ความคิดเห็นที่ 31
เฮ้อ...
ว่าจะไม่เขียนเพิ่มเติมแล้วนะครับ เพราะทราบดีอยู่แก่ใจว่า
ต่อให้ดันทุรังไป ห้องนี้ก็คงจะเหมือนเดิม
อย่าหาว่ากระผมดูหมิ่นความสามารถในการวิเคราะห์วิจารณ์ของท่านเลยนะครับ
แต่ตอนนี้คิดว่าหลายท่านอาจจะหลงประเด็น
ตีเจตนาของกระผมผิดไปหรือเปล่า
(หรือว่าจงใจตีความผิดก็ไม่ทราบได้)
ดั่งที่ผมได้เรียนไปแล้ว
(ย้อนกลับไปอ่านที่ผมเขียนมาได้เลย) ส่วนลึกจริงๆ
แล้วผมเห็นด้วยกับกฏทั้งสองข้อ
เพราะว่าทราบแก่ใจดีเจตนาของกฏคืออะไร
(ดังนั้นต่อให้มีการตั้งกระทู้โหวตนะครับ ให้โหวตกี่ทีๆ
ผมก็คงโหวตเห็นด้วยกับกฏทั้งสองข้อนี้อยู่ดี)
แต่ปัญหาข้องใจคือการตีความและการบังคับใช้ที่กระทำร่วมกันโดยคนในห้องนี้ต่างหาก
คุยกันเรื่องข้อ
1 ก่อน บางท่านบอกว่า ฉันต้องการแปลให้ใครก็ได้ ตามใจฉัน
จะบอกว่า ผมชื่นชมมาก
ไม่ได้จะว่าอะไรเลยถ้าคุณอยากจะทำตัวเป็นนาย B แม้นว่าลึกๆ
เองผมจะเห็นด้วยกับกฏข้อ 1
แต่ผมก็มองเหมือนกันว่าถ้ามีคนที่มีน้ำใจจริงอย่างนาย B เยอะๆ
มาช่วยๆ กัน ก็ช่างเถอะ ผิดกฏเล็กน้อยก็ช่างมัน
ผมเองก็รู้จักหนักเบา รู้จักผ่อนปรนเหมือนกัน
แต่ที่ผมข้องใจคือการกระทำของนาย C ต่างหาก
เวลาหนึ่งไปห้ามเค้าอย่างนั้นอย่างนี้
บางทีก็แจ้งลบกระทู้เค้าบ้างล่ะ
แต่อีกเวลาหนึ่งกลับทำผิดกฏเสียเอง ตรงนี้ผมเสียความรู้สึก
นอกจากนั้นเนี่ย การกระทำของนาย C ก็ถือว่าไปตัดสิทธิ์นาย B ด้วย
นาย C เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานเท่านั้น
ว่าเมื่อไหร่ฉันจะเลือกแปลให้ใครหรือไม่
คนอื่นไม่มีสิทธิ์เลือก
เอางี้ดีกว่ามั้ยครับ ต่อไปนี้
สมมติว่ามีคนอย่างนาย A เข้ามา ก็เตือนเค้าได้ว่าทำผิดกติกานะ
ระวังจะไม่มีคนมาแปลให้นะ แต่อย่าไปแจ้งลบกระทู้เค้า
เพราะว่าถ้าไปแจ้งลบกระทู้เค้าผมมองว่ามันไม่แฟร์
ไม่แน่วันดีคืนดีผมหรือคนอื่นๆ อยากจะทำตัวเป็นนาย B บ้าง
(ย้ำว่าผมชอบกฏ แต่ไม่ได้ทำตัวเป็นผู้คุมกฏ
ดังนั้นผมจึงไม่ใช่นาย C) ทิ้งกระทู้ของนาย A ไว้อย่างนั้นแหละ
ให้ผมว่างๆ เข้ามาเลือกได้เหมือนกัน ว่าจะแปลให้เค้าหรือไม่
ให้นาย B1, B2, B3 ได้มีโอกาสเข้ามาตัดสินใจ
ด้วยแบบนี้จะแฟร์กว่า จริงไหมครับ?
จากที่ผมได้เขียนมา
ท่านคงจะเห็นแล้วนะครับว่า
ผมไม่ได้มาบังคับเลยนะว่าท่านต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านครับ
ในทางตรงกันข้ามเลย ที่ตั้งกระทู้มาตั้งแต่แรกเนี่ย
เพราะว่ารู้สึกว่าอยากจะเป็นตัวแทนของคนกลุ่มนึง
(ที่กระจัดกระจายหายๆ ไป) มาบอกว่า ที่พูดมาทั้งหมด
เพราะว่ากำลังรู้สึกว่าถูกพวกท่านบังคับต่างหาก!!!
กำลังถูกบังคับโดยนาย C
ไม่ทราบว่าท่านมองภาพทะลุหรือเปล่าครับ?
สำหรับกฏข้องที่
2 อันนี้ไม่มีอะไรมาก กฏไม่ผิดอะไรเลย
แต่มันตลกตรงที่คนตีความ
อย่างที่ได้เล่าไปแล้วว่าผมเคยโพสสองกระทู้ซ้อนๆ กัน
แต่เนื้อหาต่างกันโดยสิ้นเชิง
กลับถูกมองว่าเข้าข่ายกระทู้ซ้ำซ้อน ผมไม่อยากจะบรรยายมากเกินไป
เอาเป็นว่า เล่นเว็บไหนๆ ก็ไม่เคยมีใครเค้าตีความกันอย่างนี้เลย
แม้แต่ในพันทิปก็เองเหอะ ห้องอื่นๆ เค้าก็ไม่ตีความกันอย่างนี้
ตัวอย่างของกระทู้ซ้อนๆ คือ 1) กระทู้แรกที่ตั้งไปไม่มีคนตอบ
ไม่ทันใจ ก็มาตั้งกระทู้เดิมอีก, 2) ตั้งกระทู้เหมือนๆ กันติดๆๆๆ
กันเป็นพรืด หวังจะให้คนเห็นชัด, หรือ 3) ถ้าสำหรับห้องนี้
ถ้าผมตั้งกระทู้ถามคำถามที่มีเนื้อหาเหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน
ที่น่าจะนำมารวมในกระทู้เดียวกันได้ ตั้งแต่แรก
จะได้ประหยัดเนื้อที่ แต่ไม่ทำ ดันไปตั้งแยกเป็น 2-3 กระทู้
อย่างนี้น่าจะเข้าข่ายกระทู้ซ้ำซ้อนเสียมากกว่าอีก
แต่โอเค
ไม่เป็นไร ในเมื่อพวกท่านร่วมมือกันตีความกันเอาว่า ไม่สนล่ะ
ต่อให้เนื้อหาต่างกัน แต่ถ้าโพสติดๆ กันด้วยชื่อเดียวกัน
ก็เรียกว่ากระทู้ซ้ำซ้อนหมดแหละ ผมก็เลยติงไปว่า
อย่างนี้ก็แกล้งใช้ log-in อื่นมาโพส ก็หมดปัญหา ผมก็บอกไปอีกว่า
ซึ่งตรงนี้ผมเองไม่เคยทำอย่างนี้
(เหตุที่ไม่เคยทำอย่างนี้เพราะว่ามันไม่จำเป็น
เล่นพันทิปห้องไหนๆ ก็ไม่เคยเจอกฏแบบนี้)
ขออนุญาตหยิบยกการตอบของลุงแอ๊ดมาถกนิดนึงนะครับ ลุงแอ๊ดมาบอกว่า
ขอบคุณนะ ที่ไม่ยังไม่เคยทำแบบนี้ นัยยะตรงนี้ผมมองว่า
ลุงเค้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย ไม่ได้มองตรงข้อเท็จจริง
ไม่ได้เอาหลักเหตุและผลที่ผมกล่าวไปมาพิจารณาเลยแม้แต่น้อย ว่า
เออน่ะ แบบนี้มันเป็นไปได้นะ หรือถ้าไม่เห็นด้วยอะไรก็ว่ามา เช่น
ผมยังคงคิดว่าโพสกระทู้เนื้อหาต่างกันแต่ถ้าคนเดียวกันโพสก็ยังถือว่าเป็นกระทู้ซ้ำซ้อนอยู่ดี
เพราะว่า... แต่อย่าเข้าใจผิดนะครับว่าผมจะไปบังคับลุงหรือใครๆ
ให้มาใส่ใจ ผมไม่ได้จะบังคับใคร เพราะว่าบังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว
ผมเพียงแต่จะต้องการเอาตัวอย่างนี้ชี้ให้เห็นว่า
หลายต่อหลายท่านนิยมตบท้ายการตอบของท่านด้วยประโยคที่สวยหรูว่า
ยินดีน้อมรับคำติชม
แต่หลายสิ่งที่ท่านเขียนตอบออกมามันสะท้อนว่า จริงๆ
แล้วท่านไม่แคร์เลยด้วยซ้ำ (เข้าทำนองปากอย่างใจอย่าง)
เท่านั้นเองครับ
มีท่านหนึ่งแนะนำให้โหวต
ฟังดูผิวเผินเหมือนดูดีนะครับ แต่สำหรับผมนะ มันมีนัยยะแฝงอยู่
มันเริ่มจะกลายเป็นการเอาชนะล่ะ ต้องการให้โหวต
ให้เห็นแบบรู้ดำรู้แดงกันไปเลย ทำนองนั้น
(ถ้าผมตีเจตนาท่านผิดก็ขออภัยด้วย แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ)
ซึ่งผิดกับเจตนาตั้งต้นของผมเลย ที่ต้องการให้มาถกกัน
ต้องการมาชี้แจงให้พวกท่านขาประจำฟังว่ามันเป็นอย่างนี้นะ
ผมแค่ทำตัวเป็นเสียงของขาจรอีกหลายๆ
คนที่เค้าคิดเหมือนกันแต่เค้าอาจจะเซ็ง ไม่อยากเสียเวลาเข้ามาพูด
แล้วก็หายๆ กันไป จริงๆ
มันไม่เกี่ยวหรอกครับว่าต้องการเสียงข้างมากข้างน้อยอะไร
ไม่ได้จะมาต้องการแบ่งพรรคแบ่งพวกอะไร ไม่ได้ต้องการเสียงข้างมาก
(ที่หาไม่ได้ เพราะว่าคนเค้าหายไปกันหมดแล้ว)
ที่จะมาเปลี่ยนแปลงอะไร อยากจะให้ขาประจำเนี่ยแหละ
ฟังเสียงส่วนน้อยบ้าง ถามจริงๆ เถอะครับ
ในบอร์ดนี้ท่านอาจจะออกความเห็นมาอย่างนั้นอย่างนี้
ค้านบ้างอะไรบ้าง แต่ถามจากใจจริงเลยว่าลึกๆ ในใจท่าน
ในเศษเสี้ยวหัวใจของท่านเนี่ย ได้ฉุกคิดบ้างซักนิดไหมว่า เอ...
มีคนเข้ามาติงแบบนี้ อืม... ที่เราทำไปเนี่ย
มันดีที่สุดแล้วหรือเปล่า?
แต่ที่ผมตะลึงมากกว่าก็คือมีหลายท่านมาอ้างว่า
แม้นแต่กฏหมายบ้านเมืองทุกวันนี้ก็ยังมีคนมากมายที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม
ข้อนี้มันเป็น fact อยู่แล้ว ผมไม่เถียงเลยทุกคนก็ทราบกันดีอยู่
แต่มันตลกตรงที่ว่า ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า
ปัญญาชนกลับเอาจุดนี้มา justify การกระทำของตนเอง เอาการกระทำผิด
มา justify
สิ่งที่ตัวเองกำลังทำผิดอยู่มาแผลงให้ดูเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
คล้ายๆ กับจะพูดว่า เฮ้... ดูสิ
คนอื่นเค้ายังฝ่าฝืนกฏกันในโลกแห่งความเป็นจริงเลย
แล้วทำไมฉันจะฝ่าฝืนกฏในนี้ไม่ได้ ทำนองนั้น
บอกตามตรงว่าแม้นว่าในชีวิตประจำวันผมก็ละเมิดกฏหมายบ้างเหมือนกัน
ทั้งตั้งใจและเผลอเรอ แต่ผมไม่กล้าที่จะเอามาอ้างหรอกนะครับว่า
คนอื่นทำผิดเหมือนกัน
ดังนั้นที่ผมทำไปมันโอเค
ยังไงก็ต้องขอขอบคุณลุงแอ๊ด
และขาประจำท่านอื่นๆ
ที่ช่วยสละเวลาเข้ามาช่วยกันตอบคำถามในบอร์ดนี้ก็แล้วกัน
ก็ถือว่าการเสียสละเวลาของพวกท่านในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ส่งผลให้ท่านยืนหยัดอยู่ในห้องแห่งนี้ได้อย่างมั่นคงและมีสิทธิ์มีเสียงมากกว่าขาจร
ซึ่งก็จัดว่าแฟร์ระดับนึง (คล้ายๆ
สิทธิ์การครอบครองปรปักษ์ในกฏหมายไทยหรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ)
แต่ตรงนี้ผมบอกได้เลยว่าชื่นชมด้วยใจจริง จะการอวดภูมิหรือไม่
ผมไม่รู้ ไม่ทราบ และไม่สนใจ
เพราะว่าใจแต่ละคนเราก็ยากที่จะหยั่งถึงว่าลึกๆ เค้าคิดอะไรในใจ
แต่ท้ายสุดแล้วเค้าก็ได้อุทิศเวลามาช่วยเหลือคน ผมมองที่ results
ว่ามันดีต่อคนอื่นๆ ผมก็โอเคแล้ว ซึ่งถ้าเป็นตัวผมเอง
ผมคงทำไม่ได้เช่นนี้
อันนี้ชื่นชมด้วยใจจริง
แต่อยากจะฝากสำหรับกลุ่มที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นด้วยนะครับว่า
ให้หมั่นฝึกฝนภาษาอังกฤษของพวกท่านให้ดี
อย่าหาว่าผมสอนจรเข้ให้ว่ายน้ำเลยครับ จริงๆ
บางทีผมก็เข้ามาแอบอ่านก็ได้ความรู้จากห้องนี้ไปไม่น้อย
แต่ผมเข้ามาดูแล้วก็เห็นหลัก grammar ที่สอนกันผิดๆ
ไม่น้อยเลยเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาเข้าไปแจม
และก็ไม่ได้คิดว่าตัวผมเองจะเก่งเลอเลิศที่สุด
ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลายท่านในนี้เก่งในเรื่องการแปลมากมายกว่าผมนัก
แค่จะมาบอกว่าเราเองก็เป็นผู้มีความรู้คนหนึ่งนะ
เวลาเรียนในมหาลัยที่ผมเรียนมา (ผมสงวนไว้หน่อยละกันนะครับ
ไม่อยากให้ออกประเด็นไปมากมาย) จะมีการสอนเรื่อง grammar ต่างๆ
น้อยมาก เพราะว่าทางมหาลัยเค้าจะ assume ว่าทุกคนต้องแน่นมาแล้ว
ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องของ style, logic และอื่นๆ
เวลาผมอ่านกระทู้มีบางมุมที่ผมได้เรียนรู้มาและอยากจะแบ่งปัน
และผมมีใจที่อยากจะมาร่วมกิจกรรมในตอนแรก
แต่บอกตามตรงผมรู้สึกไม่อบอุ่นกับห้องนี้
เลยไม่อยากจะร่วมกิจกรรมอะไร ตอนที่ผมรู้จักห้องนี้ใหม่ๆ
ก็งงปนดีใจว่ามีห้องแบบนี้ด้วยเหรอ จะได้มีแหล่งเข้ามาแชร์
เข้ามาแบ่งปัน ต่อให้โหวตกันกี่ครั้งๆ
ผมก็ยังจะเลือกให้มีห้องนี้อยู่ดี
เพราะว่าเป็นห้องเฉพาะทางที่ผมมองว่ามีประโยชน์มากๆ
แต่ถ้าจะถามว่าให้เข้าร่วมกิจกรรมแบ่งปันอะไรก็คงไม่ล่ะครับ
ไม่สนุก ไม่ชอบการเล่นพรรคเล่นพวก ไม่ชอบคนจิตใจคับแคบ (บางคน)
ไม่ชอบคนที่เล่นวลี
(บางคน)
ผมยังโชคดีที่มีเพื่อนที่อยู่ในวงการแปลตรงๆ
หลายคน
หลายท่านทำงานเป็นอาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัยในคณะที่เกี่ยวข้องกับภาษาโดยตรง
และมีเพื่อนฝรั่งที่เรียนมาด้วยกัน กินนอนด้วยกัน (แต่ละคนก็เทพๆ
ทั้งนั้น สอบ SAT Verbal ได้ 800 เต็ม)
ตอนนี้พวกเค้าอยู่ต่างประเทศแต่ก็คุยกันทาง MSN เสมอๆ
ก็ได้พวกนี้แหละคอย proofread หลายอย่างให้
ก็เลยรอดมาได้
ที่เขียนมาทั้งหมดก็คงเปล่าประโยชน์อยู่ดี
ในเมื่อจิตใจคนยึดมั่นกับสิ่งที่ตนคิดว่าถูกแล้ว
แต่มิได้เปิดใจรับความคิดเห็นของคนอื่นด้วยใจจริง
มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดีครับ เอาง่ายๆ เลยนะท่านครับ
อ่านมาทั้งหมดทั้งปวงที่ท่านๆ เขียนมา
ไม่ได้ความรู้สึกว่าจะเข้ามาแบ่งปันหรือน้อมรับคำติชมเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้ยอมรับนะครับว่าเริ่มเขียนตรงขึ้น
และแรงขึ้นหน่อย ทำให้ระคายเคืองอะไรต้องขออภัยด้วย
ผมขี้เกียจเขียนเป็นนัยยะ เล่นวลีไทยไม่เก่ง เลยต้องเน้นตรงๆ
แบบนี้แหละครับ
ปล. แถมฝากลุงแอ๊ดนิดนึงนะครับ
ผมว่าเราจะถกเรื่องอะไรก็แล้วแต่เนี่ย ลดการใช้คำว่า
"นานาจิตตัง" เถอะครับ ผมว่ามันเหมือน cheap trick
ที่เอาไว้ใช้เวลาไม่อยากจะตอบหรือว่าตอบไม่ได้
ไม่ได้เถียงนะครับว่าโลกเราเนี่ย มันมองได้ต่างมุม นานาจิตตัง
จริงๆ นั่นแหละ แต่ถ้าเล่นมุข "นานาจิตตตัง" บ่อยๆ นะครับ
ก็คงไม่ต้องถกอะไรกันพอดี
จากคุณ : เดโช - [ 12 ก.พ. 51 21:53:17 ]
| |
|