ความคิดเห็นที่ 5
มีน่า เป็นเหมือนกับดาวดวงน้อยบนท้องฟ้าที่มืดมิด เธอสามารถร้องเพลง และหัวเราะได้ในสถานะการณ์ย่ำแย่อย่างที่พวกเรากำลังได้รับ ดังนั้น ใครต่อใครจึงรักใคร่เอ็นดูแม่สาวน้อยคนนี้หนักหนา ทั้งฉันและมีน่า
เราทำงานแบบเคียงบ่าเคียงไหล่กันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการตัดหน่อไม้,
สุมกองฟาง, ดึงหัวมันฝรั่งออกมาจากดิน ที่เราจะต้องโยนมันขึ้นไปบนถังขนาดยี่สิบห้ากิโล จากนั้นก็ช่วยกันยกคนละข้างขึ้นวางบนรถลากที่จอดคอยอยู่ ตลอดเวลาทำงาน..เราคุยกันไปได้ทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภายในครอบครัว หรือโรงเรียน
อย่างน้อยมันได้ทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินไปกับงานที่ทำไม่ว่ามันจะหนักหนาเช่นไร จนคนอื่นๆเริ่มออกอาการประชดประชันนิดๆว่า..ทั้งฉันและมีน่าทำงานเร็วราวกับม้าแข่งในสนามปลูกถั่ว..
ระหว่างที่ขุดมัน หรือ ปลูกถั่วก็ตาม ฉันได้ถือโอกาสนี้..สอนมีน่าไปด้วยในเรื่องของ กฏหมาย, การเมือง, วรรณคดี และ เศรษฐกิจ ซึ่งไม่ว่าฉันได้สอนอะไรออกไป มีน่าเรียนตามได้เร็วราวกับสมองซึมซับได้ การศึกษากันกลางไร่อย่างนี้..ทำให้ทั้ง ครูและนักเรียน อย่างเราทั้งสองมีกะจิตกะใจในการต่อสู้ทำงานเยี่ยงทาสอย่างไม่มีการปริปากบ่น..
ฤดูร้อนได้มาถึง..เราทำงานกันกลางไร่แบบเหงื่อไหลไคลย้อย หน้าตาเนื้อตัวถูกแดดเผาจนเกรียม จนบางครั้งต้องควักโคลนขึ้นมาทาตัวให้พอประทัง ฉันเขียนจดหมายไปหาแม่ เพื่อขอครีมทาตัวชนิดอะไรก็ได้ แต่..ในยามนั้นจะไปหากันที่ไหน ไม่ใช่ว่ามันหายไปจากท้องตลาดเวียนนาแต่อย่างไร หากแต่..ยิวไม่ได้รับการอนุญาตให้ซื้อสิ่งของอื่นๆนอกเหนือไปจากที่กำหนดให้ในบัตรปันสัดส่วน..
จากคุณ :
WIWANDA
- [
24 มี.ค. 48 12:56:35
]
|
|
|