เกาะเต่า จ้า
เกาะเต่า...สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งดำน้ำที่สวยงามแห่งท้องทะเลอ่าวไทย
ที่พึ่งจะเป็นที่รู้จัก
ของนักท่องเที่ยว
ไทยเมื่อไม่กี่ปีนี้เองครับ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศแล้ว
ชื่อของเกาะเต่ากล่าวได้ว่าเป็นสวรรค์
ของ
การดำน้ำที่นักดำน้ำทั่วโลก
รู้จักดีในความงดงาม
และความมีสีสันของโลกใต้ทะเลที่ไม่แพ้ที่แห่งใดในโลกเลยครับ..
สำหรับท่านใดที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวันแต่ไม่ทราบว่าจะไปไหนดี
เราขอแนะนำนะครับว่าเกาะเต่า
จะเป็น
ที่พักผ่อนที่คุณจะไม่มีวันลืม
23 ชายหาด และอ่าวในเกาะเต่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามไม่แพ้ใครซึ่งแต่ละหาดมีความสวยงามแตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่ชายหาดจะอยู่ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ของเกาะส่วนชายหาดทางทิศตะวันออกนั้นการเดินทางค่อนข้าง จะไปลำบากหน่อย บางหาดต้องใช้รถ 4WD เท่านั้นถึงจะไปถึงได้ แต่นับได้ว่าคุ้มค่าจริงๆถ้าได้สัมผัสด้วยตัวเอง
| เกาะเต่าเป็นเกาะเล็กๆโดดเดี่ยวกลางอ่าวไทยห่างไกลจากผืนแผ่นดินใหญ่โดยรอบเป็นเกาะซึ่งเต่าตนุขึ้นไปวางไข่
และไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลยดังนั้นเมื่อเกิดสงครามแปซิฟิกขึ้นรัฐบาลเกรงว่าอังกฤษอาจจะมาช่วงชิงตัวนักโทษการเมือง หนีไปจากเกาะตะรุเตา ซึ่งอยู่ชายแดนฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ได้จึงได้ตั้งงบประมาณก้อนใหญ่สำหรับทำการ หักร้าง ถางป่าสร้างเกาะเต่าเป็นสถานกักกันนักโทษ การเมืองโดยเฉพาะนักโทษสามัญ มีแต่พวกที่มาช่วย เจ้าหน้าที่เรือน จำทำงานหุงต้มในครัวทำความสะอาดและรับใช้ ครอบครัวพัศดี และเจ้าหน้าที่เรือนจำเท่านั้น โรงขังได้สร้างอย่าง แน่นหนาอยู่ ภายในรั้วรอบขอบชิด ส่วนบ้านพักของผู้อำนวยการเกาะ เจ้าหน้าที่เรือนจำและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สร้าง อย่างสวยงามทันสมัย มีถังเก็บน้ำใหญ่จุน้ำได้ ถึง 3,000 แกลลอน |
![]() |
แต่ขณะที่นักโทษการเมืองไปถึงนั้นปรากฏว่าถังน้ำใหญ่นี้ได้
พังทลายลงจน ใช้การไม่ได้นั่นแสดงให้เห็นชัดว่าเกาะเต่าไม่มีแหล่งน้ำและนักโทษการเมือง จะต้องประสพกับปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ทางการค่ายคุมขังได้ขุดบ่อ เล็กๆขึ้นแทน เมื่อนักโทษการเมือง 54คนต้องใช้น้ำพร้อมกันในเวลาจำกัด น้ำไหลซึมออกมาไม่พอที่จะใช้ได้ทั่วถึง นักโทษการเมืองจึงต้องซื้อน้ำอาบน้ำ กินด้วยราคาแพง |
|
ในระยะเดือนแรกที่ไปถึงที่นั่น
พัศดีเพี้ยน อนุโรจน์
ผู้อำนวยการเกาะได้ให้เกียรติ
และปฏิบัติต่อนักโทษการเมืองอย่างดี |
![]() |
เรือเสบียงจึงเดินทางมาเกาะเต่าเพียงเดือนละครั้งแต่มีน้อยครั้งที่จะมีจดหมายถึง นักโทษการเมืองทั้งนี้จะเป็นเพราะเหตุใดก็สุดจะเดาพัศดีพยอมได้ชี้แจงว่าจดหมาย ต่างๆที่ส่งไปถึงญาตินั้นจะต้องผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่เรือนจำเสียก่อน อย่างไร ก็ตามนักโทษการเมืองแทบจะไม่ได้รับจดหมายหรือข่าวคราวตอบจากญาติเลย นั่นหมายถึงการขาดแคลนเงินทอง เครื่องอุปโภคบริโภค และที่ร้ายที่สุดคือ¡ารขาด แคลนยาที่จะใช้บำบัดรักษาโรค ทางการเรือนจำก็ไม่ยอมจ่ายยาหรือดูแลรักษา แต่ประการใด ข้าวของเงินทองที่ญาติส่งไปให้ ก็หายตกหล่นเสียเป็นส่วนใหญ่ |
| ่นักโทษการเมืองแทบไม่ได้รับเครื่องอุปโภคบริโภค
และยาที่ทางบ้านส่งไปเลย
มารดาของ สอเสถบุตร
ได้พยายามทุก วิถีทางที่จะส่งของไปให้บุตรชายแต่ของเหล่านั้นก็ไปไม่ถึงยาเท่าที่จะหาได้นั้นได้จากการต้องซื้อจากเจ้าหน้าที่เรือนจำ ด้วยราคาแพงลิบลิ่ว ซึ่งยานั้นอาจเป็นยาซึ่งญาติของ นักโทษการเมืองนั่นเองที่ส่งไปให้ ต่อมาพระกล้ากลางสมร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ขณะนั้น ได้มีคำสั่งให้นักโทษการเมืองที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีทั้งหมด ทำงาน กรรมกรเช่นเดียวกับนักโทษสามัญ ทั้งนี้เป็นการผิดกฎของเรือนจำที่ว่า นักโทษการเมือง ซึ่งถือกันว่าเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ย่อมได้รับการยกเว้นมิให้ต้องทำงานกรรมกร หากให้ทำงานช่วยเจ้าหน้าที่ ควบคุมงาน หรือทำงานกี่ยวกับหนังสือ หรือ การบัญชีเท่านั้น เบื้องหลังของคำสั่งนี้ก็คือ การทำงานกรรมกร จะทำให้นักโทษการเมืองได้มีโอกาสออกกำลังกาย อันเป็น การต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บให้เบาบางลง ในการทำงาน กรรมกรนั้น นักโทษการเมืองได้ถูกเกณฑ์ให้ออกไปทำงานในป่า โดยแบ่งออกเป็นหมู่ๆ หมู่ละ 5 คนบ้าง 6 คนบ้าง งานที่ถูกกำหนดให้ทำนั้นมีทั้ง ทำถนน ถางป่า โค่นต้นไม้ ดายหญ้า ปราบที่สำหรับทำไร่ถั่ว และไร่มันสำปะหลังซึ่งผลิตผลทางการเกษตรเหล่านี้เป็นสมบัติของค่ายคุมขังทั้งสิ้น อันการกลั่นแกล้งให้นักโทษการเมืองต้องทำงานหนัก
กรำแดดกรำฝนในขณะที่เป็นไข้จับสั่น
ตลอดจน การตัดหนทางมิให้ ผลของการออกไปกรำแดดกรำฝนทำงานหนักในป่า
ในระหว่างฤดูฝนของปี 2486
นั้นเอง
ทำให้นักโทษการเมืองซึ่งไม่ |