วิธีการสั่งซื้อ/ชำระเงิน หน้าร้านโฮลิสติก ร้านหนังสือ สั่งสินค้า สั่งหนังสือ

สาระมาฝาก

โรคอื่น>>

ฟันผุ

ฟันผุเป็นโรคที่สามารถเป็นกันได้ทุกเพศทุกวัย มากน้อยต่างกัน ในวัยเดียวกันผู้หญิงฟันผุมากกว่าผู้ชาย และเด็กเป็นโรคฟันผุมากกว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้โรคฟันผุยังสามารถติดต่อกันได้ และเกี่ยวกับกรรมพันธุ์ด้วย

ฟันผุเป็นโรคที่มีการทำลายเนื้อเยื่อหินปูน (Calcified tissue) ของฟัน โดยเริ่มต้นที่ผิวนอกฟันเฉพาะที่ใดที่หนึ่งก่อน แล้วจะลุกลามเข้าไปยังใจกลางฟัน ที่เรียกว่าโพรงประสาท ในระยะนี้จะรู้สึกเจ็บปวดมาก

สาเหตุของฟันผุ

  1. การกัดกร่อนสารเคลือบฟัน โดยกรดซึ่งกรดนี้เกิดจากการสร้างของแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ที่อยู่ในปาก โดยมันจะสร้างกรดขึ้นจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปแล้วตกค้างอยู่ตามซอกฟัน กรดจะทำลายเคลือบฟันทีละนิดจนเป็นรูใหญ่และลึก
  2. ความถี่ของการรับประทานอาหารพวกคาร์โบไฮเดรท โดยเฉพาะขนมหวาน ทอฟฟี่ ลูกกวาด ช็อคโกแลต เป็นต้น
  3. ปริมาณน้ำลาย ถ้าหลั่งออกมามากจะทำให้เกิดฟันผุได้น้อย เพราะน้ำลายที่หลั่งออกมาจะช่วยเจือจางกรดได้
  4. ผิวหน้าของฟันถ้าไม่เรียบ จะเป็นแหล่งที่ดีของเศษอาหาร และจุลินทรีย์ต่างๆ จะมาติดได้ง่าย
  5. ขาดฟลูออไรด์ในน้ำดื่ม

อาการและการลุกลามของโรคฟันผุ

ระยะที่ 1 เคลือบฟันถูกทำลาย อาจเป็นจุดดำ ๆ หรือน้ำตาลบนผิวฟัน

ระยะที่ 2 การลุกลามถึงเนื้อฟันขยายกว้างขึ้น มักพบว่ามีเศษอาหารมาติด เริ่มมีอาการเสียว เมื่อรับประทานของหวานจัดหรือเย็นจัด

ระยะที่ 3 การลุกลามมาถึงโพรงประสาทภายในตัวฟัน ทำให้มีอาการเจ็บปวดมาก เคี้ยวอาหารไม่ได้

ระยะที่ 4 เส้นประสาทภายในตัวฟันถูกทำลาย ไม่มีอาการปวดแต่จะเกิดเป็นฝี หรือหนองบริเวณปลายรากฟัน ถ้าติดเชื้อจะมีอาการปวดบวมเป็นแหล่งของเชื้อโรค และทำให้ปากมีกลิ่นเหม็น

เคล็ดไม่ลับฟันดี

  1. ลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ท๊อฟฟี่ ของหวานที่รสหวานจัด
  2. ทานผักผลไม้ที่มีเนื้อและเส้นใยแข็ง หรือช่วยขจัดคราบเศษอาหาร แทนการกินขนมหวานต่าง ๆ เช่น อ้อย ฝรั่ง แตงโม แตงกวา
  3. เลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีความสมดุลของอาหารทั้ง 5 หมู่อย่างพอเหมาะ
  4. กินอาหารให้เป็นเวลาไม่กินจุบจิบเพื่อลดโอกาสการเกิดกรดในช่องปาก
  5. ควรรักษาสุขอนามัยของช่องปากให้สะอาด ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดโดยแปรงฟันให้ถูกวิธี อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  6. เสริมความแข็งแรงของฟัน โดยการให้ฟลูออไรด์ ที่ทำเป็นยาเม็ด หรือผสมในวิตามิน ส่วนฟันที่ขึ้นแล้วจะใช้ทาบนตัวฟันโดยตรง
  7. ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน ถ้าตรวจพบว่าฟันเสียควรรักษาทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้
  8. ควรรับประทานอาหาร ที่มีแคลเซี่ยม และแมกนีเซียม เนื่องจากสารอาหารทั้ง 2 ตัวนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน

Copy right 2000 by Holisticthai.com co., ltd. All right Researve.
บริษัท โฮลิสติก จำกัด 600/479-80 หมู่ 14 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130
โทร.9922138-9 แฟกซ์ 9922140 อีเมล [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1