|
10
วิธีเพิ่มพลังในตัวคุณ |
|
1.
ออกกำลังกาย การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
จะช่วยเพิ่มพลังให้แก่ร่างกายได้หลายอย่าง
ประการแรก
ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในสมอง
และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
นอกจากนี้ยังช่วยขับเหงื่อ
ซึ่งจะชะล้างสิ่งสกปรกและทำให้กระปรี้กระเปร่า
ทั้งยังช่วยให้นอนหลับสบายคนที่ออกกำลังกลางแจ้งเป็นประจำจะหลับได้ดีกว่า
และรู้สึกสดชื่นยามเช้ากว่าคนที่เอาแต่นอนเอกเขนก
ควรออกกำลังครั้งละครึ่งชั่วโมงหรือมากกว่านั้น
สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด |
 |
|
|
2.
รับประทานอาหารแต่พอควร
การรับประทานอาหารมากเกินไปส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร
และอาจผลาญพลังงานที่เหลือในร่างกายไปทั้งหมด
จงรับประทานอาหารแต่พอควร
อย่ามากเกินไปจนทำให้รู้สึกขี้เกียจ |

|
|
|
3. แต่..อย่าอดอาหาร
ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำทำให้ร่างกายและจิตใจอ่อนแอ
และแน่นอนว่า
วิธีทำให้ร่างกายปั่นป่วนก็คือการอดอาหาร
ถึงแม้คุณจะไม่หิว
แต่เมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร
ก็ควรหาอาหารรองท้องบ้างอย่างเช่น
ผลไม้
จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดในปกติ
แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ
จะกระตุ้นให้คุณอยากรับประทานอาหารจำพวกขนมปังกรอบและช็อกโกแลต
ซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดกลับสู่ภาวะปกติได้เร็ว
แม้ว่าอาหารพวกนี้จะช่วยเพิ่มความสมดุล
แต่ร่างกายอาจตอบสนองมากเกินไป
และทำให้น้ำตาลในเลือดกลับลดต่ำกว่าปกติในสองชั่วโมง |
|
4. ดื่มน้ำมาก
ๆ อาหารทำให้เกิดของเสียหากปราศจากน้ำ
ร่างกายจะไม่สามารถกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างการเผาผลาญพลังงาน
วิธีช่วยชำระของเสียคือดื่มน้ำมาก
ๆ
ตลอดทั้งวันให้เป็นนิสัย |
|
5.
ควบคุมคาเฟอีน
คาเฟอีนในกาแฟ ชา
เครื่องดื่มประเภทโคคา-โคลา
ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ทันใจ
แต่ก็ส่งผลโดยตรงต่อสมอง
และทำให้นอนไม่หลับ
ยิ่งดื่มมากก็ทำให้ตาค้างนานขึ้น
ถ้าร่างกายของคุณไวต่อคาเฟอีน
ควรดื่มวันละหนึ่งหรือสองแก้ว
และอย่าดื่มอีกหลังช่วงบ่าย |
|
6.
เลี่ยงเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์
เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า
ผู้ชายอายุเกิน 40 ปี
และผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจล้มเหลว
ในระยะยาว
แต่หากดื่มมากเกินไปก็อาจทำให้สุขภาพย่ำแย่
แอลกอฮอล์เป็นสารชนิดหนึ่งที่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
และทำให้ต่ำลงได้อย่างเฉียบพลัน
นั่นคือคำตอบว่า
เหตุใดเราจึงรู้สึกไม่สบายตัวในตอนเช้าหลังดื่มของมึนเมา
2-3 แก้วเมื่อคืนก่อน |
|
7.
งีบวันละนิด
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกือบร้อยละ
90
จะพักผ่อนในระดับที่เพียงพอต่อขีดความต้องการของร่างกาย
โดยอาศัยการงีบหลับทั้งในกลางวันและกลางคืน
ยกเว้นแต่คุณจะเป็นโรคนอนไม่หลับ
การงีบในเวลาที่เหมาะสมช่วยเพิ่มระดับพลังงานในร่างกาย
และการเผาผลาญอาหารได้ดี
เวลาที่เหมาะแก่การงีบคือหลังอาหารกลางวัน
ถอดรองเท้า ปิดไฟ
ยกหูโทรศัพท์ออก
แล้วงีบสัก 15 นาที ก็พอแล้ย |
|
8.
นั่งให้สบาย "ท่านั่งของคนทำงานกับโต๊ะส่วนใหญ่คือห่อตัวเอนไปข้างหน้า
ซึ่งทำให้ร่างกายไม่สมดุล
และรู้สึกไม่สบายตัว"
ริชาร์ด เคสโบว์
แพทย์ประจำหน่วยเทคนิคอเล็กซานเดอร์ที่ศูนย์สุขภาพโฮลิสติกในประเทศอังกฤษกล่าว
ถ้าคุณใช้เวลาอยู่ที่โต๊ะทำงานนาน
ๆ ควรนั่งในท่าที่ถูกต้อง
เลือกเก้าอี้ที่แข็งแรง
ซึ่งปรับระดับความสูงและพนักพิงได้
สะโพกและเข่าควรอยู่ในระดับความสูงที่ปกติ
วางเท้าราบบนพื้นให้สบาย
และปรับพนักพิงให้รองรับแผ่นหลังด้านล่างด้วย |
| 9.
มองโลกในแง่ดี ทัศนคติมีอิทธิพลต่อพลังทางใจ
เช่น
การหวาดผวากับงานหนัก
ทำให้รู้สึกเหนื่อยและขาดพลังงานกระตุ้น
โชคดีที่มีวิธีสร้างพลังใจง่าย
ๆ
ซึ่งช่วยขจัดความคิดในทางลบออกไป
คือแทนที่จะคิดถึงเรื่องร้าย
ๆ ของงาน
หันไปคิดถึงความพึงใจหลังจากทำงานสำเร็จดีกว่า
หรือหากคู่ครองคุณเหน็บแนมว่าไม่หาชั้นมาติดในครัวเสียที
คุณน่าจะวาดภาพชุดครัวที่มีชั้นครบถ้วนพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มของอีกฝ่ายดีกว่าจะไปคิดให้ปวดหัวว่าจะต้องเอาชั้นมาติดตรงโน้นตรงนี้
ทั้งที่ครัวมีที่จำกัด |
 |
|
|
10.
หย่อนใจบ้าง บางครั้งสิ่งที่ทำยากที่สุดก็คือการไม่ทำอะไร
แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เราต้องการชั่วขณะหนึ่งเพื่อให้ร่างกายได้พัก
การบำบัดสมัยใหม่บางวิธีอาจมีประโยชน์
เพราะช่วยให้ร่างกายได้พัก
การนวดและการบำบัดด้วยกลิ่นหอมจากสารสกัดธรรมชาติ
ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายอ่อนล้า
แต่ยังช่วยเพิ่มพลังอีกด้วย
หัวน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้
สาระแหน่ และยูคาลิปตัส
ช่วยทำให้รูสึกกระปรี้กระเปร่าได้ |