ด้วยประสบการณ์การทำหนังสือแบบหวือหวาสมัยที่อยู่อังกฤษ ทำให้รูเพิร์ต เมอร์ด็อกนำมาปรับใช้กับหนังสือพิมพ์ที่เขา ได้รับมรดกมาจากบิดา คือ Sunday Mail และ The News ซึ่งออกในแอดิเลด รัฐเซาท์ออสเตรเลีย ด้วยการเสนอข่าวประเภทอื้อฉาวคาวโลกีย์ โดยที่บ่อยครั้งเจ้าตัวลงมาพาดหัวเอง จนทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูด หลังจากนั้น เมอร์ด็อกก็ได้ปรับหนังสือพิมพ์อื่นๆ ที่เขาไปซื้อไว้ ไม่ว่าจะเป็นที่ซิดนีย์ เพิร์ธ เมลเบิร์น หรือบริสเบน ให้ออกมาในแนวเดียวกันนี้ ในปี 2512 เมอร์ด็อกเริ่มขยายอาณา จักรด้วยการไปซื้อกิจการหนังสือพิมพ์ News of the World ซึ่งออกในกรุงลอนดอน โดยเน้นการ เสนอข่าวอาชญากรรม ข่าวอื้อฉาวคาวโลกีย์ และข่าวที่อยู่ในความสนใจของผู้อ่าน อีกทั้งเน้นพาดหัวด้วยตัวหนังสือขนาดใหญ่ ขณะเดียว กันก็อัดข่าวกีฬาซึ่งคนอังกฤษสนใจเข้าไป ส่วน บทบรรณาธิการ หนังสือของเมอร์ด็อกยึดแนว ทางอนุรักษนิยม
แนวทางดังกล่าวสร้างความสำเร็จให้ทั้งกับ News of the World และ The Sun ซึ่งเมอร์ด็อกซื้อในเวลาต่อมา
พอถึงปี 2516 เมอร์ด็อกก็ขยับไปยังสหรัฐอเมริกา... เมอร์ด็อกเริ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ใน สหรัฐฯ ด้วยการซื้อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในซานอันโตนีโอและเทกซัส โดย San Antonio News ซึ่งต่อมาเป็น Express-News เมอร์ด็อกได้ปรับเป็นหนังสือพิมพ์หวือหวา ตามที่ถนัด ซึ่งในไม่ช้าก็สามารถครองตลาดหนังสือพิมพ์กรอบบ่ายของที่นั่น ปี ถัดมา เขาบินสูงขึ้นด้วยการออกหนังสือ พิมพ์รายสัปดาห์ Star ซึ่งเป็นหนังสือระดับชาติ แต่ก็ยังคงยึดการเสนอข่าวแนวเดิม หลังจากนั้นอีก 2 ปีเขาก็ได้ซื้อหนังสือแทบลอยด์ New York Post แต่แล้วก็ขายทิ้งไปทั้ง 2 ฉบับ อย่างไรก็ตาม ในปี 2536 เมอร์ด็อกก็ได้ซื้อ New York Post กลับมา นอกจากนั้น ในปี 2525 เมอร์ด็อกได้ซื้อ Boston Herald American และเปลี่ยน ชื่อเป็น Boston Herald แต่ต่อมาเขาก็ได้ขาย ออกไปในปี 2537
ในปี 2531 เมอร์ด็อกก็ได้ซื้อนิตยสาร TV Guide ...ช่วงทศวรรษเดียวกันนั้นเอง เขาได้ซื้อมาขายไปหนังสือพิมพ์อเมริกันอีก หลายต่อหลายฉบับด้วยกัน
เมอร์ด็อกไม่ได้ทำแต่เฉพาะหนังสือ ประเภทหัวสีขายข่าวหวือหวาเท่านั้น แต่เขาก็ยังมีหนังสือพิมพ์ประเภทเน้นคุณภาพ อยู่ในเครือด้วย อาทิ The Times of London และ Sunday Times ซึ่งออกในอังกฤษ และ Australian ออกในออสเตรเลีย
เมอร์ด็อกย้ายไปอยู่สหรัฐฯ ในปี 2517 และได้สัญชาติอเมริกันในปี 2528 โดยอาศัยอยู่ที่นครนิวยอร์ก
อภิมหาเศรษฐีด้านสื่อผู้นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่สื่อสิ่งพิมพ์...
แม้เมอร์ด็อกจะสร้างชื่อ จนถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทางด้านสื่อสิ่งพิมพ์ แต่เขาก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียง เท่านั้น เขาเริ่มแตกแขนงไปทำธุรกิจด้านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ที่ฮือฮาก็คือเมื่อเขาซื้อกิจการ Twentieth Century-Fox Film Corporation ในปี 2528 รวมถึงซื้อสถานีโทรทัศน์อิสระจาก Metromedia, Inc. อีกหลายสถานีด้วย กัน และรวมกิจการกันเข้าเป็น Fox, Inc.
ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เมอร์ด็อก จะเลิกทำสื่อสิ่งพิมพ์...
เมอร์ด็อกไม่เคยทิ้งสิ่งที่เขาเริ่มต้นมา
2 ปีถัดจากนั้น เขาได้ซื้อ The Her-ald and Weekly Times Ltd. ในออสเตรเลีย ขณะที่ในสหรัฐฯ เขาได้ครอบครองสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Harper & Row Pub-lishers สำนักพิมพ์หนังสือด้านศาสนา Zon-dervan และสำนักพิมพ์หนังสือวิชาการราย ใหญ่ Scott, Foresman & Company
ส่วนในอังกฤษ ในปี 2532 เมอร์ด็อก ได้เปิดตัว Sky Television โทรทัศน์แบบบอก รับเป็นสมาชิกที่ให้บริการผ่านดาวเทียม ซึ่ง ในปีถัดมาได้ควบรวมกิจการกับ British Satellite Broadcasting กลายเป็น British Sky Broadcasting หรือที่รู้จักกันในนามของ BSkyB
การขยายตัวแบบยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ของเมอร์ด็อกนี่เอง ทำให้เมอร์ด็อก ต้องแบกหนี้จำนวนไม่น้อย ซึ่งเขาก็แก้ปัญหาด้วยการขายกิจการบางตัวออกไป อย่างเช่น New York และ Seventeen รวมทั้ง นิตยสารสัญชาติอเมริกันอีกหลาย ฉบับ
ปี 2536 เมอร์ด็อกได้ซื้อ Star TV ในฮ่องกง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของเขาที่จะสร้างเครือข่ายโทรทัศน์ให้ครอบคลุมไปทั่วโลก และในปี 2538 เมอร์ด็อกก็ได้เข้าไปถือหุ้นใน MCI Communications Corporation ซึ่งเป็น provider รายใหญ่ในการให้บริการทางด้าน สื่อสารโทรคมนาคมทางไกลของสหรัฐฯ