T H A M M A R A K P R O P E R T Y




ระวัง! จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
ต้มเงินล้านหิ้วเมียหาย แก๊งแสบจัดฉากซื้อขายที่ |
||
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 พ.ย. นายบุญชอบ ยงคง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 13 ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สายัน ใยสำลี ร้อยเวร สภ.อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า กลุ่มคนร้ายได้ลักพาตัวนางอักษร บุญธรรม อายุ 45 ปี ภรรยา และเงินสด 1 ล้านบาทที่เพิ่งเบิกมา หลบหนีไป โดยปล่อยตนทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ริมถนนพหลโยธินขาเข้า หมู่ 2 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย จึงมาแจ้งความให้ตำรวจ ช่วยติดตามหาภรรยาและเงินทั้งหมดกลับคืนมาด้วย นายบุญชอบให้การถึงรายละเอียดทั้งหมดว่า มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง ส่วนนางอักษร ภรรยาไม่ได้ทำงาน เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาภรรยาเพิ่งขายที่ดินมรดกตกทอดใน จ.ลพบุรี จำนวน 25 ไร่ ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท และฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาพัฒนานิคม เก็บ ไว้เตรียมปลูกบ้านและเป็นทุนการศึกษาให้ลูกสาว ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนั่งอยู่ในบ้าน ได้มีชาย 3 คนขับรถปิกอัพโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ ป้ายแดงทะเบียน ฐ-7313 กรุงเทพมหานคร มาวนเวียนหน้าบ้าน แล้วจอดถามทางไป ต.ดีรัง บอกว่ามีนายทุนต้องการซื้อที่ดิน พวกตนหลงเชื่อจึงขึ้นรถพาไป เมื่อไปถึงที่หมาย ได้พบชายอีกคนอ้างตัวเป็นเจ้าของที่ดินชื่อนายบุญเลิศ แสงทอง อายุประมาณ 48 ปี บอกว่ามีที่ดิน 75 ไร่จะขายราคา 15 ล้านบาท กลุ่มชาย 3 คนที่มากับตนทำทีเป็นโทรศัพท์บอกนายทุนว่าที่สวย จึงตกลงซื้อและนัดวางเงินมัดจำวันที่ 22 พ.ย. โดยตนและภรรยาจะได้ค่านายหน้าในการซื้อขายครั้งนี้ด้วย เหยื่อแก๊งต้มตุ๋นให้การต่อไปว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ แก๊ง 18 มงกุฎได้พากันเดินทางมาที่บ้าน โดยขับรถปิกอัพมา 2 คัน คันแรกเป็นกลุ่มนายหน้า มีชาย 2 คนและหญิง 1 คน ขับรถปิกอัพโตโยต้าวีโก้คันเดิม ส่วนอีกคันเป็นฝ่ายเจ้าของที่ดิน มีนายบุญเลิศขับรถปิกอัพอีซูซุ สีบรอนซ์ ป้ายแดง จำทะเบียนไม่ได้ พาชาย 1 คนกับหญิง 1 คนนั่งรถมาด้วย รับตนกับภรรยาไปกินข้าวที่ร้านอาหารริมถนน ในเขต อ.พัฒนานิคม สักพักก็มีคนที่อ้างตัวเป็นนายทุน เป็นชายสูงอายุแต่งกายภูมิฐาน ขับรถเก๋งโตโยต้า สีแดง จำทะเบียนไม่ได้ มากับหญิงสาวอีกคน พอพูดคุยเจรจากันสักพัก นายทุนได้วางเงินสดมัดจำค่าที่ดินไว้ 1 ล้านบาท ก่อนขอตัวกลับ บอกว่ามีธุระต้องไปทำต่อที่ จ.เพชรบูรณ์ หลังจากนายทุนเดินทางไปแล้ว นายบุญเลิศบอกว่า โฉนดที่ดินได้จำนำไว้ที่ร้านทองใน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท ตนมีเงินอยู่ 5 แสนบาท บวกกับเงินมัดจำ 1 ล้านบาท ยังขาดอีก 1 ล้านบาท จึงเกลี้ยกล่อมยืมเงินของภรรยาตนมาสมทบ เพื่อไปไถ่ถอนโฉนดที่ดินออกมา ภรรยาหลงเชื่อ นายบุญเลิศจึงขับรถพาไปเบิกเงิน 1 ล้านบาทจาก ธ.ก.ส.สาขาพัฒนานิคม แล้วขับรถย้อนกลับมาที่ร้านอาหารอีกครั้ง จากนั้นภรรยาพร้อมเงินสดที่เบิกมาได้นั่งไปกับรถของนายบุญเลิศ ส่วนตนนั่งไปกับรถของกลุ่มนายหน้า ขับตามกันมุ่งหน้าไป จ.พระนครศรีอยุธยา พอถึงปัมน้ำมันดังกล่าว กลุ่มคนร้ายออกอุบายแวะเข้าห้องน้ำ โดยให้เงินตน 1,000 บาท เข้าไปซื้อเบียร์และเครื่องดื่มชูกำลัง พอออกมาปรากฏว่าทั้งหมดได้ขับรถหลบหนีไปแล้ว พร้อมทั้งภรรยาและเงินสด 1 ล้านบาท หวั่นเกรงว่าภรรยาจะถูกทำร้ายแล้วชิงเอาเงินไป จึงมาแจ้งความ ตำรวจวิทยุสกัดจับแต่ยังไม่พบวี่แวว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แก๊ง 18 มงกุฎดังกล่าวออกอาละวาดหนักในเขตจังหวัดแถบภาคกลาง โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นเศรษฐีใหม่เพิ่งขายที่ดินมามีเงินสดฝากธนาคาร จำนวนมาก ออกอุบายหลอกว่ามาหาซื้อที่ดินแต่เงินไม่พอ ขอยืมเงินมาสมทบแล้วจะได้ค่านายหน้าหรือส่วนต่างราคาซื้อขายที่ดินเป็นเงินมหาศาล หากเหยื่อหลงเชื่อก็จะถูกเชิดเงินไปดังกล่าว ตำรวจจะได้ตามล่าแก๊งแสบรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป |
||
ที่มา http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/page1/nov/23/p1_3.php
ก็ต้องฝากไว้ด้วยนะครับ อย่าไว้วางใจใคร หรืออย่าทำเพราะเกรงใจ จงปกป้องทรัพย์สินของตน หรือแม้แต่การที่จะทำนิติกรรมใด ๆ ก็ควรจะปรึกษาผู้รู้ อย่าทำไปเพราะความอยากหรือความโลภนะครับ เพราะความเสียหายมันจะย้อนกลับมาหาเรา
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++