วิธีการสั่งซื้อ/ชำระเงิน หน้าร้านโฮลิสติก ร้านหนังสือ สั่งสินค้า สั่งหนังสือ

สุขภาพดารา

  ธีรภัทร์  สัจจุกุล  งาน ดนตรี และกีฬา ถอดสมการชีวิตของ "ตุ้ย"

กาลเวลาผ่านไปไม่เท่าไรในฐานะพระเอกหนุ่มหน้าใหม่นาม "ธีรภัทร์ สัจจกุล" ได้แจ้งเกิดเรียบร้อยแล้ว ด้วยความร้อนแรงแห่งปีที่ผ่านมา และในปีนี้เขามีผลงานละครและถ่ายแบบนับไม่ถ้วน รวมทั้งได้รับการโหวตให้เป็นสุดยอดหนุ่มโสดในฝันของนิตยสาร "คลีโอ" อีกด้วย

แม้จะโดดเด่นขึ้นมาเพราะรูปร่างหน้าตาและบุคลิกที่ดูดี แต่หลายคนที่เคยสัมผัสใกล้ชิดจะรู้ว่ามุมมองและความคิดของชายหนุ่มผู้นี้มิใช่ธรรมดา ความที่คุณตุ้ยเป็นทาบาทของ "บิ๊กหอย" ส.ส. ธวัชชัย  สัจจกุล คนดัง บวกกับประสบการณ์การศึกษาทั้งจากสำนักท่าพระจันทร์ และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากอเมริกาได้บ่มเพาะความลึกซึ้งทางความคิดให้ชายหนุ่มผู้นี้ไม่น้อยทีเดียว

เพราะเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในเรื่องคุณภาพชีวิต แม้จะทำงานอยู่ในสายงานบันเทิง ซึ่งเป็นสายงานที่ค่อนข้างจะจัดการเรื่องเวลาและดูแลตัวเองได้ลำบาก แต่คุณตุ้ย-ธีรภัทร์ ได้ให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับการออกกำลังกายและการพักผ่อน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี

"เรื่องบริหารเวลานี่ยากเหมือนกัน เพราะงานละครต่าง ๆ เวลามันไม่แน่นอน บางทีผมก็แพลนเหมือนกันว่าจะทำงานวันหนึ่งแค่ 8-10 ชั่วโมง หรือพยายามที่จะไม่รับงานเช้า เพราะถ่ายละครมันเลิกดึกมาก เช้าเลยไม่ไหว พยายามจะให้ความสำคัญกับการพักผ่อนมากพอสมควร เพราะคิดว่าการพักผ่อนที่ดีจะทำให้เราเริ่มวันใหม่ที่สดชื่น เป็นคนชอบออกกำลังกายครับ อย่างที่บ้านก็จะวิดพื้นและซิทอัพ พยายามจะทำทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน และผมก็ขอบเล่นกีฬา อย่างฟุตบอลนี่ขอบม-า-ก ทุกวันเสาร์อาทิตย์ผมจะต้องเตะฟุตบอลกับเพื่อน ๆ เป็นแต่ถ้าสมมติบางอาทิตย์ไม่มีโอกาส เพราะมีงานเข้ามาก็จะไปเน้นการออกกำลังกายที่บ้านแทน"

สำหรับการออกกำลังกายด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ที่บ้าน สูตรของตุ้ย นั้นใช้เวลาเช้าละประมาณ 20 นาที วิดพื้น 15 ครั้ง จำนวน 3 เซ็ท แล้วก็ซิทอัพ 30 ครั้ง จำวน 3 เซ็ท หรือถ้ามีเวลาอีกหน่อยก็จะยกดัมบ์เบลเพื่อออกกำลังไหล่ แค่นี้ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ และเป็นสูตรที่เจ้าตัวบอกว่าไม่สงวนสิทธิ์

"ผมคิดว่าคนหนึ่งคนประกอบด้วย 2 อย่างคือ ร่างกายกับจิตใจ ในส่วนของร่างกาย ผมคิดว่าผมโชคดีที่เป็นคนชอบกีฬา พอเล่นกีฬามันเลยได้ออกกำลังกายตลอดเวลา มันก็มีการเผาผลาญพลังงานอยู่ตลอดคงทำต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้สุขภาพร่างกายเราโอเค แต่เรื่องจิตใจมันประกอบด้วยอะไรหลายอย่าง มันมาจากที่เราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ สมมติในด้านการงาน ถ้าเราตั้งเป้าหมายไว้แล้วสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้ มันเป็นความสำเร็จทีเราตั้งเป้าแล้วทำได้ นั่นเป็นความสุขของจิตใจจากเรื่องการทำงาน"

"การพักผ่อนที่ดีที่สุดคือ การนอนหลับส่วนการพักผ่อนอย่างอื่นผมจะเน้นการฟังเพลง แล้วก็เล่นดนตรี เล่นกีตาร์น่ะครับ ถือเป็นการพักผ่อนทางด้านจิตใจด้านอารมณ์ ส่วนหนังก็ชอบดู แต่จะดูทีวีมากกว่ารวมทั้งพวกเคเบิลทีวีด้วย เวลาไม่สบายใจหรือมีเรื่องที่ทำให้เครียดก็พยายามที่จะปล่อยวางแล้วพักผ่อนด้วยการฟังเพลงเบา ๆ ที่เราชอบ มันช่วยให้เราดีขึ้น บางทีก็มีเรื่องไม่สบายใจเพราะผมไม่ใช่คนมองโลกด้านเดียวแต่เป็นคนมองโลกทั้งสองแง่ คือมองทั้งแง่ดีและแง่ร้าย เพราะทุกอย่างมันต้องมีสองด้านเสมอ บางเรื่องต้องเลือกมองในแง่ดี แต่ในบางเวลาต้องเลือกมองถ่วงทั้งสองแง่"

ปัจจุบันสุขภาพของธีรภัทร์จัดอยู่ในเกณฑ์แข็งแรงดี ซึ่งเจ้าตัวระบุอย่างมั่นใจว่าน่าจะเป็นผลมาจากการชอบออกกำลังกายซึ่งมีผลดีหลายประการ เพราะนอกเหนือจากจะมีส่วนทำให้สุขภาพกายและใจดีขึ้นแล้ว การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการเล่นกีฬา ยังมีส่วนเสริมสร้างจิตสำนึกและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้นอีกด้วย

"ผมคิดว่ากีฬาสอนคนให้เป็นคนที่มีคุณภาพได้ เพียงแต่ว่าต้องกะเทาะคุณค่าของมันออกมาจากเปลือก อย่างเช่น ผมเคยอยู่ในโรงยิมแล้วเห็นเขาเขียนว่า รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย แต่ไม่เคยมีใครมาบอกผมว่าความหมายของมันที่แท้จริงเป็นอย่างไรจริง ๆ แล้วรู้แพ้ คือ เราต้องให้เกียรติคนที่เขาเก่งกว่า สอนไม่ให้เราอคติกับเขาสอนว่าเราควรจะปรับปรุงอะไรเพื่อเราจะได้รู้ชนะ หรือ Know how to Win รู้อภัยคือ สอนให้เป็นคนใจกว้าง ก็คืออะไรที่ผิดพลาดไป ต้องสปอร์ต ต้อมีสปิริตที่จะให้อภัยเขา กีฬาสอนให้คนต่อสู้อย่างมีสปิริต ทำอะไรเราต้องทำเต็มที่และต้องทำเป็นทีม"

"กีฬาทุกอย่างส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์ คือลูกกลม ๆ มันคือหลักฟิสิกส์ หลักโมเมนตัม ผมว่ามันคือวิชาการทั้งนั้นแล้วกีฬายังสอนให้คนรู้จักตัวเอง มีวินัยรู้จักการควบคุมตัวเอง ซึ่งจะทำให้เกิดพลังในการทำงานในทุก ๆ สายอาชีพ ถ้าในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เน้นกีฬาเป็นตัวสร้างจุดรวมของนักเรียน ผมว่าได้ตั้งหลายอย่าง ได้ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสามัคคี ทำให้เด็กห่างไกลจากภัยยาเสพติดได้อีกด้วย"

นับเป็นความคิดที่น่าสนใจไม่น้อย อนาคตของหนุ่มคนนี้คงยาวไกล และคงไม่ใช่เฉพาะบนถนนบันเทิงเท่านั้น แต่ถ้าหากธีรภัทร์ยังเชื่อมั่นในเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างรู้"ค่า" และมุ่งมั่นกับการทำงานให้ดีที่สุด เชื่อว่ากระทั่งบนถนนสายชีวิตของเขาก็คงรุ่งโรจน์อีกด้วย

"เป็นแนวโน้มที่ดีที่คนไทยได้หันมาสนใจเรื่องคุณภาพชีวิต เช่น เรื่องความสะอาดของอาหารมากขึ้น เพราะเป็นมาตรฐานของหลาย ๆ ประเทศแล้ว และเป็นเรื่องที่ดีที่กระแสความสนใจของคนไทยได้หันมาสนใจเรื่องโภชนาการมากขึ้น เพราะจะทำให้ผู้ผลิตอาหารหรือหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคได้ปรับมาตรฐานของตัวเองมากขึ้น เพราะมันเป็นหลักดีมานด์ซัพพลายอยู่แล้วที่จะต้องปรับตัวขึ้นมาให้ทันกัน"

จากข้อคิดของธีรภัทร์ ดาราหนุ่มมาแรงคนนี้คงเป็นข้อยืนยันได้ดีว่า แม้จะมีภาระการงานรุมเร้าแค่ไหน หากมีความเข้าใจในเรื่องการดูแลคุณภาพชีวิตของตนให้ดีอยู่เสมอแล้ว ก็จะสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้เสมอ


ข้อความ นิตยสาร "ชีวจิต" ฉบับที่ 31 มกราคม 2543
Hosted by www.Geocities.ws

1