ป่าผืนใหม่ ที่ชายฝั่งชุมพร
โดย ธรรมศักดิ์ ( มติชน 31 พฤษภาคม 2545 )

        เช้าวันหนึ่งต้นฤดูฝน ขณะที่เมฆครึ้มลอยผ่านเวิ้งอ่าวของชายฝั่งแถบชุมพรเมื่อมองในมุมมองนกทะเล จากยอดเขาสูง:ซึ่งเป็นบริเวณของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ซึ่งอยู่เหนือหาดทรายรีอันยาวเหยียด
        ภาพสวยงามของทะเลเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยเกาะแก่งก็ปรากฏอยู่ในแสงลอดเมฆอบอุ่นของยาวเช้า เบื้องล่างเป็นแนวทิวมะพร้าวยาวเหยียดทอดไปกับชายหาด

        หาดด้านนี้ก็มีอ่าวทุ่งมะขามน้อย ทุ่งมะขามใหญ่ หาดทรายรีสวี หาดอรุโณทัย

        อีกด้านเวิ้งอ่าว โค้งสวยงาม โอบไว้ด้วยแนวเขาและแนวป่าโกงกาง เขียวชอุ่ม มองเห็นเป็นบริเวณกว้างหลายร้อยหลายพันไร่ 70 เปอร์เซ็นต์ของที่นี่เป็นป่าชายเลนที่เหลือเป็นชายหาดยาวเหยียด

        ไกลออกไปในทะเลนั่นมีเกาะกว่า 40 เกาะ อยู่ท่ามกลางน้ำทะเลใสๆ เป็นชายฝั่งที่สวยงามแต่ไม่พลุกพล่านของแนวฝั่งภาคใต้ ยังไม่เจริญขนาดเกาะสมุย สุราษฎร์ฯ แต่ก็มีแหล่งชุมนุมของนักเที่ยวที่หลงใหลทะเลที่เกาะเต่า ซึ่งฝรั่งชุกชุม และที่เกาะง่าม ซึ่งน้ำใสสีเขียวสด แนวปะการังงดงามต้อนรับนักท่องเที่ยวนับหมื่นในแต่ละป

        เกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ ใครไปมาแล้วบอกทั้งนั้นว่าสวยงามจับใจ เพราะอุดมสมบูรณ์ และงดงามให้ความอิ่มใจกับโลกใต้ทะเลไม่แพ้ฝั่งอันดามันนั่นเชียว

        มีทัวร์บริการ เหมาเรือได้เป็นวันๆ สนนราคาพอสมน้ำสมเนื้อ แต่คุ้ม

        เกาะแก่งแถวนี้ เป็นเกาะหินปูนฉะนั้นจึงมี ถ้ำสวยๆ อยู่มาก แต่เป็นแหล่งอาศัยของนกนางแอ่นมาเป็นร้อยๆ ปี และมีการให้สัมปทานเก็บรังนกไปมาก เริ่มต้นด้วยชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยซึ่งรู้ค่าของรังนกนางแอ่นเหล่านี้ก่อนใคร เกาะรังนกจึงมีเจ้าของชั่วคราวจากการให้สัมปทานจึงไม่ค่อยได้มีใครเข้าไปเยี่ยมกรายมากนัก เพราะเขาหวงนักหวงหนา

        ที่ขึ้นชื่อเขาเรียกกันว่าเกาะแกลบเพราะเป็นแหล่งใหญ่ ผู้รับสัมปทานเก็บได้ปีละมากๆ

        ใกล้ชายฝั่งที่สุดด้านนี้เป็นเกาะลังกาจิวซึ่ง เป็นเกาะรังนกรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสถึงที่นี่ และทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อไว้ในถ้ำ

        อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรนั้นกินอาณาบริเวณทั้งบนฝั่งและในทะเลกว้างๆ เพิ่งเริ่มเปิดดำเนินการมาเมื่อปี 2542

        เพื่ออนุรักษ์แนวฝั่งแถบนี้ไว้ให้คงสภาพธรรมชาติ ทั้งๆ ที่แถบนี้เคยทรุดโทรมเพราะการเข้ามาทำมาหากินของชาวบ้าน และกลุ่มทุนที่ต้องการพื้นที่ไปทำเพาะปลูก และเปิดบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำแถบชายฝั่ง ซึ่งต้องแผ้วถางป่าโกงกางชายเลน ซึ่งเคยอุดมสมบูรณ์

        ทางอุทยานฯได้เข้ามาฟื้นป่าชายเลนแถบนี้ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์น่าน้ำ ให้สภาพนิเวศกลับคืน และเปิดให้เป็นแหล่งเที่ยวทางธรรมชาติอย่างรวดเร็ว โดยร่วมมือกับสำนักการท่องเที่ยวเขตห้า ภาคใต้ และทางจังหวัดหวังจะฟื้นให้ชุมพรเป็นจุดแวะท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างคึกคักเสียที หลังจากที่เคยเป็นเมืองผ่านเงียบเหงามานาน

        ความพยายามอย่างหนึ่งก็คือปลูกป่าชายเลนให้เพิ่มขึ้น เริ่มกันตั้งแต่รอบๆ ที่ทำการอุทยานฯ ทั้ง โกงกาง โปรงแดง โปรงขาว

        หลังสงกรานต์โครงการดังกล่าวกำลังแตกดอกออกผลปรากฏให้เห็นท่ามกลางความยากลำบากของงาน และคนในพื้นที่ ตอนนี้ถ้าใครได้เข้าไปถึงเขตป่าชายเลนแถบนั้นก็ให้รู้ไว้ว่านั่นเป็นป่าปลูกขึ้นมาใหม่ สภาพทางนิเวศเริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง อย่างน่าชื่นใจ เพราะชีวิตบนผืนโคลนทั้งปลาเล็กใหญ่ที่ชายคลอง นกกา ที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วนั้นมาจากการย้ายบ้านใหม่อีกครั้งหลังจากต้องร้างบ้านไปปลาตีน ปูสีสวยๆ โผล่หน้ากันสลอน แล้งยังจะชีวิตเล็กๆ อีกนับร้อยชนิดที่อยู่ในผืนโคลนที่อิ่มไปด้วยอาหารตรมธรรมชาติ

        ถ้าบินลงหรือขึ้นมาจากภาคใต้ จะมองเห็นแนวฝั่งและเกาะแก่งอย่างชัดเจนเสมอแถวนี้

Copyright ? 2000-2001 by Ingreen Group. Report technical problems to [email protected] . This document was build on: 25/02/2001 . Best view in IE4x or higher,800x600 pix.Font Medium.
Hosted by www.Geocities.ws