|
ปริศนาธรรม
|
|
วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๓
|
|
"ฝูงนกเอี่ยงกินหมากโพธิไฮแซวๆ เสียงบ่อมีโตฮ้อง
แซวๆ ฮ้องโตเดียวหมดหมู่"
|
|
อรรถธรรม ความยุติธรรม
|
| มีหลายคนสนใจเรื่องความยุติธรรม ความยุติธรรมนี้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องยาว
แต่จะย่นย่อให้เป็นปริศนา สุภาษิต คติธรรม ความยุติธรรมนี้เป็นปัญหามาแต่ครั้งอดีตกาลโบราณ
เหมือนกับว่าสัตว์โลกเกิดขึ้นได้อย่างไร? ไข่กับไก่อันไหนเกิดก่อนกัน? เป็นปัญหามาถึงปัจจุบันและจะเป็นต่อไปในอนาคตจนกระทั่งโลกละลาย
มีผู้กล่าวว่า ความยุติธรรมหาได้ยากในโลกนี้ ความยุติธรรมคืออย่างไร? คือความเที่ยงธรรม
ความถูกต้องที่ชอบด้วยเหตุผล ทุกคนปราถนาต้องการ ในทางปฏิบัติ บุคลและสังคมขอมรับความยุติธรรม จะเป็นด้วยถูกอำนาจบีบบังคับหรือไม่ก็ตาม ผู้ให้ความยุติธรรมคือผู้มีอำนาจ แต่ความรู้สึกนึกคิดภายในจิตใจอันล้ำลึกของเขา เขาไม่ยอมรับความยุติธรรม ที่เป็นเช่นนี้มันมีเหตุผลหลายสิ่งหลายประการ สุดที่พรรณนานำมากล่าว อย่างเช่นบางคนทำความดีไม่ได้ดี บางคนทำความชั่วได้ดี นี้แหละเป็นสิ่งต่อต้าน เป็นสิ่งขวางกั้นมิให้บุคคลและสังคมยอมรับความยุติธรรม บุคคลและสังคมเป็นปุถุชน มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด จึงเป็นผู้เห็นแก่ตัว ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น คิดว่าตนทำถูก หลอกตนเอง หลงตนเอง ขณะนี้อาจกำลังซื้อสวรรค์ด้วยสมบัติเพราะต้องการความสุข หรือไม่ก็อาจจะกำลังติดสินบนนรก เพราะกลัวบาปที่ตนกระทำไว้ จะให้ผลคือตกนรก หรืออาจเป็นเราคนหนึ่งในจำนวนคนทั้งหลาย เป็นผู้ให้หรือเป็นผู้รับทรัพย์สินใต้โต๊ะ แต่ภายในจิตใจนั้นต้องการทำความดีเพื่อรอรับรางวัล จึงมีคำถามว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนี้? ตอบ บุคคลและสังคมคือสัตว์โลกได้ถูกอวิชชาห่อหุ้มครอบงำเอาไว้ แท้จริงนั้นคืออย่างนี้ สัตว์โลกเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างกรรมไว้ มีฝ่ายบวกฝ่ายลบ เรียกว่ากุศลกรรม อกุศลกรรม ไว้มากน้อยแตกต่างกัน หรือในระดับเดียวกัน เมื่อร่างกายถูกทำลาย (เปลี่ยนสถานที่อยู่) "กรรม" ไม่มีตัวตนแต่มีพลังอำนาจไปบัญชา กุศลกรรม อกุศลกรรม เป็นผู้นำจิตวิญญาณไปเกิดทันทีก็ได้ หรือเดินทางท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ นานร้อยวันพันปี หรือนานกว่านั้น เมื่อถึงเวลาเกิด ถ้าเป็นฝ่ายกุศลกรรมนำจืตวิญญาณไปเกิด ก็จะเกิดเป็นเทพ มนุษย์ปราณีต มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ถ้ามีฝ่ายมารมาขัดขวางความเจริญบุญกุศลของบุคคลผู้นั้น จะเป็นบารมี เกิดพลัง อำนาจ ขับไล่หมู่มารแตกพ่ายหลบลี้หนีไป ถ้าเป็นฝ่ายอกุศลกรรมนำจิตวิญญาณไปเกิดก็จะเป็นสัตว์เดรัจฉาน อมนุษย์ เปรต ผีดิบ บ้าใบ้ บอด หนวก ฯลฯ เมื่อสภาพฐานะความเป็นอยู่ของสัตว์โลกแตกต่างกันเช่นนี้ จึงเป็นอัตโนมัติ โน้มน้าวจิตใจของเราให้เข้าใจว่า สวรรค์ นรก มีจริงแท้แน่นอน เพราะชีวิตสัตว์โลกอยู่ภายใต้ "กฏแห่งกรรม" นี้แหละเป็นข้อพิสูจน์ว่า ทุกชีวิตภายใต้จักรวาลนี้ได้รับความยุติธรรม หรือประชาธิปไตยเท่ากัน จึงพอสรุปได้ว่า ผู้ต้องการความยุติธรรม ผู้ให้ความยุติธรรม ผู้รับความยุติธรรม คือตัวเราเอง พระเจ้า สัตว์นรก อยู่ที่ตัวเรา ธรรมะนี้พิสดารแปลกแวกแนว เข้าใจว่าไม่มีใครเหมือน ไม่เหมือนใครแต่มีความหมายล้ำลึกครอบจักรวาล ถ้าเข้าใจในหลักธรรมนี้จะเป็นบารมี เกิดพลังอำนาจขับไล่เนียดจัญไร ความวิตกกังวล ทุกข์ร้อนวุ่นวาย มันจะหลบลี้หนีไป ความสงบร่มเย็นจะเข้ามาแทน |
|
ไขปริศนา
|
|
คนกลุ่มหนึ่ง สมมุติคนกลุ่ม A คนกลุ่มนี้ทำมาหากินด้วยความฝืดเคือง
มีหลายคนที่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร? ต้นเหตุอยู่ที่ไหน? จะหาทางแก้ไขอย่างไร?
แต่ไม่มีใครกล้าแสดงออกซึ่งความคิดเห็น มีแต่ถกเถียงกันไปถกเถียงกันมา กาลต่อมามีคนหนึ่งในกลุ่มให้ชื่อสมมุติว่า
นาย ก. นายก. คนนี้บอกกับพรรคพวกของตนว่า ตนจะไปขอผ่อนคลายจากการบีบรัดของกลุ่มคนที่มีอิทธิพล
คนกลุ่มนี้ให้ชื่อสมมุติว่าคนกลุ่ม B กาลต่อมานาย ก. ไปบอกกับพรรคพวกของตนว่า
คนกลุ่ม B เขาไม่ทำตามความประสงค์ของพวกเรา เพราะว่าตนไปเจรจากับพวกเขาแต่ลำพังผู้เดียว
ไม่เกิดอำนาจต่อรอง คนทั้งหลายที่อยู่ในกลุ่ม A คิดอยู่ในใจว่า นาย ก. คนนี้มันเดินเข้าไปในดงเสือแต่ลำพังผู้เดียวมีชีวิตรอดกลับมา
เขาทั้งหลายจึงมีความเห็นพ้องต้องกัน "ยก" ให้นาย ก. เป็นผู้นำต่อต้านคนกลุ่ม
B โดยไม่คำนึงถึงชีวิต เลือดเนื้อ ที่จะต้องเสียไป อวิชชา เป็นคู่กับ มัจจุราช คือความไม่รู้ เป็นคู่กับความตาย ระยะแรก จิตอยู่ใต้อำนาจ กรรม
อวิชชา มัจจุราช |
|
คติิ
|
|
"เฮ็ดให้เฮียมหลงล้มตกตมทังหล่ม ตั๋วให้ดาดลาดล้มกลางบ้านมื่นชะเล"
|
|
เป็นภาษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อไขปริศนานี้แล้วจึงนำไปเทียบเคียงที่แสดงไว้
|
|
อธิบาย
|
| หนุ่มได้ให้สิ่งที่มีคุณค่าแก่หญิงสาว แต่สาวเจ้าหล่อนมีทั้ง
เปรี้ยว เค็ม หวาน ความหวังของหนุ่มจึงเป็นความหวังที่เลื่อนลอย เรื่องได้เข้าถึงหูชาวบ้านมันชื่อ
"กาล" ไม่มีตัวตน ปล้นเอาเนื้อหนังของเราวิ่งหนี จงจับมันเอาไว้
มันจะหมอบราบคาบแก้วเป็นผู้พิทักษ์รักษาเรา มันมีฤทธิ์ เนรมิตสิ่งที่ต้องการ ด้วย กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่ได้บำเพ็ญมา ดังที่ได้วิสัชชนามานี้ จงเป็นบารมี เกิดพลังอำนาจ ทุกๆ ท่านที่ได้รับทราบ เป็นผู้มีส่วนได้รับ มีวรรณะ สุขะ พละ คิดประสงค์สิ่งใด จงได้สมความมุ่งมาตปรารถนา ทุกประการ. |
|
พระอิสสระ อาทิจฺจวํโส (พระธุดงค์) พุทธอุทยาน จ.อำนาจเจริญ
๓๗๐๐๐
|