอบคุณอย่างยิ่ง
-ซิน ก๋ำเอิง จ่าว กุ๋ย หวี่ คัก บ่าง=ขอขอบคุณ สวัสดี ต้อนรับ สหายทุกท่าน
                เป็นคำที่ผมค่อยข้างใช่บ่อย วัฒนธรรม เราและเขา จะคล้ายกัน การเคารพผู้อาวุโส อ่อนน้อมถ่อมตน ยิ่งเป็นคนที่มีความรู้ด้วย และนิสัยดังว่า อนาคต รุ่งครับ เพราะคนเวียตโดยมากที่ผมพบ จะยอมรับด้วยใจกับบุคคลอย่างนี้ อุปนิสัยคนทุกชาติจะเหมือนกันอยู่อย่าง นึงคือโลภ โกรษ หลง เหมือนกระชัง ที่ใส่น้ำเท่าไรก็ไม่เต็ม เพราะรั่วตลอด ผมเคยถกเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกับสหายเวียตที่เป็น รปภ.(
=เบ๋า แหว๋)  เขาก็มีความรู้สึกและคิดเหมือนคนไทยเช่นกัน แต่โอกาสเขามีน้อยกว่า ในเรื่องการสร้างหนี้ระบบการผ่อน การศึกษา คงต้องยินดีด้วยสำหรับคนไทยเราสำหรับความสุขที่ได้รับ(=จุ๊ก หมึ่ง จอ เหง่ย ตา หั่น ฟุก=ขอให้ทุกคนมีความสุข) ชีวิตที่ดีกว่าแต่ก่อน แต่อย่าลืม ความทุกข์ที่จะตามมาละกัน(=ดึ่ง เกวิน บ่วน เดา ยือ เด๋ง หงุบ ยา=อย่าลืมความโศกเศร้าเจ็บปวดดังนรก นะ) เพราะของฟรีไม่มีในโลก ฮ่า...

 20 ตุลาคม 2549

 

ตอนที่ 12

คำน่าสนใจ "เห-ว เจ๊ด เหลี่ยง"

           เป็นคำพูดล้อเล่นเลียนเล่นๆกัน ถ้าจะแปลตรงตัว จะแปลว่า "เข้าใจเลยตายห่า" คือ ที่พูดมาไม่เข้าใจเลย... วันนั้นผมได้อธิบายงานที่ผมทำที่เวียตนามให้กับน้องเวียตคนหนึ่ง ซึ่งถามผมที่ร้านคาราโอเกะ ตอนนั้นผมยังพูดภาษาเวียตนามปนภาษาอังกฤษอยู่ แกพยักหน้าเหมือนเข้าใจ แล้วน้องเขาเลยตอบว่า เห-ว เจ๊ด เหลี่ยง คือไม่รู้ว่าพูดห่าอะไร โครตเข้าใจเลย น้องเขาหัวเราะชอบใจ ที่เรารู้สึกทำหน้างงๆ สรุปว่า คืนนั้นน้องๆ โดน อุบ-หมก-จุ๊บๆ(=จูบเบาๆ) ไปหลายครั้งเลย โทษฐานที่ทำให้เราอธิบายเสียยืดยาว ฮ่า....                                           
                                                                                                                        10
ตุลาคม 2549

ตอนที่ 11

thuốc bị sốt ทู้ก บิ โซด ยาลดไข้
thuốc bị cảm ทูก บิ ก๋าม ยาลดน้ำมูก
bị đau ruột บิ เดา หรุด ท้องร่วง
thuốc kháng sinh ทู้ก แค้ง ซิน ยาปฏิชีวนะ
dị ứng không? ยิ  เอิ้ง คอม? แพ้ยาหรือไม่
uống thuốc một-hai viên mỗi bốn tiếng hay là sáu tiếng โอ้ง ทู้ก หมด ไฮ เวียง หมอย  โบ๊น ติ้ง ไฮ หล่า เซ้า ติ้ง รับประทานยา 1-2 เม็ด ทุก 4
หรือ 6 ชั่วโมง
uống thuốc ba lần...mỗi lần là một viên...từ  sau bữa ăn sáng ,ăn trưa ,ăn cơm โอ้ง ทู้ก บา หลั่ง...หมอย หลั่ง หล่า หมด เวียง...ตื่อ เซา เบื๋อ อัง แชง อัง เตรือ อัง เกิม รับประทานยา 1เม็ด 3 เวลา หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น
uống thuốc trước bữa ăn sáng ,ăn trưa ,ăn cơm โอ้ง ทู้ก ตรึ้ก  เบื๋อ อัง แช้ง อัง เตรือ อัง เกิม รับประทานยาก่อนอาหาร เช้า-เย็น
thuốc giọt mắt ทู้ก สอด มัด ยาหยอดตา หยอดตาข้างที่เป็น
thuốc giọt tai ทู้ก สอด ไต ยาหยอดหู หยอดหูข้างที่เป็น
thuốc màu ทู้ก หม่าว ยาทา ทาบริเวณที่เป็น
sau tắm เซา  ต้าม หลังอาบน้ำ
uống thuốc này tiếp nữa đến hết โอ้ง ทูก หน่าย ตี้บ เน๋อ เดิ้น เฮิ้ด รับประทานยาต่อเนื่องกันจนยาหมด
uống thuốc này trước ngủ โอ้ง ทู้ก หน่าย  ตรึ้ก หงู๋ รับประทานยาก่อนนอน

ตอนที่ 10

คำน่าสนใจ "Bán Sinh Tố"

อ่านว่า "บ๊าน ซิน โต๊"

           อันนี้คือ โจ๋ว บ๊าน ซิน โต๊ =ที่ขายเครื่องดื่มดับกระหาย แต่วันนี้เจ้าของร้านเขาหยุด จริงแล้วจะมีผลไม้เต็มตู้ มีเครื่องดื่มกระป๋องขาย บริการลูกค้า พบได้ทั่วไปตามตรอกซอกซอย พบมากตอนเที่ยงถึงช่วงเย็นค่ำ แต่ร้านนี้จะมีพิเศษตรงที่มีเครื่องหีบทำน้ำอ้อย(นึก เมี๊ย) ที่ขึ้นชื่อและ อร่อยสุดต้อง นึก เมี้ย ฮุบ โมง ซึ่งร้านจะอยู่ก่อนถึง ต.กู๋จี(นครใต้ดิน ที่อเมริกาเจอต้องเลิกรบกลับบ้านไป) มีคนที่นั่นพูดว่า อยากให้ตาหวานมีเสน่ห์ ต้องดื่มเยอะ  เคยดื่มแล้วรสแปลกดีเข้มข้นมากใส่กะทิบ้าง นมบ้าง บางเดือนก็ใส่ทุเรียน ดื่มแล้ว ชื่นใจ เขาปั่นน้ำแข็งละเอียดดี
           ปกติ เครื่องดื่มที่นั่น ผมเคยลองน้ำส้ม(นึก กาม), น้ำละมุด(นึก ซาม โบ เจ),น้ำมะนาว(นึก จัน),น้ำกะทกรก(นึก จัน ไย),น้ำมะเขือเทศ(นึก ก่า จัว), น้ำทุเรียน(นึก เซ่า เรียง),น้ำทุเรียนน้ำ(นึก มาง เก่า เซียม) น้ำใบบัวบก(นึก เรา ม้า)และสาระพัดผลไม้ตามฤดู เขาใส่น้ำตาลโป๊ะน้ำแข็ง คั้นผลไม้ลงไป เวลาเราดื่มต้องคนเขย่าน้ำแข็งเอาเอง นั่งเก้าอี้เตี้ยๆหรือเก้าอี้นอน ฆ่าเวลาได้ดีจริงๆ เชื่อไหมว่า มีบางคนที่นั่น ซื้อเครื่องดื่มแก้วเดียว นั่งยาวเป็นคืนก็มี อันนี้ไม่ว่ากัน เพราะเจ้าของร้านเขาไม่ไล่ ไม่รู้จะไล่ทำไม ลูกค้าก็มีน้อย คนขายคู่แข่ง ก็มีเยอะ ดึงแขกไว้ดีกว่า ดื่มเสร็จ ก็มีน้ำชา ดึงให้นั่งต่ออีก บางที่มีหนังสือพิมพ์ให้อ่าน(แต่ไม่มีบางกอกโพส เด้อ เวียตล้วนๆ) มีเพลงให้ฟัง ทีวีให้ดู มีสาวสาวเวียต มานั่งคุย (เจ้าของไม่รู้คุ้ม รึเปล่า?) เป็นร้านที่บริการคนรายได้น้อยอย่างพวกผม เพราะจะให้ไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้าน
Trung Nguyen(จุง เวียน) ที่ขึ้นชื่ออย่างกับสตาร์บั๊กบ้านเรา แก้วละห้าสิบบาท คงไม่ไหว สู้ขายปลีกพวกนี้ไม่ได้ ตอนที่ เวียตนามเริ่มมีการผลิตเหรียญใช้ตอนปี 2003 ผมก็เคยคิดว่าต่อไปอาชีพพวกนี้คงหากินกันลำบากขึ้น เพราะมีการทดแทนด้วยตู้ขายเครื่องดื่ม แต่กลับไม่เลย ด้วยสาเหตุอะไร คิดว่าประการหนึ่ง คงมาจากการลงทุนเครื่องขายอัตโนมัติยังไม่คุ้มที่จะลงทุน และอีกประการหนึ่งคงจะไว้กล่าว ตอน "คนเวียตเก็บเงินไว้ที่ไหน?" ดีกว่า

ตอนที่ 9

คำน่าสนใจ "Trăm phần trăm"

อ่านว่า "จำ ฝ่าง จำ"

           ถ้าหากมีการเชื้อเชิญว่า "จำ ฝ่าง จำ"คือดื่มหมดแก้ว ถ้าเราตอบว่า "นำ เมย"คือดื่มครึ่งนึง "เทม เหน๋อ"คือ เติมอีก "หลั่ง เหน๋อ" คือเอาอีก

(11 กันยายน 2549)

ตอนที่ 8

        ผมรู้จักพี่คนหนึ่ง เป็นคนชอบเที่ยว เวลาไปเที่ยวกันมักจะมีคำพูดติดตลกมาล้อเล่นกับผมเป็นประจำ ก็มีคำหนึ่งที่ได้ยิน หล่าม เติ่น(=ร่วมหลับนอน หรือmake love)  กับคำว่า ก่องซิน(=บริสุทธิ์ หรือVirgin) มักจะพูดกับสาวสาว เขารู้ว่าเราเป็นเด็กอนุบาลหัดพูด ไม่ถือสา ถ้าไปพูดกับสาวที่อื่นอย่าไปพูดนะครับเดี๋ยวจะโดนด่า ฮ่า...

ตอนที่ 7

คำน่าสนใจ "Không say không về...mt hai ba Yoow"

อ่านว่า "คอม ซาย คอม เหว่...หมด ฮาย บา โย่ว"

           ตอนนี้ผมกลับมาทำงานที่เมืองไทยที่มาบตาพุด จ.ระยองได้สี่เดือนแล้ว ยอมรับว่า เศรษฐกิจไทย ยังไม่ค่อยดีเท่าไร วันนี้พาลูกน้องคนไทยมากินเลี้ยงก็จัดเลี้ยงพอสมควร มึนเมานิดหน่อย ผมเคยไป ร่วมเมากับเพื่อนชาวเวียตครั้งนึง เมื่อตอนอยู่ที่ จ.บินห์เยือง ไปกิน อาหารเหลาน่ะครับ(คล้ายจิ้มจุ่ม ปิ้งย่างบ้านเรา) วันนั้นเป็น  "เหลา บ่อ=เนื้อวัวตุ๋นกะทะ" อร่อย มาก ดื่มกับเบียร์ไทเก้อร์ ซึ่งเกรดเอ สำหรับเวียตนามตอนปี 2003 จริงแล้วเป็นเบียร์สายสิงคโปร์ ผลิตที่เวียตนาม.
          ถ้าพูดถึงเบียร์ที่เวียตนามน่ะครับ อับดับหนึ่ง"ไฮเนเก่นส์" รองมา "ไทเก้อร์" ซึ่งอันนี้ไปคาราโอเกะจะดื่มบ่อย ราคาตอนนั้น
10,000 ด่อง/ขวด รสชาติระดับเบียร์สิงห์ ต่อมาก็เบียร์ 333(=บา บา บา) เป็นเบียร์สายเลือดเวียตนาม ถ้าเดินทางมากับสายการบินเวียตนามแอร์ไลน์จะได้ดื่ม รสชาติคล้ายเบียร์ลีโอ อันนี้ผมค่อนข้างดื่มบ่อย ตอนเทศกาลปีใหม่ ราคาไม่แพง ต่อมาก็เบียร์ท้องถิ่น "ไซ ง่อน หม่าว ซัน=ไซง่อนเขียว" รองมาก็"ไซ่ง่อนหม่าวด๋อ=ไซง่อนแดง" เกรดจะดีกว่าไซง่อนเขียวรสชาติจะนุ่มกว่า เมาดี ขอแนะนำ ยิ่งทานกับ"เหลา จ๊อ=เนื้อหมาตุ๋น" ไม่ถนัดก็ทาน "เหลา เหย่=เนื้อแพะตุ๋น" แถวสนามบินตันเซิงยึก โฮจิมินห์ จะสุดยอดมาก ยี่ห้อ"ซาน มิเกล" อันนี้มีขายบ้านเรา ส่วน ท่านที่อยากจะสัมผัสรสเบียร์ของเวียตนามดั้งเดิม หากจะลองเบียร์สด(=เบีย เตย/เฮย) ก็ได้ผมเคยนั่งดื่ม กับคนงาน ตอนนั้นราคาลิตรละประมาณ 10 บาท ขายเป็นแกลลอนครับ แต่มีคนเวียตที่นั่นเตือนเหมือนกันว่าอย่าดื่มมาก เพราะเคยมีคนใส่ยาเมา คงคล้ายบ้านเราที่แต่ก่อนเคยได้ยินว่า ใส่ยาฆ่าแมลงเพื่อเพิ่มความเมา ตอนนั้น มีเพื่อนชาวอินโดนีเซียมาร่วมเมา แต่เท่าที่ทราบตอนนี้เขาอยู่ที่เขตหวุ๋งเต่า(คล้ายพัทยาบ้านเรา ไม่ห่างจากโฮจิมินห์) เราในฐานะลูกจ้างรายได้น้อยในตอนนั้น ยอมรับว่า กันเองมากมาก เรียกได้ว่า"คอม ซาย คอม เหว่=ไม่เมา ไม่กลับ" สรุปว่า บ้างก็เมากลิ้งข้างถนน สนุก และจริงใจดี
        เอ้าพวกเรา "หมด ไฮ บา โย่=1 2 3 ไชโย" เป็นคำที่เราชวนดื่มกัน ด้วยความจริงใจ ตะโกนพร้อมกันให้ดังดัง เวลาชนแก้วให้ชนจนกระฉอก  เริ่มต้นดื่มจะมึนก่อน(=ซาย) จริงแล้วคำว่า"ซาย" จะตีความหมายว่า เมารถ(=าย แซ) หรือเมาเรือ(=ทราย ต่าว) ก็ได้ หรือ ถ้าจะ เมาน้องๆ(ซายแอม) ก็ได้ อันนี้โดนหยิกแน่ เพราะว่าเมามากซะแล้ว(=สิน หร่อย)   ฮ่า...

คำน่าสนใจ "Cà phê"

อ่านว่า "ก่า เฟ"

             การชงกาแฟที่นั่นแปลกดีครับ สำหรับคนที่ไม่ใช่คอกาแฟอย่างกระผม กาแฟที่นั่นเขาเอาผงกาแฟสดบดใส่ที่กรองใส่น้ำร้อนลงถ้วยและมีอุปกรณ์กดกดบีบบีบรีดรีด (ตามรูป) เคยซื้อมาฝากแม่ชุดนึง แต่แกเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านซะแล้ว รสชาติกาแฟเข้มข้นมาก และได้กลิ่นไหม้ของกาแฟนิดนิด ตาค้างเป็นวันเลย ดื่มเสร็จก็ตามด้วยน้ำชาร้อนๆ(=จ่า น้อม) ชุดนึง  ขนาดผมดื่มข้างถนนนั่งเก้าอี้เด็กอนุบาลเตี้ยๆ ราคาก็ประมาณ 10 บาท ส่วนร้านเปิดประมาณหกโมงเช้า  กาแฟก็มีสารพัดจะสั่ง พอจะยกตัวอย่างดังรูปก็เป็น  กาแฟดำ(=ก่า เฟ แดง) อย่างอื่นก็มี เช่น กาแฟนมเย็น(=ก่า เฟ เสือ ด๊า),กาแฟยกล้อ(=ต.บัก สิว) เป็นคำใต้ อันนี้ไม่ได้ยกล้อโชว์นะครับ  ไม่รู้ว่าจะหาคำไทยที่พ้องคำไหนดี จะเป็นกาแฟที่ใส่นมข้นตามน้ำแข็งและเหยาะด้วยน้ำกาแฟข้น(ซึ่งเตรียมใส่กระป๋องมาจากบ้านไว้แล้ว) เวลาดื่ม เราก็เอาแค่เอาช้อนมาคนให้เข้ากันชักขึ้นชักลง คนที่นี่เก่งจริงแค่ พื้นที่กว้างสองศอกก็เปิดร้านขายกาแฟได้  นั่งได้ครู่นึง อ้าวนั่นเกิดจราจลอะไรล่ะ อ้อ ตำรวจเขามาไล่เคลียร์ที่ เขตนี้เขาห้ามวางของขาย ทั้งคนขาย คนที่มาจอดรถมอเตอร์ไซต์วงแตกกระจาย คนดื่มก็วงแตกไม่ได้จ่ายตังค์กันเลย เฮ้อ...เสียดายดื่มยังไม่ทันหมดเลย

คำน่าสนใจ "Bánh"

อ่านว่า "บั๊น หมี่" ขอแปลว่า "แฮมเบอร์เก้อเวียตนาม"

             เป็นอาหารพื้นพื้นที่หากินได้ง่าย และราคาถูก สาระพัดที่จะเลือกใส่ ไม่ว่าจะเป็นหมูยอ,เนื้อหมู,เนื้อวัว หรือปลากระป๋อง ใส่หอมหัวใหญ่ ผัก แตงกวา มะเขือเทศ เนย(=เบอ) ซีอิ้ว พริกน้ำส้ม หรือจะเพิ่มแฮมหมู เลือกราคาก็ได้ ตั้งแต่ ประมาณ 7 บาทขึ้นไป นิยมกันในหมู่คนรายได้น้อย เก็บกินได้นาน ขนมปังจะแข็งโป๊กเลยเป็น Fast food กินตอนเช้าตอนทำมาร้อนๆจะอร่อยมาก จะเรียกว่าแฮมเบอร์เก้อเวียตนาม ก็ว่าได้ คนขายจะปั่นจักรยานตอนเช้าและมีคำร้องๆที่ ผมเคยได้ยิน ว่า"บั๊น หมี่ ไซ่ก่อน หมก แหง่ง หมก อ๋อ บั๊น หมี่ ไซ่ก่อน ดัก หรวด เทิม เบอ" ความหมาย คงประมาณว่าราคาถูก กินแล้วอิ่มท้อง

คำน่าสนใจ "Xin Chào"

อ่านว่า "ซิน จ่าว" แปลว่า "สวัสดี"

เปิดปฐมฤกษ์ กับคำทักทายพื้นฐาน สำหรับการทักทาย  เป็นธรรมเนียมสากล ใช้พูดไม่จำกัดบุคคล และเวลา จริงแล้ว ถ้าเพื่อนสนิท จะทักสั้นสั้นว่า "จ่าว" ก็ได้ แต่มีคำว่า "ซิน" ทำให้ดูแล้วสุภาพมากกว่า

 

(5 กันยายน 2549)

ตอนที่ 6

        ตอนที่ผมไปทำงานก่อสร้างที่นิคมอุตสาหกรรมเวียตนามสิงคโปร์ จ.บิ่นยืงห์ ตอนนั้นมีบ.ฮั่วบึ่น เป็นผู้รับเหมา เวียตนาม บ.เอสทีอี ทำงานระบบของสิงคโปร์ เราทำงานอยู่ในคอนเทนเนอร์ที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ ปี 2003 ระบบไฟฟ้าค่อนข้างมีปัญหาบ่อยมาก คือมันกระตุกและตกบ่อยมาก จนมีวันหนึ่งไฟฟ้าดับ เราได้ให้ช่างมาซ่อม อากาศก็ร้อน ช่างก็หงุดหงิด พูดบ่นพึมพำ ผมได้ถามเพื่อนเวียต เขาบอกว่าอย่านำคำนี้ไปพูด เพราะเบางคำป็นคำหยาบ ไม่สุภาพ ผมก็เลยไม่เคยพูด แต่จะเล่าให้ท่านรู้เผื่อถ้า ใครพูด จะได้รู้ไว้ ประดับความรู้

ก๊ำ สึ่ง มีชู้(ถูกสวมเขา/โง่เหมือนควาย)
ดี เอ๋/กึ๊ด ไป ขี้
กู กึ้ง หร่อย แข็งแล้ว(ไอ้...นั่น มันแข็งแล้ว)
น้อย ต่าม ไบ๋ ต่าม บ๋า พูดจาหยาบคาย
ก่อง ซิน พรหมจรรย์/ยังไม่เคยผ่าน...
อิ๊ว กว้า หมดแรง/ไม่สู้
อิ้ว ซิน ลี้ หมดสมรรถภาพทางเพศ
หล่าม เติ่น ร่วมเพศ
เสือ เหง่ย นมสาว
ยู้ บื๋อ กว้า นมใหญ่จัง
กี่ กว๊า/กี่ กุบ ต. ขี้ตืดชะมัด/แย่ชะมัด
หยิ่ว เจี๋ยง พูด มาก
โต๊ด เหง็บ จบ เห่
งู กว๊า โง่ จริง
มัก ย๊อง หร่อย ตอน แล้ว
จิม แด่ป กว๊า เป็ดน้องสวยจัง
กั๊ด กู! ตัด ไอ้ จ้อน!
ก๊าก ควย เอ้ย
เจ๊ด แหม่ ตาย ห่า
ดู๋ ม้า เย็ด แม่ง
ไบ๋ กว๊า ทะลึ่งจัง
เซ้า กว๊า ห่วยจัง
ยือ มา เหมือนผี
ก่า ม้ำ ด๋อ กะหรี่(อีตัว)
ข่ม ข่ม เดียง เดียง งี่เง่า,ปัญญาอ่อน,ติงต๊อง

(28สิงหาคม 2549)

ตอนที่ 5

       ตอนที่ผมลองพูดภาษาเวียตนามใหม่ คนเวียตจะบอกว่าเราพูดได้ "ดี" และ "ชอบ" แบบสุดสุด ผมจึงขอยกตัวอย่างคำนี้ที่เคยได้ยินมา

...tốt โต๊ด=ดี คำนี้ได้ยิน คนเหนือเขาพูด
...rất tốt! รัด โต๊ด ดีสุดสุด
...tốt hơn โต๊ด เฮิง ดีกว่า
...tốt lắm โต๊ด ล้ำ ดีมากมาก
...hay quá ฮาย กว๊า=สุดยอด คำภาษาใต้ เช่น ฮ้าก ฮาย กว๊า=ร้องเพลงได้สุดยอด
...hay lắm ฮาย ล้ำ ดี
...giỏi lắm หยอย ล้ำ ดี
...giỏi quá หยอย กว๊า ดีมาก
...được lắm เดิก ล้ำ ได้ดีจริง
...(tốt,hay,giỏi) nhất ....(โต๊ด,ฮาย,หยอย) ยึก ดี ที่สุด
...lắm ...ล้ำ มาก
...nhiều lắm ...หยิ่ว ล้ำ มากมายสุดสุด
...dễ thương ...เหย เทิง น่ารัก(ถ้าลงด้วย "กว๊า"=น่ารักมากมาก)
...thích ...เทิ๊ด ชอบ
...cần ...เกิ่ง ต้องการ
...muốn ...หม้วง ต้องการ(คำนี้นิยมใช้มากกว่า)

 (26สิงหาคม 2549)

ตอนที่ 4

สภาพอากาศที่โฮจิมินห์ซึ่งค่อนข้างร้อนอบอ้าว กลางวันยากที่จะเห็นหน้าสาวๆ เพราะปิดหน้า ใส่กันแดด ใส่หมวก สวมถุงมือคลุมยาวถึงหัวไหล่ โทษทีครับตกเย็นถอดออก ผิวผ่องกันถ้วนหน้า อย่าพึ่งน้ำลายหกนะครับ เวลาอากาศร้อนจัด จะได้ยินคนเวียตพูดว่า
 
nắng quá  นั้ง กว๊า ร้อนมาก(สภาพอากาศร้อนแดดจัดมาก)

    ภาคใต้หน้าหนาวจะแค่ช่วงสั้นตอนปลายปี ผมแทบไม่ต้องซื้อเสื้อกันหนาวเลย ตอนที่เพื่อนเวียตพาผมไปเที่ยวเขตหนึ่งแถวเขตหนึ่ง เพื่อนผมขับรถมอเตอร์ไซต์แล้วถามน้องน้อง(em em=แอม แอม)ว่า

em lạnh không? แอม หลั่น คอม น้องหนาวไหม?
em lạnh  quá แอม หลั่น กว๊า หนาวจะตายอยู่แล้ว

 

ตอนที่ 3
    กดึกหน่อยเพื่อนเวียต ก็พาไปหาอะไรกินข้างนอก สั่งอาหารมาไม่เป็นห้เขาสั่งให้ แต่เวลาสั่งเครื่องดื่ม(uống gì=โอ๊ง หยี่?=ดื่มอะไร?)  มักจะจบลงด้วยการสั่งน้ำชาใส่น้ำแข็งมาดื่ม คนเวียตที่นี่ดื่มน้ำชาแทบจะแทนน้ำเปล่า แต่ผมว่าดีต่อสุขภาพฟันมากแล้ว การดื่มชามากมากจะเหมาะกับสุขภาพร่างกายและชาสามารถลดน้ำหนักดีมาก ผมไม่ค่อยจะพบเห็นคนเวียตที่อ้วน เว้นแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมขอรวบรวมสาระพัด "จ่า" เท่าที่เคยดื่มมาดังนี้ครับ

trà đá จ่า ด๊า น้ำชาใส่น้ำแข็ง
trà nóng จ่า น๊อม ชาร้อน
trà lipton จ่า ลิปตัน ชาร้อนลิปตั้น
trà đá chanh dường จ่า ด๊า จัน เดื่อง ชามะนาวใส่น้ำตาล
trà  đắng จ่า ดั้ง ชาขม
trà sữa đá จ่า เสือ ด๊า ชานมใส่น้ำแข็ง
trà bí đao จ่า บี๊ เดา ชาน้ำฟัก
....นี่แหละครับ ชาน้ำฟัก หอมหวานแก้แฮ้งค์ดีมาก

 (23สิงหาคม 2549)

ตอนที่ 2
  
 
เคยไปแวะโพสต์ในเว็บอื่นนะครับเลยเอามาฝากกัน เห็นว่าคงเป็นประโยชน์
-คุณชื่ออะไร....(อัน/แอม)เตินหยี่
- ฉันชื่อ ...(อัน/แอม)เติน...
- ยินดีที่ได้รู้จัก....วุยล้ำกับ(อัน/แอม))
- แล้วพบกันใหม่...เหิ่นกับหล่าย
- ใช่, ไม่ใช่...ฝาย,คอมฝาย
- ไม่เป็นไร...คอมซาว
- นั่นอะไร...เกียหล่าไก๊หยี่
- ไปทางไหน...ดีเดา
- เมื่อไหร่...คีหน่าว/ลุกหน่าว
- ราคาเท่าไหร่...บาวยิว
- พูดภาษาเวียดนามได้นิดหน่อย...น้อยติ๊งเววียด จุ๊บซิ้ว
- อันนี้ภาษาเวียดนามเรียกว่าอะไร...ก๊าย หหน่าย หล่า ก๊าย หยี่
- ขอดูห้องได้ไหม (จะใช้ตอนเช่าห้องพัก)....ไท๊ ฟ่อม ตรึ๊ก เดิก คอม
- คืนละเท่าไหร่...หมก เดม บาว ยิว
- ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมได้มั้ย...กุ๋ย ห่่าง ลี้ อ๋อ คัด แฉง เดิก คอม
- ต้องการเช็คเอาท์...เติ๊น เตี่ยง
- ช่วยเรียกแท๊กซี่ให้ด้วย...ยึ๊บ โตย ก่อยย แท๊กซี่ แน
- ไป ...... เท่าไหร่ ///ดี...บาวยิวเตี่ยงง
- ค่ารถเท่าไหร่....จ๋า บาว ยิว
- จอดตรงนี้...หยึ่ง หล่าย ได
- ราคาเท่าไหร่...บาวยิว
- แพงเกินไป....ดั๊ก กว๊า
- ลดได้มั้ย...เหยียม หย้า เดิก คอม?
- จะแลกเงินได้ที่ไหน...โด๋ย เตี่ยง อ๋อ เดดา
- ไปรษณีย์อยู่ที่ไหน...บุย เดี่ยง อ๋อ เดาา
- ชั่วโมงละเท่าไหร่...หมด ติ๊ง บาว ยิว เตตี่ยง
- หิวข้าว, หิวน้ำ....เดา บุ๋ม,คัด นึก
> - ร้านอาหาร...เตี่ยม อัง
- ไม่ใส่ผงชูรส...คอม เทม หมี่ จิ้น
- จาน, ชาม...ไก๊ เดี๋ย,ไก บั๊ด(โตว)
- เก็บตังค์ด้วย..เติ้น เตี่ยง
- คุณอายุเท่าไหร่..บาว ยิว โต๋ย
- ฉันอายุ ... ปี...แอม ....โต๋ย หร่อย
> - ขอที่อยู่คุณได้มั้ย...จอ เดี่ย จี๋ แอม เดิก คอม
- อีเมล์... อี เมล
- แผนที่...บ๋าง ด่อ
- เงิน..เตี่ยง
- 5,000 ด่อง...นำ หง่าน(แหง่ง) ดอง
- 10,000 ด่อง...เหม่ย หง่าน(แหง่ง) ดอง - 15,000 ด่อง...เหม่ย ลำ หง่าน(แหง่ง) ดองง

ตอนที่ 1

        ตอนที่มาถึงที่สนามบิน Ton Son Nhat (ตัน เซิง ยึก) ใหม่ๆเมื่อสิงหาคม ปี 2003 อุตสาห์พกภาษาจีนเบื้องต้น กะจะเอาไปใช้เรียน ก็กลับต้องโยนทิ้ง เพราะเวียตนามใช้ภาษาเวียตนาม เจอคนที่มารับก็มีพี่คนไทยที่ทำงานอยู่ก่อนหน้า ชื่อพี่พัฒน์ กับคนเวียตนามชื่อ Phi(ฟี) ระหว่างนั่งรถยนต์ซึ่งจ้างมาจากโรงแรม ซึ่งห่างจากสนามบินกว่าครึ่งชั่วโมง เรามาพักกันที่โรงแรมPhuong nam จ.Binh Duong ระหว่างทางได้ยินเขาพูดกับคนขับรถที่ชื่อThành (ทั่น)ว่า

đúng  ròi ดุ๊ม หร่อย ใช่ แล้ว

ฟังมาตลอดทาง ว่าเขาพูดตลอด ดุ๊ม ดุ๊ม หร่อยๆ ซึ่งผมมาได้ยินอีกทีกับเพราะคนเหนือ(ฮานอย)จะพูดว่า ดุ๊ม ซ่อย ก็คือความหมายเดียวกัน แต่คนละสำเนียง จริงแล้วทางใต้ จะออกเสียงเป็น โหร่ย แต่คนเวียตนามเขารู้ว่าเราคนต่างชาติพูดไม่ไหวลิ้นมันแข็ง ซะแล้ว แต่เท่าที่ผมสังเกต จะมีแค่ครั้งเดียวที่พูดแล้วสำเนียงเราจะเหมือนกัน  ก็ตอนคนเวียตกับคนไทยเมาแล้วพูดภาษาเวียตกัน เหมือนกันครับลองสังเกตมาหลายครั้งแล้ว ฮ่าๆ
            นายฟีก็ บอกผมว่า
 

Anh Đẹp Trai/Em Đẹp gái อัน แด่บ จาย/แอม แด่บ ก๊าย พี่รูปหล่อ/น้องคนสวย

 ผมก็เลยขอเขาช่วยสอนภาษาให้หน่อย แบบจะเอาไปคุยหรือฟังเขาคุยกันได้ แต่โดยมากจะสอนศัพท์สุภาพ ส่วนคำแปลกๆ พี่พัฒน์จะรู้เองซะมากกว่า

Em có bạn trai chưa แอม ก๊อ บ่าง จาย เจือ น้องมีแฟนหรือยัง?
Chưa...Em độc thân เจือ แอม ดอบ ทัน ยัง...น้องยังเป็นโสด

 ทั้งร้อยครับจะตอบว่า ยังไม่มีฟน ถ้าจะบอกว่าเราเป็นโสด ก็เปลี่ยนจาก"แอม"เป็น"อัน"ก็ได้ การเดินทางยังไม่ถึงโรงแรมคงประมาณสัก สิบนาที แต่เมามาจากเครื่องบินเริ่มเพลียอยาก ขอสักงีบนะครับ

Chúc em ngủ ngon จุ๊ก แอม โหงว งอน หลับฝันดีนะน้อง

(12 สิงหาคม 2549)



 

Hosted by www.Geocities.ws

1