มาร์โคนี่ ชีวิตทรงคุณค่าแห่งการสือสาร
By....HS4DOR
Somlak Wan-yo
19-8-01

จุดเริ่มต้น
หากจะย้อนอดีตไปสู่ครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้หาทนทางที่จะสือสารคิดต่อกัน ทางวิทยุคมนาคม โดยได้ทำการทดลองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ผลที่ได้ก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก นักวิทยาศาสตร์ชาวสก๊อตชื่อ CLARK MAXWELL ได้ใช้ความพยายามในการที่จะแสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยา ทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่เคลื่อนไหวแพร่กระจายออกไป"เป็นคลื่น" ด้วยวิถีทางคำนาณแบบคณิตศาสตร์ ส่วนนักวิทยาสาตร์ ชาวเยอรมัน HEINRICH HERTZ ได้ใช้กระแสคลื่นต่อเนื่องแบบ VHF พร้อมกับแสดงให้เห็นถึงการกระจายคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าที่มีอยู่จริง ๆ " เคลื่อนตัวไปในรูปแบบคลื่น" ผ่านไปยังตำหน่งอื่น ๆ รอบ ๆ ตัว ซึ่งสามารถทำการ ตรวจสอบได้จากห้องทดลอง ในปีพุทธศักราช ๒๔๓๐ นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีอีกท่านหนึ่งคือ AUGUSTO RIGHI ได้ดำเนินรอยตาม พร้อมกับแก้ไขปรับปรุงงานค้นคว้าของ HERTZ ที่ทำอยู่ ณ โบโลญ่า พร้อมกับทดลองให้ทราบ ถึงความสั่นสะเทือนที่เห็นด้วยสายตาและทางไฟฟ้า เมื่อถึงปีพุทธศักราช ๒๔๒๗ ได้มีครู่ที่สอนอยู่ในลีเซี่ยม เมืองเฟอร์โม ได้สังเกตเห็นการคลายประจุไฟฟ้ามีคลื่นแพร่กระจายออกมาจากเหล็กที่ใส่ไว้ภายใน"หลอด" ที่สร้างขึ้นพร้อมกับ ตั้งชื่อตามชื่อของนักฟิสิกส์ขาวอังกฤษ OLIVER LODGE เป็นชนิดแท่งในปีพุทธศักราช ๒๔๓๗ หลอดวิทยุดัง กล่าวนี้ได้ทำการปรับปรุงพัฒนาต่อไปโดยชาวฝรั่งเศศชื่อ BRANLY เพื่อทำการทดลองในเคมบริดจ์ ผลที่ออกมาทำ ให้สามารถรับคลื่นแฮรตเชี่ยนได้เพิ่มมากขึ้น ภายหลังต่อมาชาวรัสเซียชื่อ POPOV ใช้หลอดวิทยุนี้ทำงานรวมกับสายอากาศแบบดั้งเดิม นั่นก็คือ สายอากาศแบบเวอร์ติคอลที่ทำด้วยแท่งโลหะ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้ทางวิทยาศาสตร์ จากการทดลองต่าง ๆ นี้นำไปสู่ความเข้าใจระหว่างปฏิกิรืยาของแสงและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นี่เองทำให้ GUGLIELMO MARCONI ได้ค้นพบงานอันสำคัญที่เปลียนแปลงประวัติศาสตร์การสือสารคมนาคมโดยสิ้น เชิงในกาลต่อมา โดยได้มีการผลิตอุปกรณ์ที่สามารถสร้างคลื่นวิทยุแพร่กระจายสู่อากาศ พร้อมกำหนดขอบเขต สือกลางระหว่างชั้นบรรยากาสไอโอโนสเฟียร์และพื้นผิวของโลก อีกทั้งยังสามารถดำรงไว้ซึ่งคุณสมบัติต่าง ๆ ของ ระบบวิทยุสือสารสืบมา ต่อแต่นี้ไป ขอให้เรามาทำความเข้าใจศึกษาเรืองราวประสบการณ์ของมาร์โคนี่ ที่ได้สร้างผลิตกรรม วิทยุสือสารมาแล้วกว่า ๑๐๐ ปี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรำลุกวีรกรรมอันน่าชื่นชมที่ท่านผู้นี้ได้ฝากเป็นมรดกไว้ให้แก่โลก ยุคมาร์โคนี่ -------------------------------------------- วันที่ ๒๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๑๗ เมืองบาโลญ่าแห่งอิตาลี ได้มีโอกาศต้อนร้อบหนูน้อยลูกครึ่ง อังกฤษอุบัติขึ้นมาลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก โดยมีชื่อว่า GUGLIELMO MARCONI บิดาของเขาชื่อว่าโจเซฟ มารดาคือ แอนนี่ เจมเมอรสัน นับถือศาสนาคริตส์ นิกายโปรเตสแต้นต์ มารดาของเขานั้นเป็นภรรยาคนที่สอง ของคุณพ่อ มรดกอันสำคัญที่เขาได้จากมารดาก็คือความอดทน ขยันหมั่นเพียรและความรู้ทางภาษาอังกฤษ ส่วนทาง บิดานั้น เขาก็ได้รับแบบอย่างแห่งความแข็งแรงบึกบึน พร้อมทั้งความเชี่ยวชาญในเชิงการค้าวานิชอย่างเต็มเปี่ยม เข้าโรงเรียนเมื่ออายุ ๗ ปี --------------------------- หลังจากที่เติบโตผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึง ๗ ขวบปี ก็ได้เข้าเรียนหนังสือที่ Istituto Cavallero เมืองฟลอเร็นซ์ แต่ภายหลังก็ได้ย้ายไปเรียนที่ Istituto Nazionale เมือง Livorno ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๘ สาเหตุก็มาจากที่ทางตรอบครัวได้ย้ายบ้านไปนั้นเอง ที่เมือง Livorno นี่เอง เขาก็ได้เข้าศึกษาเรืองราวเกี่ยวกับศาสนา และวัฒนธรรมจากโบสถ์ Valdese ซึ่งเป็นโบสถ์ในพื้นที่เมืองนั้น อย่างไรก็ตาม เขาเองได้เคยบอกไว้ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๕ แล้วว่า ความจริง มารดาของเขาก่อนที่จะตกลงปลงใจแต่งงานกับบิดา ได้ตั้งเงือนไขเอาไว้ว่า "ลูกชายจะต้องได้รับการศึกษาแบบโปแตสแต้นส์" แม้ตัวเขาเองก็ได้แต่งงานกับภรรยาคนแรกคือ " Beatride O'Brien"ซึ่งเป็นโปแตสแต้นส์เช่นกัน ศึกษาวิชาฟิสิกส์และอีเล็คโทรนิค ----------------------------------- เมื่อเดิบโตเข้าสู่วัยหนุมอายุ ๑๘ ปี เพราะมีนิสัยใฝ่ในการศึกษา ความรู้ในด้านฟิสิกส์และอีเล็คโทรนิค เริ่มเพิ่มพูนมากขึ้น เพราะได้เป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์สองท่านแห่ง Livorno คือท่านศาสตราจารย์ Vincenzo Rosa และ Giotto Bizzarrini ได้รับการอบรมสั่งสอนแนวติดทางวิทยาศาตร์มากมาย เปิดแนวทางให้เห็นถึงวิธี การที่เขาจะดำเนินศึกษาต่อไป เขาเองมีความสนใจทฤษฎีและแนวคิดของ MAXWELL ด้วยการศึกษาให้เข้าใจ อย่างละเอียดถี่ถ้วน พร้อมทั้งประสบการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาคือHERTZ,RIGHI,CALZECCHI-ONESTI, BRANLY ได้ทำมาก่อนหน้านี้ การทดลองในฤดูร้อน ปี ๒๔๓๗ ---------------------------------- เมื่อฤดูร้อนปีพุทธศักราช ๒๔๓๗ ครอบครัวของเขาได้มีโอกาศได้พักผ่อนในวันหยุคที่เทือกเขา Birella (บริเวณใกล้ ๆ กับ Turin) เขาได้เอานำประสบการณ์ของ HERTZ ด้วยความคิดที่จะใช้คลื่นแฮรตเซี่ยนทำการ ติดต่อสือสารดู ได้มีความคิดในใจถึงสิ่งที่คนอื่น ๆ ไม่คิดมาก่อน ด้วยว่า ในระหว่างที่มีหิมะตก ณ หมู่บ้าน Pontecchio ใกล้เมืองโบโลญ่า เขาได้ดัดแปลยุ้งข้าวให้เป็นห้องทดลอง ทำงานทั้งวันทั้งคืน ม้วนลาดทองแดง แท่งทองเหลือง ขดลวดคอยส์ และตีย์สำหรับส่งสัญญาณระหันมอร์สพร้อมกับระฆังไฟฟ้า โดยใช้เครืองวิทยุแบบเก่า ๆ ดั้งเดิมนั่นเอง ผลการทดลอง -------------- อันดับแรก สามารถส่งสัญญาณอ่อนไปได้สองสามร้อยเมตร จากหน้าต่างยุ้งข้าว ส่วนเครืองรับก็นำ ไปติดตั้งไว้ที่เนินเขาปลายสวนของเขา หลังจากที่สัญญาณระหัสมอร์สสามจุดคือ ดิด ดิด ดิด ซึ่งเป็นอักษรตัว S ถุกส่งออกอากาศไป ถึงเครืองรับปลายทาง เพื่อนชาวนาของเขาได้โบกผ้าเช็ดหน้าแสดงให้ทรายว่าการรับสัญญาณ ได้ผลดี แต่มาร์โคนี่เองยังต้องการให้มันสามารถส่งผ่านเครืองกีดขวางบนพื้นดิน และติดต่อผ่านไปถึงกันทั้งสองจุด จึงได้นำเอาเครืองรับวิทยุไปไว้อีกข้างหนึ่งของเนินเขา ส่วน Mignani ผู้ช่วยของเขาถือปืนไปคอบเสียงสัญญาณที่ส่ง ไปสามครั้ง เมื่อพร้อมแล้วเขาก็เริ่มกดคีย์ของคันเคาะ เพือส่งสัญญาณผ่านเครืองส่งวิทยุออกอากาศ ทันใดนั้นก็ได้ ยินเสียงปืนดังขึ้นจากที่ห่างไกลออกไป คลื่นวิทยุได้ผ่านเครืองกีดขวางไปได้แล้ว ณ บัดนี้ การติดต่อสือสารทาง วิทยุทำได้แน่นอนแล้ว จำได้ว่า วันนั้ตรงกับเดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๘ เพิ่มความแรงของสัญญาณ ----------------------------- เมื่อได้ทดลองแล้ว ผลที่ได้รับออกมาจากการใช้ออสซิลเลเตอร์ของ HERTZ และ RIGHI สัญญาณ ของคลื่นวิทยุอ่อนเกินไปที่จะสามารถทำให้เดินไปในระยะไกล ๆ ได้ เขาจึงแก้ปัญหานี้ด้วยการต่อออสซิลเลเตอร์ เข้ากับสายอากาศ ส่วนอีกด้านหนึ่งได้ต่อลงกรานด์ไป ด้วยวิธีการอย่างนี้ทำให้มีความแรงของสัญญาณเพิ่มขึ้น การสนับสนุนจากองค์กรของรัฐ --------------------------------- ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๙ ก็ไดรับการสนับสนุนเป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้เสนอขอความช่วยเหลือ จากรัฐบาลอีตาลี แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณา มารดาของเขาเห็นความสำคัญถึงประดิษฐกรรมนี้ จึงได้เขียนจดหมาย ไปถึงครอบครัว(คุณตาและยาย) ที่อยู่ประเทศอังกฤษซึ่งก็แนะนำให้ส่งลูกชาย(มาร์โคนี่) ไปประเทศอังกฤษ ซึ่งที่นั่น เขาสามารถหาเงินเพื่อช่วยในการสร้างประดิษฐกรรมนี้ได้ง่ายกว่า ในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๓๙ เขาได้ออกเดินทางไปอังกฤษ ด้วยความช่วยเหลือจาก วิศวกร David Jameson ซึ่งเป็นญาติมารดา ได้นำเขาให้ไปรู้จักกับผู้อำนวนการบริษัทไปรษณีย์โทรเลข คือ เซอร์ วิลเลี่ยม พรีซ ต่อมาได้กลายเป็นผู้ให้ความสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ เมื่อถึงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม เขาก็ได้ทำการทำลองเป็นทางการครั้งแรกจากระเบียงที่ทำการไปรษณ๊ย์ ไปยังที่ราบ Salisbury และต่อจากนั้นมา ก็ได้มีการส่งสัญญาณข้ามช่องแคบ Bristol ระหว่าง Penarth และ Weston เป็นผลสำเร็จ ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๐ มาร์โคนี่ ได้จัดตั้งองค์กรขึ้นมาเพื่อพัฒนาประดิฐกรรมของเขาเพื่อใช้ในเชิง พานิชเป็นครั้งแรก และเมื่อถึงเดือนกรกฎาคมในปีเดียวกันนั่นเอง รัฐบาลก็เชิญให้เขากลับสู่อิตาลีเพื่อให้เขาติดตั้ง ระบบสือสารที่ La Spezia เพื่อติดต่อสือสารระหว่างอร์เซอนอลกับเรือรบ San Martino ซึ่งอยู่ห่างกันระยะทางไกล ๑๘ กิโลเมตร เขาได้กลับสู่อังกฤษในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ได้ตั้งบริษัทหนึ่งชึ้นมา ชื่อว่า WIRELESS TELEGRAPH TRADING SIGNAL CO.LTD. จากนั้นเขาก็ได้ตั้งสถานีประจำที่ขึ้นมาเป็นสถานีแรกที่ Needless ใน Isle of Wight จากนั้นก็ได้ทำการติดต่อกับ Bournmouth ซึ่งอยู่ห่างออกไประยะทาง ๒๓ กิโลเมตรได้เป็น ผลสำเร็จ การติดต่อระหว่างสถานีประจำที่กับสถานีในทะเล ------------------------------------------------------ ในเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๔๑ มาร์โคนี่ได้ทดลองอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้วงจรไฟฟ้าเพื่อเป็นหลัก ประกันได้ว่าการติดต่อสือสารสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนืองมากกว่าสองสถานีขึ้นไป และในเดือนกรกฎาคม ในปีเดียวกันนั่นเอง ได้ทำการให้บริการวิทยุโทรเลขกับหนังสือพิมพ์ Daily Express ในระหว่างการแข่งขันของ Royal Yacht Club Ragatta , มีการรายงานจากสพานเรือที่แล่นจาก Flying Hontress ไปยัง Kingstown ซึ่ง ได้เชื่อมต่อกับระบบโทรศัพท์แห่งเมือง Dublin ในวันที่ ๒๖ สิงหาคม ได้มีการส่งสัญญาณวิทยุจากเรือที่ใช้เป็นประภาคาร ด้วยระบบวิทยุโทรเลข พอมาถึงวันที่ ๓ มีนาคม ได้ทำการช่วยเหลือเรืออัปปางลำหนึ่ง ชื่อว่า Mathens ด้วยการใช้วิทยุโทรเลข พอมาถึง วันที่ ๒๗ ในเดือนเดียวกัน มาร์โคนี่ได้ทำการเชื่อมต่อการสือสารติดต่อกันระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศศ คือจาก Winereux ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับ Boulogne-sur-Mer ไปยัง South Foureland ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับ Dover ระยะ ทาง ๓๒ ไมล์ ในเดือนกันยายน เขาสามารถส่งสัญญาณวิทยุข้ามภูเขา ซึ่งเป็นส่วนโค้งของโลกได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ ส่วนมากเห็นว่าไม่สามารถทำได้โดยคลื่นวิทยุ ตั้งบริษัทมาร์โคนี่ ------------------- ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๓ เขาได้เปลี่ยนชื่อบริษัท WIRELESS TELEGRAPH TRADING SIGNAL CO.LTD ซึ่งเป็นชื่อแรกมาเป็น MARCONI WIRELESS TELEGRAPH CO. และได้สิทธิบัตร ประวัติศาสตร์อังกฤษ N.777 กับอุปกรณ์เครืองปรับแต่งวิทยุอันดับแรกของเขา การก่อตั้งสถานีที่ Pldhu ใน Cornwall ก็สำเร็จลงในเดือนตุลาคมนั่นเอง ซึ่งนับได้ว่าเป็นสถานีวิทยุโทรเลขที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนับแต่ บัดนั้นเป็นต้นมา การส่งสัญญาณวิทยุข้ามมหาสมุทรเป็นครั้งแรก --------------------------------------------------- ในเดือนพฤศจิกายน ๒๔๔๔ มาร์โคนี่มีผู้ช่วยสองคนคือ ปาเชต และ เคมพท์ ได้สร้างสถานีหนึ่งไว้ ที่ลิเวอร์พูล เพื่อให้สามารถส่งสัญญาณไปถึงสถานีที่ เซนต์จอห์นที่ได้ตั้งสถานีเอาไว้แล้ว ในเดือนธันวาคม ประมาณเทียง คือประมาณ ๑๒.๓๐ น. ตามเวลาท้องถิ่น มาร์โคนี่ก็ได้รับสัญญาณวิทยุอ่อน ๆ สามครั้ง ส่งมา เป็นสัญญาณระหัสมอร์ส ตัวอักษร S ถือได้ว่าเป็นการติดต่อสือสารข้ามมหาสมุทรทางคลื่นวิทยุเป็นครั้งแรกในโลก สถานีบนอ่าวเกลซ -------------------------- ในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ เขาได้ตั้งสถานีบนเรือฟิลาเดลเฟีย ซึ่งแล่นมุ่งหน้าสู่อเมริกา เพื่อก่อตั้งสถานี ใหญ่บนอ่าวเกลซ ใน Nova Scotia ด้วยการเชิ้อเชิญของรัฐบาลแตนาดา ในระหว่างการเดินทางนั้น นักวิทยาศาสตร์ ได้ทำการทดลองที่สำคัญ ๆ พร้อมกับพบกับผลกระทบที่มาจากระบบรังสีของดวงอาทิตย์อ้นมีผลต่อการแพร่กระจายคลื่น ขณะเดียวกันก็พบว่าหลอดวิทยุนั้นไม่ได้ช่วยในการเพิ่มความแน่นอนในการรับสัญญาณเลย มันได้สร้างคลื่นใหม่ขึ้นมา อุปกรณ์ใหม่นี้จะต้องใช้เป็น Magnetic Detector ซึ่งได้ทำการจดทะเบียนไว้ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๔๔๕ และได้นำไปใช้เป็นครั้งแรกบนเรือรบอิตาลีชื่อ Carlo Alberto ด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมดรับผิดชอบโดยรัฐบาลอีตาลี เพื่อส่งเสริมการตือต่อสือสารทางวิทยุโทรเลขจากเมือง Naples ไปสู่ Kronstadt ในประเทศรัสเซีย ซึ่งแต่ละสถานีก็ ได้ติดต่อกับสถานีที่ Pholdhu เรือยมา ทดลองการสือสารวิทยุโทรเลขระหว่าง ยุโรป อเมริกา --------------------------------------------------------- ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันกับที่ได้เดินทางด้วยเรือไปยังอ่าวเกลซในประเทศแคนาดานั้นเอง มาร์โคนี่ ได้เริมทดลองส่งข้อความติดต่อสือสารข้ามมหาสมุทรแอ็ตแลนติคจากอีกด้านหนึ่ง คือจากอเมริกาไปยังยุโรป โดยใช้ สถานี Poldhu เป็นสถานีรับ แต่ก่อนมานั้น การสือสารทางวิทยุนี้เป็นเรืองที่เป็นไปไม่ได้ ในที่สุด วันที่ ๑๕ ธีนวาคม การรับสัญเริ่มมีผลดีมากขึ้น ถึงวันที่ ๑๘ ก็สามารถรับจนสามารถจับข้อความได้ การส่งสัญญาณจากสองทิศทาง การสือสารแบบสองทิศทางก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ สำนักงานข่าว --------------- เดือนกันยายน ๒๔๔๖ ระหว่างที่เรือแล่นออกจากอังกฤษมุ่งหน้าสู่สหรัฐ เขาได้ตั้งสำนักงานข่าวบน เรือกลไฟ Lucania ซึ่งเป็นเรือโดยสารระหว่างยุโรปและอเมริกา ทำการพิมพ์หนังสือพิมพ์บนเรือระหว่างการเดิน ทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค ทิศทางสายอากาศแบบฮอรืซัลตอล -------------------------------------- ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๗ เขาได้สร้างออสซิลเลเตอร์หมุนได้เพื่อตรวจสอบทิศทางหาคุณสมบัติของสาย อากาศแบบฮอริซัลตอล ด้วยการใช้หลอดวิทยุของ FLEMING เมื่อลุถึงปีพุทธศักราช ๒๔๔๘ ก็ได้จดทะเบียนสาย อากาศทิศทางแบบฮอริซัลตอล ซึ่งมีคุณลักษณะที่ช่วยให้เพิมความแรงในการรับสัญญาณมากขึ้นอย่างมากมาย ผลงานต่าง ๆ ที่เขาได้ทำมาในที่สุด วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๕๒ GUGLIELMO MARCONI ก็ได้รับรางวัลโนเบล ไพร์สาขาฟิสิกส์ ประดิษฐ์คลื่น CW -------------------------- ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๕ เขาได้ประดิษฐ์ระบบ CW ขึ้นมาใหม่ เรียกว่า "multiple spark system" เป็นจัดกึ่งกลางระหว่างเครืองมือสปาร์กแบบเก่าและคลื่นแบบต่อเนืองที่เรียกว่า CW ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๗ หลังจากที่ได้แก้ไขปรับปรุงเครืองมืออุปกรณ์วิทยุโทรเลขขึ้นมาใหม่ด้วยการใช้หลอดวิทยุแบบไตรโอด ความสำเร็จ ในการให้บริการวิทยุโทรศัพท์เป็นไปโดยสม่ำเสมอนี่เอง เป็นกำเนิดของระบบวิทยุโทรศัพท์ในกาลต่อมา เมื่อสง ครามโลกครั้งที่หนึ่งระเบิดขึ้นก็ได้เข้าเป็นทหารสือสารอิตาลี วิทยุคลื่นสั้น -------------- ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๙ เขาได้ซื้อเรือมาลำหนึ่งชื่อว่า Elettra ซึ่งทำเป็นห้องทดลองส่วนตัว เป็นที่ ศึกษา ค้นคว้า เมื่อได้ทราบโดยแจ่มแจ้งถึงคุณสมบัติของคลื่นสั้น เขาก็ได้ให้การรับรองว่าใช้งานได้ดีแทนที่คลื่นยาว ที่ใช้อยู่ ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๕ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างเดือนมิถุนายน และ เดือนกรกฎาคม ๒๔๖๖ ได้ทำการ ทดสอบการส่งข้อความทางวิทยุระหว่างสถานี Poldhu และสถานีในเรือ Elettra ซึ่งจอดอยู่ เกาะ Palo Verde (ระยะทาง ๔,๐๐๐ กิโลเมตร) ปรากฏว่าได้ผลดี ทำให้เขาเพิ่มความพยายามยิ่งขึ้น ไปอีก การส่งเสียงผ่านวิทยุ ---------------------- ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๗ มาร์โคนี่ได้ตั้งสถานีวิทยุคลื่นสั้นจำนวนมาก ในแบนด์ความถี่ ๓๐-๖๐ เมกกะเฮิรตซ์ มอบให่แก่รัฐบาลอังกฤษ พอถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ในปีเดียวกัน ก็ได้ทำการส่งอข้อความผ่านทางวิทยุด้วยเสียง มนุษย์ได้เป็นปกติ โดยใช้คิดต่อกันระหว่างสถานี Poldhu ในประเทศอังกฤษ แบะสถานีออกเตรเลีย ตั้งอยู่ที่นคาซิดนี่ย์ สมาคมสหภาพวิทยุอิตาลี --------------------------- วันที่ ๕ ตุลาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสือสารอีตาลีได้สั่งให้ " สมาคมสหภาพวิทยุโทรศัพท์อีตาลี" ทำรายงานเกี่ยวกับวิทยุในประเทศอีตาลี เมือถึงวันที่ ๑๕ มิถุนายน มาร์โคนี่ก็ได้เข้าพิธีแต่งงานกับภรรยาคนที่สอง คือ เค้าเตส มาเรีย คริสติน่า โบชชี่ สกาลี ในวันที่ ๑ มกราคม เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธาน C.N.R. มาจากคำว่า National Reserch Council หรือเรียกง่าย ๆ ว่า " สภาวิจัยแห่งชาติ" ในวันที่ ๒๖ มีนาคม เขาได้ส่งสัญญาณวิทยุ จากเรือ Eretta จอดอยุ่ที่ท่าเรือเจโนวา ไปยังห้องประชุมเมืองซิดนี่ย์เป็ฯระยะทาง ๑๔,๐๐๐ ไมล์ และในที่สุดก็ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานราขบัณฑิตยสถานแห่งอิตาลี ความถี่หนาแน่น ------------------ การให้บริการทางวิทยุได้กระจายไปทั่วโลก คลืนความถี่วิทยุแพร่กระจายอยู่ในอากาศทั้วไป เกิดสภาวะ ความถี่หนาแน่นขึ้น ดังนั้น มาร์โคนี่ จีงได้เปิดแวดวงวิทยุขึ้นมาใหม่ ปรับปรุงแก้ไขวิทยุให้ใช้งานได้ในคลื่น ความถี่ต่ำกว่า ๑ เมตร ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๔๗๔ ได้เปิดสถานีวิทยุสำหรับสำนึกวาติกันใหม่ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง โดยมีสันตปาปา Pope Pius IX เป็นประธาน ความถี่ไมโครเว็บ ------------------- ในช่วงเวลานี้เองที่มาร์โคนี่ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่เราสามารถนำเอาระบบสือสารผ่านทาง คลื่นไมโครเว็บมาใช้งาน โดยสาธิตการใช้งานระหว่างสถานี Santa Margherita Ligure และสถานี Levanto ระยะทาง ๓๖ กิโลเมตร ต่อมาปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ได้สร้างสถานีวิทยุโทรเลขถาวรเชื่อมการสือสารระหว่างนครวาติกัน กับ Castel Gandolto ในวันที่ ๒-๑๑ สิงหาคมในปืนั้นได้มีการทดลองที่สำคัญอย่างหนึ่งขึ้น คือการติดต่อระหว่าง Rocca di Papa และ เรือ Elettra จอดอยู่ระยะห่าง ๒๒๔ กิโลเมตร และระหว่าง Rocca di Papa กับ Senapro แห่ง Capo Lipari ใน Sardinia มีระยะห่าง ๒๖๙ กิโลเมตร ใช้ความยาวคลื่น ๕๗ เซ็นติเมตร ตั้งสถานีบีคอนนำร่องเรือเดินสมุทร -------------------------------------- วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๔๗๗ มาร์โคนี่ได้จ้ดตั้งสถานีวิทยุโทรเลขเชื่อมการติดต่อระหว่างเรือ Elettra แบะ สถานีบีคอนใน Sestri Levante ด้วยขนาดความยาวคลื่น ๖๓ เซ็นติเมตร เพื่อแสดงให้เห็นถึงว่า เรือเดินสมุทราสามารถหาทางแล่นเข้าสู่ท่าเรืออย่างปลอดภัยได้อย่างไร ในกรณีที่มีหมอกลงจัดมองไม่เห็นอะไรเลย อาทิตย์อัศดงค์ --------------- หลังจากที่เกิดมาสร้างคุณานุประโยชน์ให้แก่โลกเป็นเวลา ๖๓ ปี มาร์โคนี่ก็ได้ลาจากไปด้วยโรคหัว ใจวายที่กรุงโรม ในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ จากวันนั้นที่เขากำเนิดมาในโลก จวบจนบัดนี้ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ นับเป็นเวลา ๑๒๗ ปี ดวงตะวันแห่งการสือสารได้แผ่รัสมีให้แก่โลกได้ รับผลประโยชน์แห่งสติปัญญาของท่านนานัปประการ มาบัดนี้ ทุกอย่างได้เดินทางมาถึงจุดสุดท้าย สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป ชีวิตที่มีคุณค่า ดุจธาราไม่หยุดนิ่ง มรดกแห่งชีวิตที่เหลือไว้ให้เราทั้งหลาย ได้ศึกษาและจดจำตลอดกาลนาน

สมลักษณ์ วันโย HS4DOR ๑๙ - ๘ ๔๔
Hosted by www.Geocities.ws

1