พระคาถาเมตตาหลวง

ของ

พระญาณสิทธาจารย์

วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม

ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

๐๔๔ - ๓๖๑๖๖๗ - ๘

ประวัติความเป็นมา

     พระคาถาเมตตาหลวงบทนี้ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านมักจะใช้ภาวนาเป็นการเจริญเมตตาไปยังสรรพสัตว์ไม่มีประมาณ ให้หมู่สัตว์และเทวดาได้รับความร่มเย็นเป็นสุขโดยทั่วกัน
     ต่อมาหลวงปู่ขาว อนาลโย แห่งวัดถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี ได้รับถ่ายทอดพระคาถาบทนี้ไว้ และได้มอบให้แก่หลวงปู่เมตตาหลวง หรือพระญาณสิทธาจารย์ (สิงห์ สุนทโร) แห่งวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อใช้เป็นบทเจริญเมตตาแก่สรรพสัตว์ทั่วทุกสารทิศ
     พระคาถาเมตตาหลวงนี้ เป็นการเจริญกรรมฐานชนิดที่มีอานิสงส์ ทำให้จิตตั้งมั่นได้ถึงระดับ อัปนาสมาธิ คือ เมตตา กรุณาและมุทิตา จิตสามารถตั้งมั่นได้ในระดับฌาน ๓ ส่วนอุเบกขานั้น ทำให้จิตมั่นได้ถึง ฌาน ๔
     
ในกรรมฐาน ๔๐ นั้น ท่านเรียกการเจริญกรรมฐานแบบนี้ว่า พรหมวิหาร ๔ หรือ อัปปมัญญา ๔
 
    อนึ่ง การเจริญเมตตาพรหมวิหารนี้ พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงอานิสงส์ไว้ว่า เอกาทสานิสังสา ฯ ปาฏิกังขา ต้องหวังได้อานิสงส์ ๑๑ ประการ คือ

    1. ย่อมหลับเป็นสุข
    2. ย่อมตื่นเป็นสุข
    3. ย่อมไม่ฝันลามก
    4. ย่อมเป็นที่รักแห่งมนุษย์ทั้งหลาย
    5. ย่อมเป็นที่รักแห่งอมนุษย์ทั้งหลาย
    6. เทวดาทั้งหลายย่อมรักษา
    7. ไฟ ยาพิษ หรือศาสตราย่อมไม่กล้ำกรายได้
    8. จิตย่อมตั้งมั่นโดยเร็ว
    9. สีหน้าย่อมผ่องใส
    10. เป็นผู้ไม่หลงใหลทำกาละ
    11. เมื่อไม่แทงตลอดคุณอันยิ่ง ย่อมเป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก
        (๘๐.๓๗/๕๑๐-๕๑๑ หรือ ๔๕.๒๔/๓๖๑ เมตตาสูตร)

วิธีการสวดพระคาถาเมตตาหลวง

 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ระลึกถึงพระพุทธเจ้าประเภทปัญญาธิกะ)

 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ระลึกถึงพระพุทธเจ้าประเภทศรัทธาธิกะ)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ระลึกถึงพระพุทธเจ้าประเภทวิริยาธิกะ)

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

คำสวดแผ่เมตตาให้ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้า จงถึงความสุข
นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้า พ้นทุกข์
อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้า อย่าได้มีเวรภัย
อัพพะยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้า อย่ามีใครรังแก เบียดเบียนข่มเหง
อะนีโฆ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้า อย่ามีความทุกข์กายทุกข์ใจ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ ข้าพเจ้า จะรักษาตนให้เป็นสุข
๑. คำสวดแผ่เมตตา (ย่อ)
สัพเพ สัตตา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัพเพ ปาณา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัพเพ ภูตา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัพเพ ปุคคะลา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัพพา อิตถิโย อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัพเพ ปุริสา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัพเพ อะริยา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัพพา อะนะริยา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
๑๐
สัพเพ เทวา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
๑๑
สัพเพ มะนุสสา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
๑๒
สัพเพ วินิปาติกา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
๒. คำสวดแผ่กรุณา (ย่อ)
สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
สัพเพ ปาณา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
สัพเพ ภูตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
สัพเพ ปุคคะลา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
สัพพา อิตถิโย สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
สัพเพ ปุริสา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
สัพเพ อะริยา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
สัพพา อะนะริยา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
๑๐
สัพเพ เทวา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
๑๑
สัพเพ มะนุสสา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
๑๒
สัพเพ วินิปาติกา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
๓. คำสวดแผ่มุทิตา (ย่อ)
สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
สัพเพ ปาณา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
สัพเพ ภูตา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
สัพเพ ปุคคะลา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
สัพพา อิตถิโย ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
สัพเพ ปุริสา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
สัพเพ อะริยา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
สัพพา อะนะริยา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
๑๐
สัพเพ เทวา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
๑๑
สัพเพ มะนุสสา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
๑๒
สัพเพ วินิปาติกา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
๔. คำสวดแผ่อุเบกขา (ย่อ)
สัพเพ สัตตา

กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

สัพเพ ปาณา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
สัพเพ ภูตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
สัพเพ ปุคคะลา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
สัพพา อิตถิโย กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
สัพเพ ปุริสา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
สัพเพ อะริยา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
สัพพา อะนะริยา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
๑๐
สัพเพ เทวา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
๑๑
สัพเพ มะนุสสา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
๑๒
สัพเพ วินิปาติกา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ


 

สูตรย่อความ
๑. จำนวนทิศ
๒. จำนวนสัตว์
๓. จำนวนธรรม
๑. สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ ๑. สัตตา
๑.คำเมตตา
๒. สัพเพ ปัจฉิมายะ ทิสายะ ๒. ปาณา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
๓. สัพเพ อัตตะรายะ ทิสายะ ๓. ภูตา
๒. คำกรุณา
๔. สัพเพ ทักขิณายะ ทิสายะ ๔. ปุคคะลา อะลาภา ปะมุญจันตุ, อะยะสา ปะมุญจันตุ, นินทา ปะมุญจันตุ,นินทาปะมุญจันตุ, สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
๕. สัพเพ ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ ๕. อัตตะภาวะปะริยาปันนา
๓. คำมุทิตา
๖. สัพเพ ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ ๖. อิตถิโย ลัทธะสัมปัตติโต มา วิตัจฉันตุ,ลัทธะยะสะโต มา วิตัจฉันตุ ลัทธะปะสังโต มา วิตัจฉันตุ, ลัทธะสุขา มา วิตัจฉันตุ
๗. สัพเพ อัตตะรายะ อนุทิสายะ ๗. ปุริสา
๔. คำอุเบกขา
๘ สัพเพ ทักขิณายะ อนุทิสายะ ๘. อะริยา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ ฯ
๙. สัพเพ เหฏะฐิมายะ ทิสายะ ๙. อะนะริยา
๑๐. สัพเพ อุปะริมายะ ทิสายะ ๑๐. เทวา
๑๑. มะนุสสา
๑๒. วินิปาติกา

วิธีการสวด

๑. ก่อนสวด ตั้งนะโม ๓ จบ กล่าวไตรสรณาคมณ์ แล้วสวดคำเมตตาตนก่อน
๒. สวดย่อ คือ สวดช่องจำนวนสัตว์ทีละข้อ ๆ ไปต่อช่องจำนวนธรรม จนครบ ๑๒ ข้อ แต่ทุกข้อต้องใช้ "สัพเพ" นำหน้า เว้นแต่ข้อ "อิตถิโย" จึงใช้ "สัพพา" นำหน้า ตัวเลขไม่ต้องสวด หากแต่มีกำกับไว้กันสับสน
๓. สวดพิสดาร คือ สวดช่องจำนวนทิศทีละข้อ ๆ ไปต่อกับช่องจำนวนสัตว์ เตลิดเลยไปช่องจำนวนธรรมสิบข้อสิบข้อจำนวนทิศต่อหนึ่งข้อจำนวนสัตว์ดังนั้นเสมอไป จนถึงจำนวนสัตว์ที่ ๑๒ วินิปาติกา ก็ได้ว่าสวด ๑๒๐ ครั้ง เฉพาะที่ต่อลงท้ายด้วยคำว่า เมตตาอย่างเดียว
๔. สวดถึง "อิตถิโย" สัพนามที่เคยสวดเป็น สัพเพ มาก่อน ให้เปลี่ยนเป็น "สัพพา" ตามอิตถีลิงค์ ฯ
  หมายเหตุ อานิสงส์เมตตา พระท่านบอกไว้ว่า "พระโยคามหานาค เจริญเมตตามากยิ่งกว่าฝูงคนย่อมได้ประสพผลเหล่านี้ สุข สุปติ หลับตื่น ชื่นตา เสวยสุขอนันต์ ไม่ฝันลามกร้ายกาจ ปีศาจมนุษย์ชื่นชมหฤหรรษ์ เทวาทุกชั้นช่วยชูรักษา หอก ดาบ ยาพิษ ไฟลุก เข้ามา ครั้นถึงองค์พระโยคาย้อนกลับยับเป็นผง ใจร้ายใจบาปสันดานชั่วหยาบ ระงับดับลงด้วยพรหมวิหาร องค์พระโยคาสุกใส ใครเห็นพิศวง เมื่อตายไม่หลง เหมือนคนสามานย์ ส่งผลถึงอัครฐานตราบเท่าพระนิพพานแล"

 
1