|
โรคแพ้อากาศ
(โรคหวัดจากภูมิแพ้
โรคเยื่อจมูกอักเสบ)
อาการคัดจมูก
น้ำมูกไหล จามบ่อย ๆ
โดยเฉพาะเวลาเช้าอากาศเย็นหรือเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง
ไม่มีไข้ คอไม่เจ็บ
เป็นลักษณะของโรคภูมิแพ้ซึ่งส่วนมากเราเข้าใจว่าเป็นหวัด
(จากติดเชื้อไวรัส)
น้ำมูกที่ไหลลงไปทางด้านหลังจะไประคายคอ
ทำให้ต้องไอและ
หรือขากเสมหะเป็นประจำ
หรือทำให้เจ็บคอได้ง่าย
โรคแพ้อากาศนี้ที่จริงไม่ใช่แพ้อากาศที่หายใจ
แต่แพ้สิ่งแปลกปลอมที่มีอยู่ในอากาศ
เช่น ฝุ่นละออง เกสรพืช
เชื้อโรค
เชื้อราหรือความเย็นของอากาศมากกว่า
|

|
ทำไมบางคนเป็น
บางคนไม่เป็น
พออธิบายได้แต่เพียงว่า
ระบบภูมิต้านทานของคนที่เป็นโรคนี้ผิดปกติไปจากคนอื่น
ในคนปกติเมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าไป
เช่น เชื้อโรค ฝุ่นละออง
หรือเกสรพืช
จุสร้างภูมิคุ้มกันออกมาทำลายสิ่งเหล่านี้
เม็ดเลือดขาวจะออกมาด้วยเพื่อจับกิน
แต่ในคนที่เป็นโรคแพ้อากาศเพราะเหตุใดไม่ทราบแน่
เกิดมีการแตกตัวของเม็ดเลือดขาวที่พร้อมปล่อยสารออกมาในกระแสเลือด
อาการก็จะเกิดขึ้นแล้วแต่ว่าสารพิษนั้นอยู่บริเวณไหน
เช่น
ที่ผิวหนังจะเป็นเม็ดเล็ก
ๆ ผื่นคัน
ที่ทำให้น้ำตาไหลตาแดง
ที่ลำไส้ทำให้ท้องเดิน
แน่นอืด คลื่นไส้อาเจียน
ที่หัวใจก็เกิดใจสั่น
หัวใจเต้นเร็ว
ส่วนหอบหืดจะมีอาการแสดงที่ทางเดินหายใจ
แยกจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร
ไข้หวัดจากการติดเชื้อไวรัสนั้น
เป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว
ครั้งละไม่เกิน 7-14
วันอาจมีไข้ (แพ้อากาศมักไม่มีไข้)
ส่วนแพ้อากาศนั้นเป็นทั้งปีหรือเป็นเดือน
ๆ
การรักษาและป้องกัน
- ที่สำคัญหาให้ได้ว่าแพ้อะไร
แต่ส่วนมากจะหมดปัญญาหาไม่ได้
ก็เลยหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ไม่ได้
บางคนรู้ว่าแพ้อะไร
แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เช่น จากงานประจำ
เมื่อสงสัยอะไรลองเลี่ยงสิ่งนั้นดูถ้าปรากฎว่าอาการดีขึ้นก็คงจะแพ้สิ่งนั้น
ถ้าอากาศเย็นลองดื่มน้ำอุ่น
ๆ
แทนน้ำเย็นเสมอก็อาจทุเลาอาการได้
- ฉีดสารเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย
ต้องทดสอบก่อนว่าแพ้อะไรแล้วค่อย
ๆ ฉีดสารนั้นทีละน้อยๆ
กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานจนพอดีได้
วิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยากและสิ้นเปลืองเงินและเวลา
แต่ถ้าได้ผล (ในบางราย)
ก็นับว่าคุ้ม
บางรายก็กลับเป็นขึ้นใหม่
- กินยาแก้แพ้
คลอร์เฟนิรามีน ทุก 6-12
ชั่วโมง
ตามแต่อาการมากน้อย
ลดขนาดยาลงเมื่อทุเลา
บางคนอาจต้องกินวันละเม็ดก่อนนอน
บางคนกินแล้วดื้อยา ใหม่
ๆ
ได้ผลแล้วต่อมาไม่ได้ผล
ต้องเปลี่ยนยาตัวอื่นสลับกันไป
ระวังในคนไข้หอบหืดซึ่งจะไปทำให้เสมหะจับตัวเหนียวขึ้น
อาการกำเริบยิ่งขึ้น
- การออกกำลังกาย
อารมณ์แจ่มใส
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอาการเบาบางไปได้
- วิตามินซีและเอ
ปริมาณสูง
อาจได้ผลในบางราย
สำหรับปริมาณสูงขนาดไหนจะแล้วแต่บุคคล
บางคนใหม่ ๆ
ต้องการวิตามินซีวันละ
10-15 กรัม แล้วลดลงเหลือ 1-3
กรัม ก็หายได้
วิตามินบีรวมขนาสูง (มีอย่างละ
50 มก.)
กินทุกวันก็ได้ผลน่าพอใจในหลายคน
ข้อดีคือไม่ต้องเสี่ยงกับพิษภัยของยา
ส่วนพิษของวิตามินเอจากการกินมากไปอาจเกิดได้
แต่ก็พอรู้ตัวและหลีกเลี่ยงได้
|