ความคิดเห็นที่ 49
เรือดำถูกพัฒนาและสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหารแท้ๆเลยครับ พัฒนาการแรกๆ เกิดมาจาก ทุ่นระเบิดครับ
เรือดำน้ำลำแรกที่เริ่มเป็นรุปเป็นร่างหน่อยก็คือเจ้าเต่านั่นแหละครับ หลัง จากนั้นก็พัฒนาต่อมาเรื่อยๆครับ
ที่ประสบความสำเร็จจริงๆ คือ เรือ CSS Hunley มีขนาดยาว 40ฟุต ใช้แรงคน เป็นกำลังขับเคลื่อนเป็นเรือรบของฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมืองครับสามารถจม เรือรบของฝ่ายเหนือได้สำเร็จก่อนจะจมหายสาบสูญไปพร้อมลูกเรือทั้งหมด และพึ่งกู้ขึ้นมาได้ไม่นานนี้เอง
หลังจากนั้น จูลเวิร์นก็เขียนนิยายเรื่อง ท่องทะเล 20,000 โยชน์ออกมา
หลังจากนั้นก็มีความพยายามพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ ซึ่งส่วนมากก็ไม่ค่อยประสบ ความสำเร็จเท่าไหร่นัก ส่วนมากก็จมหายไปซะมาก ช่วงนี้ส่วนมากพยายามใช้ เรื่อดำน้ำพลังไอน้ำเป็นพลังงานขับเคลื่อน
ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 มีความพยายามในหลายประเทศที่จะพัฒนาเรือดำน้ำ ออกมา แต่ก็เหมือนกับเครื่องบินนั่นแหละ มันถูกหลายฝ่ายมองว่ามันเป็นอันตราย และ เชื่อถือไม่ค่อยได้ ช่วงนี้ความสำเร็จที่ดีที่สุดได้แก่การ พัฒนาตอร์ปิโดซึ่ง จะเป็นอาวุธหลักของเรือดำน้ำในอนาคต
หลังจากนั้น สภาคองเกรสได้ตั้งรางวัล สำหรับผู้พัฒนาต้นแบบเรือดำน้ำให้สำหรับ กองทัพเรือ ซึ่งผู้ชนะคือเรือชื่อ Plunger ผลิตโดย The John P. Holland Torpedo Boat Company เป็นเรือดำน้ำพลังไอน้ำ ยาว 85-foot วิ่งได้ 15 knot และจบลง ด้วยความล้มเหลวก่อนออกจากท่า พัฒนาการต่อมาคือ เรือ Holland IV โดยบริษัทเดียวกัน ยาว 54 ฟุต, วิ่งได้ 8 knot ติดปืนใหญ่ และ Torpedo 3 ลูก ใช้เครื่องยนต์ gasoline มีห้องน้ำและ ปฎิบัตการ ได้นาน 40 ชั่วโมง
ในปี 1900 กองทัพเรือก็สั่งซื้อเรือ Holland IV เข้าประจำการเป็นลำแรกในที่สุด ด้วยราคา 1,750,000 เหรียญ อังกฤษเองก็ซื้อเรือรุ่นนี้ไป 4 ลำเหมือนกัน
1902 นักออกแบบเรือดำน้ำชาวเสปน D'Equevilley นำเรือดำน้ำไปเสนอให้กองทัพ เรือเยอรมัน ชื่อ "Forelle" เป็นเรือยาว 40 ฟุตใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเมื่อได้แสดงให้ พระเจ้าไกเซอร์ดู พระเจ้าไกเซอร์ประทับใจกับมันมาก
ภายหลังเขาได้ปรับปรุงและสร้าง Karp ขึ้นโดยใช้น้ำมันตอนแล่นผิวน้ำและใช้ไฟฟ้า เพื่อปฎิบัติการใต้น้ำ สงครามกำลังจะมาและการประกาศศักดาครั้งแรกของเรือดำน้ำ ใกล้าเข้ามาแล้ว
กลับไปที่อีกฟากหนึ่งของ แอตแลนติค เป็นการแข่งขันทางการค้าระหว่าง บริษัท Simon Lake กับ บริษัท Holland ที่เปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท Electric Boat เพื่อแย่ง กันเป็นผู้นำตลาดเรือดำน้ำ
ปี 1906 U-1 ซึ่งพัฒนาจาก Karp อีกที ออกจากท่า เรือดำน้ำยาว 139 ฟุต ระวางขับ น้ำ 239 ตัน ความเร็วผิวน้ำ 11 ใต้น้ำ 9 น็อต ระยะทำการ 2000 ไมล์
ปี 1911 ผู้กอง Nimitz เห็นอันตรายของเครื่องยนต์เบนซิน จึงได้เปลี่ยนไปใช้ดีเซลแทน เรือลำแรกที่เปลี่ยนคือไปใช้คือ Skipjack และเริ่มสอนวิชายุทธศาสตร์และการต่อต้าน สงครามเรือดำน้ำ
หลังจากนั้นเยอรมันเริ่มจริงจังมากขึ้นในการพัฒนาเรือดำน้ำ โดยตั้งแต่ รุ่น 30 ขึ้นมา U 31 - 41 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ระวางขับน้ำ 635 ตัน ความเร็วผิวน้ำ 16.4 ใต้น้ำ 9.7 น็อต บรรทุกตอร์ปิโด 6 ลูก และ ติดปืนใหญ่ 88 มม. และระยะทำการ 7800 ไมล์
สงครามโลกครั้งที่ 1 ระเบิด ในเดือนกันยายน 1914 เรือ U-21 ประกาศศักดาด้วยการจมเรือ ครูเซอร์ Pathfinder ของอังกฤษด้วยตอร์ปิโดนัดเดียว หลังจากนั้นสัปดาห์เดียว ครูเซอร์เยอรมันก็โดนเรือ ดำน้ำอังกฤษจมบ้าง หลังจากนั้นเรือดำน้ำ ก็จมเรือกันเป็นว่าเล่น สงครามเรือดำน้ำ เริ่มขึ้นแล้ว
ในปี 1915 เรืออูสามารถจมเรือได้ระวางขับน้ำรวมถึง 300,000 ตันต่อเดือน แน่นอน เรือลูซิตาเนียก็รวมอยู่ด้วย และพัฒนาไปเป็น 650,000 ตันต่อเดือนในปี 1917 เรือดำน้ำประสบความสำเร็จอย่างสูงในสงครามโลกครั้งที่ 1
สถิติตลอดช่วงสงคราม เยอรมันเริ่มสงครามด้วยเรือ 26 ลำ สร้างเพิ่มช่วงสงคราม 390 ลำ เสียไป 173ลำ โดนทุ่นระเบิด 48 ลำ โดนระเบิดน้ำลึก 30ลำ โดนปืนยิง 20 ลำ ramming 19 ลำ (อะไรหว่า) เรือดำน้ำด้วยกัน 17 ลำ อุบัติเหตุ 19 ลำ ไม่ทราบสาเหตุ 19 ลำ และ เครื่องบิน 1 ลำ
แต่จมเรือไปได้มากกว่า 4000ลำ ระวางขับน้ำ มากกว่า 11 ล้านตัน 1 ใน 4 ของระวางขับน้ำ ทั้งหมดในขณะนั้น
ประดิษฐการสำคัญ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็คือระบบการเดินเรือแบบคอนวอย โซนาร์ และระเบิดน้ำลึก ศัตรูตัวฉกาจของเรือดำน้ำ ซึ่งจะส่งผลอย่างมากต่อการต่อต้านเรือดำน้ำ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เจอกันครั้งหน้าเอ็งไม่รอดแน่
หลังสงครามเรือ U ทั้งหมดก็ถูกส่งไปให้ฝั่งชนะสงครามตรวจสอบ เพื่อลอกเทคโนโลยี แน่นอน สองประเทศที่เอาไปแล้วได้ประโยชน์ที่สุดก็คืออเมริกากับญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นก็ได้ส่งเรือรุ่น I ออกมาอวดโฉม ส่วนเยอรมันหลังจากเลียแผลได้ไม่นาน เรือ U ก็กลับเข้าสู่สายการผลิตอีกครั้ง อเมริกาเองก็เร่งพัฒนาเทคโนโลยีเรือดำน้ำของตัวเอง
ช่วงนี้เรือดำน้ำก็พัฒนาเขี้ยวเล็บ อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งระบบการตรวจจับ ตอร์ปิโด ความ สามารถในการดำน้ำลึกและระยะทำการ ระบบช่วยชีวิตเมื่อเรือจมรวมทั้งยุทธวิธีทั้งการใช้ และการต่อต้านเรือดำน้ำ
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิด เรือ U ก็กลับมาอาละวาดอีกครับใน ฝั่งแอตแลนติค จมเรือ สินค้าไปอย่างหนัก ส่วนทางฝั่งแปซิฟิก ทางญี่ปุ่นก็ส่งเรือ I เข้าร่วมปฏิบัติการที่ Pearl Harbor ทำให้อเมริกาเข้าร่วมสงคราม ช่วงต้นสงครามเรือดำน้ำอเมริกา ไม่มีบทบาทอะไรเลย ด้วย สาเหตุมาจาก ปัญหาขัดข้องทางเทคนิคเกี่ยวกับตอร์ปิโด (ยิงไป 23 ลูก ระเบิดแค่ลูกเดียว คงมีประโยชน์อย่างเดียว คือเป็นเป้าซ้อมให้ทหารญี่ปุ่น)
กลับไปที่ฝั่งแอตแลนติค สงครามเรือดำน้ำทางฝั่งแอตแลนติก เป็นไปอย่างเข้มข้น เรือ U เยอรมันจมเรือสินค้าแอตแลนติค อย่างมันมือ แต่การจมเรือสินค้าแบบสบายๆ ของเรือ U กำลังจะจบลงด้วยการมาถึงของเทคโนโลยีตัวใหม่ Radar
เมื่อ Radar เข้ามามีบทบาทในการรบ เรือ U กว่า 50% ก็ถูกจมลงอย่างง่ายดาย เมื่อเป็นดัง นี้ฮิตเลอร์เลยสั่งให้พัฒนา เรือดำน้ำรุ่นใหม่ ที่สามารถปฏิบัติการใต้น้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งได้ออกมาเป็น รุ่น XXI และ รุ่น XXIII ซึ่งอาศัย สนอค์เกิลในการหายใจ แต่โชคไม่ดี มันออกมาช้าเกินไป สงครามจบไปแล้ว มันเลยได้ไปแล่นในอเมริกาให้อเมริกาทดสอบแทน
กลับมาที่ฝั่ง แอตแลนติค ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการสร้างเรือดำน้ำบรรทุกเครื่องบินรุ่น I400โชคไม่ดี ญี่ปุ่นไม่มีน้ำมันพอจะให้มันออกปฏิบัติการได้ มันเลยต้องจอดแช่อยู่ในท่าเรือ เฉยๆ
จบสงครามเยอรมัน จมเรือได้มากกว่า 14.4 ล้านตันแต่เสียเรือไปถึง 821 ลำ ส่วนใหญ่ถูกจม โดยเครื่องบิน
อเมริกาจมเรือญี่ปุ่นไปได้ 5.3 ล้านตัน เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน 8 ลำ เรือประจัญบาน 1 ลำ เรือครูเซอร์ 11 ลำ นอกนั้นเป็นเรือรบขนาเดเล็ก เสียเรือดำน้ำไป 52 ลำ
รัสเซีย ไม่ค่อยมีผลอะไรมากนักในสงครามเรือดำน้ำ ถึงแม้จะเริ่มด้วยจำนวนเรือที่มากที่สุด ตอนเริ่มสงครามก็ตาม
ญี่ปุ่น ไม่ค่อยประสพความสำเร็จในสงครามเรือดำน้ำ ดันเอาเรือไปใช้ขนสัมภาระและทหารซะ มาก ผลงานดีสุดก็คือจมยอร์กและWasp จมได้เพียง 1 : 5 เท่านั้น เมื่อเทียบกับที่อเมริกาทำ ได้
หลังสงคราม อเมริกาก็นำเรือดำน้ำของทั้งญี่ปุ่นและเยอรมันไปศึกษาในอเมริกา และลอก เทคโนโลยีออกมา เพื่อพัฒนาเรือดำน้ำต่อไป
เมื่อเข้าสู่สงครามเย็น อเมริกา ก็ได้ทำการสร้างระบบตรวจการชายฝั่ง ชื่อ Sosus เป็นระบบ Hydro Phone ยาวกว่า 600 ไมล์ตลอดแนวชายฝั่งอเมริกา เพื่อตรวจจับ เรือดำน้ำรัสเซีย
หลังจากนั้น อเมริกาสร้างเรือ Albacore ขึ้นเป็นเรื่องทดสอบแนวคิดเรือที่มีรูปทรงเหมือน บอลลูน เพื่อทดสอบรูปทรงที่เหมาะสมสำหรับการแล่นใต้น้ำ
หลังจากนั้นก็เข้าสู่ยุคเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ เรือ USS Nautilus เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ ลำแรกของโลกก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ความยาว 323 ฟุต ระวางขับน้ำ 3674 ตัน ความเร็วผิวน้ำ 18 น็อต ใต้ำน้ำ 23 น็อต สามารถ แล่นจาก นิวอิงแลนด์ไป เปอโตริโกได้โดยไม่ต้องขึ้นผิว น้ำเลย
เรือดำน้ำ คืออาวุธที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในการซ่อนพราง เข้าหาเหยื่ออย่างไม่รู้ตัว เป็น อาวุธยุทธศาสตร์เชิงรุกที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียว แต่ก็จัดเป็นอาวุธที่มีความเสี่ยง สูงที่สุดเช่นกัน นับตั้งแต่ Hunley จนถึง ครุกซ์ ถ้าเรือดำน้ำจม ลูกเรือดำน้ำก็มีความหวัง น้อยมากที่จะรอด เรือดำน้ำจึงจัดเป็นอาวุธแห่งความตายอย่างแท้จริง
ข้อมูล อ้างอิงจากhttp://www.submarine-history.com/ อยากได้ละเอียดกว่านี้ไปอ่านเองครับ หมดแรงแล้ว ครอก
จากคุณ :
Pongkm (Pongkm)
- [
12 พ.ค. 48 17:02:45
]
|
|
|